เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - ตอนที่ 3035 เกาะเขียวกลางมหาสมุทร เกาะเขียวที่เขียวชอุ่มไปทั่วบริเวณ มีสายธารที่ไหลเอื่อยๆ ความเย็นสายหนึ่งได้โชยเข้ามาปะทะใบหน้า ขณะที่ยืนอยู่บนเกาะเขียวลักษณะเช่นนี้ ยากจะเชื่อว่าตนเองถึงกับอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรลาวา ยิ่งกว่านั้นที่เหลือเชื่อก็คือ ท่ามกลางมหาสมุทรลาวาที่ร้อนผ่าวยิ่งนักถึงกับมีเกาะสีเขียวเช่นนี้อยู่เกาะหนึ่ง เกาะเขียวลักษณะเช่นนี้เปี่ยมด้วยความมีชีวิตชีวา ความรู้สึกสีเขียวที่โชยเข้ามาปะทะใบหน้า ทำให้ผู้คนรู้สึกสบายไปทั้งตัว ความรู้สึกเช่นนั้นก็คล้ายกำลังหิวกระหายอยู่ท่ามกลางทะเลทราย พลันพบกับบ่อน้ำแร่ที่มีสารประกอบของทองแดง กำมะถัน รสชาตินั้นช่างหวานอร่อยอะไรอย่างนั้น “น่าแปลก พวกเราเพิ่งเดินผ่านที่ตรงนี้ไม่นานไม่เห็นจะมีเกาะเขียวอะไรที่ว่านี้ เกาะเขียวนี้โผล่มาจากไหนกันแน่” มียอดฝีมือที่เคยผ่านมาที่นี่ หลังจากเข้าไปในเกาะเขียวแล้วรู้สึกแปลกใจ “สถานที่แห่งนี้มีความลึกลับยากจะคาดเดา เกาะเขียวลักษณะเช่นนี้ที่อยู่ท่ามกลางมหาสมุทรลาวา ใช่จะอยู่คงที่ไม่มีการเคลื่อนไหว มันล่องลอยไม่มีความแน่นอน บางครั้งปรากฏบางครั้งหายตัวไป สามารถพบเห็นมันถือเป็นความโชคดีอย่างหนึ่ง” ผู้ยิ่งใหญ่อีกผุ้หนึ่งมองออกถึงเบาะแสบางอย่าง ได้เอ่ยขึ้นช้าๆ “ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เอง มิน่าเล่า ก่อนหน้านี้ไม่นานพวกเราก็ไม่ได้พบเห็นเกาะเขียวเช่นนี้มาก่อน” ผู้คนจำนวนไม่น้อยพลันเข้าใจทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ “สถานที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ มักจะมีสิ่งของเซียนหยั่งรากอยู่ด้วยเสมอๆ” บรรพบุรุษอีกผู้หนึ่งของสำนักเจ้าลัทธิเอ่ยขึ้นช้าๆ “รีบหน่อย อยู่ข้างหน้าแล้วล่ะ เมื่อครู่มีผู้ส่งเสียงมาว่าเป็นหลินจือเซียน” ระดับบรรพบุรุษรุ่นบุกเบิกรอไม่ไหวร้องเสียงดังขึ้น และก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงสุด ในเวลานี้ ไม่รู้ว่ามียอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนจำนวนเท่าไรที่ได้ข่าวและทยอยกันกรูกันเข้าไปในเกาะเขียว จะอย่างไรเสีย ยอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนส่วนใหญ่ที่เดินทางมายังท้องฟ้าทางด้านทิศเหนือก็เพื่อค้นสมบัติอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับลูกอุกกาบาตที่มาจากทะเลปุ๊ตู้ไห่ ลองคิดดู บรรดายอดฝีมือใต้หล้าจะยอมพลาดโอกาสเช่นนี้รึ? เนื่องเพราะเหตุนี้เอง บนลูกอุกกาบาตยักษ์จึงเป็นที่ที่รวบรวมยอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนจำนวนมากที่มาจากทั่วทุกสารทิศ พวกเขาต่างต้องการได้พบกับเรื่องราวประหลาดมหัศจรรย์ ครั้นยอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนจำนวนมากวิ่งไปถึงบริเวณที่ลึกเข้าไปในเกาะเขียว พบว่าบริเวณลึกเข้าไปในเกาะเขียวมีทะเลสาบอยู่แห่งหนึ่ง ทะเลสาบนี้มีขนาดใหญ่มาก สามารถรับรู้ถึงไอความชื้นที่เย็นสบายสายหนึ่งเข้ามาปะทะใบหน้าแต่ไกล ทะเลสาบมีสีเขียวดั่งหยก โดยมีน้ำสีเขียวครามเต็มทะเลสาบแลดูงดงามยิ่งนัก เหมือนเป็นหยกสีเขียวชิ้นหนึ่งที่เลี่ยมอยู่ที่ตรงนี้ เมื่อยืนอยู่ข้างทะเลสาบ ได้รับลมเย็นๆ ที่พัดฉิวๆ เข้ามา ที่มหัศจรรย์ก็คือ บริเวณกลางทะเลสาบถึงกับมีน้ำพุลาวาอยู่ปากหนึ่ง แต่ว่าน้ำพุลาวาปากนี้ที่ไหลทะลักลาวาที่ร้อนมากจนกลายเป็นสีแดงออกมา แต่ ที่น่าแปลกก็คือ ไม่ว่าลาวาจะพุ่งทะลักออกมาอย่างไรก็ตาม มันก็จะไม่ไหลเข้าไปอยู่ในน้ำทะเลสาบ เหมือนว่าน้ำพุลาวาปากนี้ถูกพลังอะไรสักอย่างกั้นให้ออกจากน้ำในทะเลสาบอย่างนั้น จากการที่น้ำพุลักษณะเช่นนี้ปรากฏอยู่ตรงกลงของทะเลสาบ ส่งผลให้บริเวณกลางทะเลสาบปรากฎไอน้ำที่เหมือนหมอกควันตลบอบอวล ทำให้สิ่งที่อยู่ในทะเลสาบดูวับๆ แวมๆ ในเวลานี้ สิ่งที่ดึงดูดสายตาทุกคนอย่างสิ้นเชิงนั้น หาใช่น้ำพุที่อยู่ในทะเลสาบ แต่เป็นหลินจือต้นหนึ่งที่เกิดอยู่ในน้ำพุลาวา ท่ามกลางน้ำพุลาวาที่มีสีแดงและร้อนผ่าว ก็นับว่าเป็นเรื่องปาฏิหาริย์ใหญ่แล้ว แต่ว่า เมื่อมองเห็นต้นหลินจือที่เกิดอยู่ในน้ำพุลาวาต้นหนึ่ง นั่นก็ยิ่งดึงดูดสายตาของทุกคนโดยสิ้นเชิง ต้นหลินจือต้นนี้ถึงกับมีความพร่างพราวทั้งต้น ดูไปแล้วเหมือนแกะสลักด้วยน้ำแข็งหิมะ โดยที่ต้นหลินจือทั้งต้นได้แผ่กระจายไอเย็นที่เย็นเข้ากระดูกอย่างยิ่ง ต้นหลินจือลักษณะเช่นนี้ บนหมวกเห็ดมีลวดลายสีทองเป็นกระจุกๆ ลวดลายสีทองทุกๆ กระจุกมีความคล่องตัวสูงยิ่ง เหมือนว่ามีของเหลวสีทองที่ไหลรินอย่างนั้น เมื่อมองแบบนี้ ต้นหลินจือลักษณะเช่นนี้ไม่เพียงแต่ไอเย็นที่เย็นเข้าไปถึงกระดูกเท่านั้น ยิ่งกว่านั้น ประกายสีทองแวบวับ มองดูแล้วงดงามอย่างยิ่ง และเป็นที่ประทับใจจิตใจผู้คนยิ่งนัก ขณะที่ยืนอยู่ข้างทะเลสาบนั้น ก็สามารถได้กลิ่นหอมสมุนไพรสายหนึ่ง สิ่งนี้คือกลิ่นหอมเย็นชื่นใจที่มีเพียงหนึ่งไม่มีสองของต้นหลินจือ กลิ่นหอมที่เย็นสดชื่นอย่างยิ่งสายหนึ่งเข้ามาแตะจมูก แต่ว่า ความสดชื่นนั้นนำมาซึ่งไอเย็นของน้ำแข็งเย็นยะเยือก ท่ามกลางไอเย็นก็มีรสชาติของโลหะห้าธาตุ มหัศจรรย์อย่างยิ่ง เมื่อเจ้าสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทีหนึ่ง และสูดเอากลิ่นสมุนไพรเข้าลึกๆ ทีหนึ่ง ก็จะรู้ว่าตนเองนั้นไหลคล่องไปทั่วร่าง เหมือนมีสารละลายเหลวทองคำที่ไหลรินอยู่ภายในร่างกาย “สมุนไพรเลิศ นี่คือหลินจือเซียน รับประกันว่าเป็นสิ่งของเซียนแน่นอน!” ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม เมื่อมองเห็นต้นหลินจือต้นนี้แล้ว ต่อให้ผู้ที่ไม่มีความรู้ด้านสมุนไพรก็รู้ได้เช่นกันว่า ต้นหลินจือต้นนี้คือสิ่งของเซียนที่ไม่ธรรมดา ลองนึกภาพดู การที่ต้นหลินจือต้นหนึ่งเช่นนี้ถึงกับไปเกิดอยู่ท่ามกลางลาวาที่ร้อนผ่าวอย่างยิ่ง ที่อัศจรรย์ยิ่งกว่านี้ก็คือ การที่มันเกิดอยู่ภายใต้อุณหภูมิที่สูงเช่นนี้ กลับมีไอเย็นที่เยือกเย็นอย่างยิ่ง เหมือนแกะสลักมาจากน้ำแข็งหิมะอย่างนั้น “ต้นหลินจือต้นหนึ่งลักษณะเช่นนี้ หากไม่ใช่ประเภทเซียน แล้วเรียกว่าอะไร?” “ของดี…” ยอดฝีมือ ผู้ยิ่งใหญ่จำนวนไม่น้อยที่รุดมาต้องชมเปาะด้วยความตื่นตะลึง เมื่อเห็นต้นหลินจือลักษณะเช่นนี้แล้ว ดวงตาทั้งสองดูสว่างไสว พลันอยากจะทดลองขึ้นทันที เมื่อสิ่งของเซียนเช่นนี้อยู่ตรงหน้า มีใครบ้างที่จะไม่ใจเต้นตูมตามกับสิ่งนี้? “เรื่อง เรื่อง เรื่องหลินจือนี้ เหมือนว่ามีการบันทึกในตำราโบราณเล่มหนึ่ง” หมอโอสถที่มีกำลังความสามารถผู้หนึ่งถึงกับพึมพำขึ้นมา เมื่อมองเห็นต้นหลินจือต้นหนึ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า “ผู้อาวุโส นี่คือสิ่งของเซียนอะไรกันเล่า?” ยอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนจำนวนไม่น้อยต่างทยอยกันขอคำแนะนำจากหมอโอสถผู้นี้ “หากข้าจำไม่ผิด” หมอโอสถผู้นี้ไตร่ตรอง และกล่าวว่า “ต้นหลินจือต้นนี้ก็คือหลินจือวิเศษน้ำแข็งทองคำไฟศักดิ์สิทธิ์ มันคือสิ่งของเซียนสูงสุด” “อ้ายบรรพบุรุษเลว” ในเวลานี้เอง กระบือดำขนาดใหญ่ได้บุกเข้ามาถึงแล้ว เมื่อมองเห็นต้นหลินจือที่อยู่ท่ามกลางแล้ว เขาจึงอดที่จะร้องเสียงดังขึ้นมา และกล่าวว่า “ถึงกับเป็นหลินจือวิเศษน้ำแข็งทองคำไฟศักดิ์สิทธิ์ ของดี แม้ว่าเทียบไม่ได้กับสิ่งของเซียนที่กระบือสุดหล่ออย่างข้าเคยกิน แต่ ก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว ศิษย์ข้า ข้าจะไปเก็บมันมาเพื่อช่วยเจ้าให้ได้เป็นราชันแท้จริงปราศจากผู้ต่อกร” เวลานี้ กระบือดำขนาดใหญ่เรียกได้ว่าอดทนต่อไปไม่ไหวแล้ว แทบอยากจะบุกเข้าไปเดี๋ยวนี้ ชิงเอาต้นหลินจือต้นนี้มาให้มันรู้แล้วรู้รอดไป “อะไรนะ หลังจากกินต้นหลินจือต้นนี้แล้ว สามารถกลายเป็นราชันแท้จริงได้…” บรรดายอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนที่อยู่ในเหตุการณ์จำนวนมาก ถึงกับหวั่นไหวในใจเมื่อได้ยินคำพูดนี้ของกระบือดำขนาดใหญ่ ผู้ที่ได้ยินคำพูดเช่นนี้แล้วต่างเสมือนหนึ่งได้โดปยาโดปเข้าไปอย่างนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล่าวสำหรับผู้บำเพ็ญตนกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็นอัจฉริยะบุคคลแล้ว สามารถกลายเป็นราชันแท้จริงคือสิ่งมุ่งมั่นปรารถนาของพวกเขา ถ้าหากต้นหลินจือเช่นนี้สามารถช่วยให้พวกเขากลายเป็นราชันแท้จริงได้ล่ะก็ เช่นนั้นแล้ว พวกเขาก็จะไม่เสียดายข้อแลกเปลี่ยนทั้งหมดเพื่อให้ต้นหลินจือต้นนี้มาอยู่ในมือให้ได้อยู่แล้ว “ลุย…” ในพริบตาเดียวนั่นเอง มียอดฝีมือกลุ่มคนรุ่นใหม่หลายคนอดทนต่อไปไม่ได้ พลันกระโดดตัวขึ้นมาและบุกเข้าไปในทะเลสาบ มุ่งหน้าไปยังหลินจือวิเศษน้ำแข็งทองคำไฟศักดิ์สิทธิ์ แต่ว่า ขณะเมื่อพวกเขาบุกเข้าไปในทะเลสาบนั้น ร่างของพวกเขาพลันหายไปในทันที เหมือนหลงเข้าไปยังช่องว่างๆ หนึ่ง อ๊ากก…เสียงร้องน่าเวทนาดังขึ้น เมื่อพวกเขาได้ปรากฏตัวขึ้นที่ทะเลสาบอีกครั้ง ปรากฏมีไฟที่ลุกไหม้ทั้งตัว พวกเขาทั้งหมดพลันถูกเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าธุลีท่ามกลางเสียงร้องน่าเวทนา “เป็นอย่างนี้ได้อย่างไร?” ผู้คนจำนวนไม่น้อยต่างรู้สึกตกใจ และออกจะหวาดหวั่นพรั่นพรึงอยู่บ้าง เมื่อได้เห็นภาพนี้แล้ว “ที่นี่คือสถานที่ที่ธรรมชาติสรรค์สร้าง ไหนเลยจะง่ายดายเพียงนั้น” มีผู้ยิ่งใหญ่ที่มากด้วยประสบการณ์และสุขุมส่ายหัว และกล่าวว่า “ของวิเศษสวรรค์ไหนเลยสามารถได้มาง่ายดาย” “แหะเมื่อครู่มีเทพแท้จริงขั้นอมตะผู้หนึ่งเข้าไป ถูกเผาจนกลายเป็นจุณในพริบตาเดียว คิดจะลุยบุกเข้าไปอย่างนี้เลยรึ” ยอดฝีมือที่มานานแล้วหัวเราะชั่วร้ายครั่นคร้ามขึ้นมา ความจริงแล้ว ผู้ที่มาถึงก่อนเป็นคนต้นๆ รู้แล้วว่าข้างในนั้นซ่อนอันตรายที่ไม่มีสิ้นสุดเอาไว้ ดังนั้น พวกยเขาจึงไม่ได้เข้าไปโดยประมาท เพื่อป้องกันไม่ให้ต้องเสียชีวิต ที่ตรงนี้คือที่ที่วาสนาธรรมชาติที่ฟ้าดินประทานมาให้ มีทั้งโชคชะตา และมีทั้งอันตรายอย่างยิ่ง หลังจากบรรพบุรุษได้ครุ่นคิดพิจารณาอย่างละเอียดแล้ว มองออกเส้นสนกลในไม่น้อย และกล่าวขึ้นช้าๆ บรรพบุรุษผู้นี้ได้พินิจพิเคราะห์มานานมากแล้ว ในขณะนี้เขารู้สึกไม่สามารถอดทนได้อีกแล้ว กระโดดตัวลอยขึ้น ก้าวเข้าไปในทะเลสาบในก้าวเดียว เมื่อเข้าก้าวเท้าเข้าไปในทะเลสาบนั้น สภาพตรงหน้าได้เปลี่ยนแปลงไปมากทีเดียว ในพริบตาเดียวนั่นเอง ไหนเลยมีน้ำทะเลสาบที่เขียวครามตรงหน้า สิ่งที่นัยน์ตาสามารถมองเห็นได้ ล้วนแล้วแต่เป็นลาวาร้อนผ่าวที่เดือดพล่าน มองเห็นลาวาที่เดือดพล่าน กระทั่งมีลาวาพ่นทะลักขึ้นมาเป็นระยะ ลาวาที่พวยพุ่งขึ้นสูงเหมือนต้องการท่วมปกคลุมพื้นที่ทั้งหมดอย่างนั้น ให้กลายเป็นอาณาเขตที่ร้อนผ่าวยิ่งนักในทันที นาทีนี้ ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าตนเองได้กลับไปอยู่ในทะเลเพลิงอีกครั้ง และทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าล้วนแล้วแต่ไม่ใช่ภาพเพ้อฝัน แต่เป็นความจริงที่ดำรงอยู่ เพียงแต่หนึ่งก้าวหนึ่งฟ้าดินเท่านั้น นี่แหละคือความยอดเยี่ยมลึกลับของสถานที่แห่งนี้ มันคือการสร้างสรรค์ของธรรมชาติฟ้าดิน หากไม่เป็นเพราะเช่นนี้ หลินจือวิเศษน้ำแข็งทองคำไฟศักดิ์สิทธิ์ก็จะไม่เกิดอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ขณะที่บรรพบุรุษผู้นี้ก้าวเข้าไปในทะเลสาบแล้วนั้น ยอดฝีมือผู้บำเพ็ญตน จำนวนไม่น้อยที่อยู่ริมทะเลสาบต่างกลั้นลมหายใจเอาไว้ มองดูความเคลื่อนไหวภายในทะเลสาบอย่างละเอียด เขาอยู่ห่างจากหลินจือวิเศษน้ำแข็งทองคำไฟศักดิ์สิทธิ์ใกล้กว่าเดิมไม่น้อยทีเดียว จากนั้นร่างเงาแวบหนึ่ง หลังจากผ่านไปชั่วครู่หนึ่ง บรรพบุรุษผู้นี้ได้ปรากฏอยู่ท่ามกลางทะเลสาบแล้ว ช่วงห่างระหว่างเขากับหลินจือวิเศษน้ำแข็งทองคำไฟศักดิ์สิทธิ์ก็เข้าใกล้ไม่น้อย จากนั้น ร่างเงาแวบหนึ่ง เขาได้หายตัวไปอีกครั้ง “มิน่าเล่าเขาทำจะสำเร็จอยู่แล้ว” ผู้บำเพ็ญตนอดตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้ เมื่อเห็นบรรพบุรุษผู้นี้เข้าไปในทะเลสาบได้สำเร็จ ต่างเกรงว่าหลินจือวิเศษน้ำแข็งทองคำไฟศักดิ์สิทธิ์ต้นนี้จะถูกผู้อื่นชิงเอาไปได้ “แหะคอยดูต่อไปก็แล้วกัน ไหนเลยจะง่ายดายเพียงนี้” ยอดฝีมือที่มาถึงเป็นคนแรกหัวเราะแหะแหะทีหนึ่ง อ๊ากกก…นาทีต่อมา เสียงร้องน่าเวทนาดังขึ้น เมื่อทุกคนได้สติกลับมา เห็นผู้เฒ่าผู้นั้นได้ปรากฎตัวขึ้นที่ทะเลสาบอีกครั้ง แต่ว่า มาคราวนี้ปรากฏเลือดสดๆ ที่พุ่งกระฉูด ไม่ทราบว่าเป็นสิ่งใดที่พลันแทงทะลุหน้าอกของเขาในทันที และศพของเขาได้ตกลงมาจากบนท้องฟ้า “นี่มันเรื่องอะไรกัน?” ยอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนจำนวนมากล้วนแล้วแต่ไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า บรรพบุรุษผู้นี้ถูกฆ่าตายได้อย่างไรกัน ผู้คนจำนวนไม่น้อยต่างรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เมื่อเห็นบรรพบุรุษที่แข็งแกร่งเช่นนี้ถูกสังหาร “แหะที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เอง” หลังจากที่กระบือดำขนาดใหญ่ได้ครุ่นคิดพนิจพิจารณามาครู่ใหญ่ ถึงกับหัวเราะแหะแหะ เขามองออกถึงถึงลึกซึ้งยอดเยี่ยมแล้ว และกล่าวว่า “ที่แท้คือโชคสัจธรรมเก้าชั้น เยี่ยมมาก มิน่าเล่าหลินจือวิเศษน้ำแข็งทองคำไฟศักดิ์สิทธิ์จึงมาเกิดที่ตรงนี้ นับเป็นที่ที่ดีจริงๆ” เมื่อกระบือดำขนาดใหญ่มองทะลุถึงความยอดเยี่ยมแล้ว ดวงตาทั้งสองลุกวาว เตรียมพร้อมกระโดดลงไปในทะเลสาบ หัวเราะแหะแหะและกล่าวว่า “ศิษย์ข้า เจ้ารออยู่ที่ตรงนี้ ข้าจะไปเก็บเอามา” ในเวลานี้ ทุกคนต่างมองไปที่กระบือดำขนาดใหญ่ ความสามารถของกระบือดำขนาดใหญ่ผู้คนจำนวนมากต่างประจักษ์มาแล้ว รู้ว่ากระบือดำขนาดใหญ่ตัวนี้แข็งกร้าวและพาลอย่างยิ่ง ไม่สามารถไปหาเรื่องได้ “อย่าไปเลย” จังหวะที่กระบือดำขนาดใหญ่กำลังคิดจะไปเก็บเอามา หลี่ชิเย่ได้กดตัวเขาเอาไว้ ส่ายหน้าเบาๆ และกล่าวว่า “มีคนเข้าไปแล้ว ก็สงเคราะห์เขาก็แล้วกัน” ……………………………………………..
- Home
- เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
- ตอนที่ 3035 เกาะเขียวกลางมหาสมุทร เกาะเขียวที่เขียวชอุ่มไปทั่วบริเวณ มีสายธารที่ไหลเอื่อยๆ ความเย็นสายหนึ่งได้โชยเข้ามาปะทะใบหน้า ขณะที่ยืนอยู่บนเกาะเขียวลักษณะเช่นนี้ ยากจะเชื่อว่าตนเองถึงกับอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรลาวา ยิ่งกว่านั้นที่เหลือเชื่อก็คือ ท่ามกลางมหาสมุทรลาวาที่ร้อนผ่าวยิ่งนักถึงกับมีเกาะสีเขียวเช่นนี้อยู่เกาะหนึ่ง เกาะเขียวลักษณะเช่นนี้เปี่ยมด้วยความมีชีวิตชีวา ความรู้สึกสีเขียวที่โชยเข้ามาปะทะใบหน้า ทำให้ผู้คนรู้สึกสบายไปทั้งตัว ความรู้สึกเช่นนั้นก็คล้ายกำลังหิวกระหายอยู่ท่ามกลางทะเลทราย พลันพบกับบ่อน้ำแร่ที่มีสารประกอบของทองแดง กำมะถัน รสชาตินั้นช่างหวานอร่อยอะไรอย่างนั้น “น่าแปลก พวกเราเพิ่งเดินผ่านที่ตรงนี้ไม่นานไม่เห็นจะมีเกาะเขียวอะไรที่ว่านี้ เกาะเขียวนี้โผล่มาจากไหนกันแน่” มียอดฝีมือที่เคยผ่านมาที่นี่ หลังจากเข้าไปในเกาะเขียวแล้วรู้สึกแปลกใจ “สถานที่แห่งนี้มีความลึกลับยากจะคาดเดา เกาะเขียวลักษณะเช่นนี้ที่อยู่ท่ามกลางมหาสมุทรลาวา ใช่จะอยู่คงที่ไม่มีการเคลื่อนไหว มันล่องลอยไม่มีความแน่นอน บางครั้งปรากฏบางครั้งหายตัวไป สามารถพบเห็นมันถือเป็นความโชคดีอย่างหนึ่ง” ผู้ยิ่งใหญ่อีกผุ้หนึ่งมองออกถึงเบาะแสบางอย่าง ได้เอ่ยขึ้นช้าๆ “ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เอง มิน่าเล่า ก่อนหน้านี้ไม่นานพวกเราก็ไม่ได้พบเห็นเกาะเขียวเช่นนี้มาก่อน” ผู้คนจำนวนไม่น้อยพลันเข้าใจทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ “สถานที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ มักจะมีสิ่งของเซียนหยั่งรากอยู่ด้วยเสมอๆ” บรรพบุรุษอีกผู้หนึ่งของสำนักเจ้าลัทธิเอ่ยขึ้นช้าๆ “รีบหน่อย อยู่ข้างหน้าแล้วล่ะ เมื่อครู่มีผู้ส่งเสียงมาว่าเป็นหลินจือเซียน” ระดับบรรพบุรุษรุ่นบุกเบิกรอไม่ไหวร้องเสียงดังขึ้น และก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงสุด ในเวลานี้ ไม่รู้ว่ามียอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนจำนวนเท่าไรที่ได้ข่าวและทยอยกันกรูกันเข้าไปในเกาะเขียว จะอย่างไรเสีย ยอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนส่วนใหญ่ที่เดินทางมายังท้องฟ้าทางด้านทิศเหนือก็เพื่อค้นสมบัติอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับลูกอุกกาบาตที่มาจากทะเลปุ๊ตู้ไห่ ลองคิดดู บรรดายอดฝีมือใต้หล้าจะยอมพลาดโอกาสเช่นนี้รึ? เนื่องเพราะเหตุนี้เอง บนลูกอุกกาบาตยักษ์จึงเป็นที่ที่รวบรวมยอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนจำนวนมากที่มาจากทั่วทุกสารทิศ พวกเขาต่างต้องการได้พบกับเรื่องราวประหลาดมหัศจรรย์ ครั้นยอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนจำนวนมากวิ่งไปถึงบริเวณที่ลึกเข้าไปในเกาะเขียว พบว่าบริเวณลึกเข้าไปในเกาะเขียวมีทะเลสาบอยู่แห่งหนึ่ง ทะเลสาบนี้มีขนาดใหญ่มาก สามารถรับรู้ถึงไอความชื้นที่เย็นสบายสายหนึ่งเข้ามาปะทะใบหน้าแต่ไกล ทะเลสาบมีสีเขียวดั่งหยก โดยมีน้ำสีเขียวครามเต็มทะเลสาบแลดูงดงามยิ่งนัก เหมือนเป็นหยกสีเขียวชิ้นหนึ่งที่เลี่ยมอยู่ที่ตรงนี้ เมื่อยืนอยู่ข้างทะเลสาบ ได้รับลมเย็นๆ ที่พัดฉิวๆ เข้ามา ที่มหัศจรรย์ก็คือ บริเวณกลางทะเลสาบถึงกับมีน้ำพุลาวาอยู่ปากหนึ่ง แต่ว่าน้ำพุลาวาปากนี้ที่ไหลทะลักลาวาที่ร้อนมากจนกลายเป็นสีแดงออกมา แต่ ที่น่าแปลกก็คือ ไม่ว่าลาวาจะพุ่งทะลักออกมาอย่างไรก็ตาม มันก็จะไม่ไหลเข้าไปอยู่ในน้ำทะเลสาบ เหมือนว่าน้ำพุลาวาปากนี้ถูกพลังอะไรสักอย่างกั้นให้ออกจากน้ำในทะเลสาบอย่างนั้น จากการที่น้ำพุลักษณะเช่นนี้ปรากฏอยู่ตรงกลงของทะเลสาบ ส่งผลให้บริเวณกลางทะเลสาบปรากฎไอน้ำที่เหมือนหมอกควันตลบอบอวล ทำให้สิ่งที่อยู่ในทะเลสาบดูวับๆ แวมๆ ในเวลานี้ สิ่งที่ดึงดูดสายตาทุกคนอย่างสิ้นเชิงนั้น หาใช่น้ำพุที่อยู่ในทะเลสาบ แต่เป็นหลินจือต้นหนึ่งที่เกิดอยู่ในน้ำพุลาวา ท่ามกลางน้ำพุลาวาที่มีสีแดงและร้อนผ่าว ก็นับว่าเป็นเรื่องปาฏิหาริย์ใหญ่แล้ว แต่ว่า เมื่อมองเห็นต้นหลินจือที่เกิดอยู่ในน้ำพุลาวาต้นหนึ่ง นั่นก็ยิ่งดึงดูดสายตาของทุกคนโดยสิ้นเชิง ต้นหลินจือต้นนี้ถึงกับมีความพร่างพราวทั้งต้น ดูไปแล้วเหมือนแกะสลักด้วยน้ำแข็งหิมะ โดยที่ต้นหลินจือทั้งต้นได้แผ่กระจายไอเย็นที่เย็นเข้ากระดูกอย่างยิ่ง ต้นหลินจือลักษณะเช่นนี้ บนหมวกเห็ดมีลวดลายสีทองเป็นกระจุกๆ ลวดลายสีทองทุกๆ กระจุกมีความคล่องตัวสูงยิ่ง เหมือนว่ามีของเหลวสีทองที่ไหลรินอย่างนั้น เมื่อมองแบบนี้ ต้นหลินจือลักษณะเช่นนี้ไม่เพียงแต่ไอเย็นที่เย็นเข้าไปถึงกระดูกเท่านั้น ยิ่งกว่านั้น ประกายสีทองแวบวับ มองดูแล้วงดงามอย่างยิ่ง และเป็นที่ประทับใจจิตใจผู้คนยิ่งนัก ขณะที่ยืนอยู่ข้างทะเลสาบนั้น ก็สามารถได้กลิ่นหอมสมุนไพรสายหนึ่ง สิ่งนี้คือกลิ่นหอมเย็นชื่นใจที่มีเพียงหนึ่งไม่มีสองของต้นหลินจือ กลิ่นหอมที่เย็นสดชื่นอย่างยิ่งสายหนึ่งเข้ามาแตะจมูก แต่ว่า ความสดชื่นนั้นนำมาซึ่งไอเย็นของน้ำแข็งเย็นยะเยือก ท่ามกลางไอเย็นก็มีรสชาติของโลหะห้าธาตุ มหัศจรรย์อย่างยิ่ง เมื่อเจ้าสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทีหนึ่ง และสูดเอากลิ่นสมุนไพรเข้าลึกๆ ทีหนึ่ง ก็จะรู้ว่าตนเองนั้นไหลคล่องไปทั่วร่าง เหมือนมีสารละลายเหลวทองคำที่ไหลรินอยู่ภายในร่างกาย “สมุนไพรเลิศ นี่คือหลินจือเซียน รับประกันว่าเป็นสิ่งของเซียนแน่นอน!” ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม เมื่อมองเห็นต้นหลินจือต้นนี้แล้ว ต่อให้ผู้ที่ไม่มีความรู้ด้านสมุนไพรก็รู้ได้เช่นกันว่า ต้นหลินจือต้นนี้คือสิ่งของเซียนที่ไม่ธรรมดา ลองนึกภาพดู การที่ต้นหลินจือต้นหนึ่งเช่นนี้ถึงกับไปเกิดอยู่ท่ามกลางลาวาที่ร้อนผ่าวอย่างยิ่ง ที่อัศจรรย์ยิ่งกว่านี้ก็คือ การที่มันเกิดอยู่ภายใต้อุณหภูมิที่สูงเช่นนี้ กลับมีไอเย็นที่เยือกเย็นอย่างยิ่ง เหมือนแกะสลักมาจากน้ำแข็งหิมะอย่างนั้น “ต้นหลินจือต้นหนึ่งลักษณะเช่นนี้ หากไม่ใช่ประเภทเซียน แล้วเรียกว่าอะไร?” “ของดี…” ยอดฝีมือ ผู้ยิ่งใหญ่จำนวนไม่น้อยที่รุดมาต้องชมเปาะด้วยความตื่นตะลึง เมื่อเห็นต้นหลินจือลักษณะเช่นนี้แล้ว ดวงตาทั้งสองดูสว่างไสว พลันอยากจะทดลองขึ้นทันที เมื่อสิ่งของเซียนเช่นนี้อยู่ตรงหน้า มีใครบ้างที่จะไม่ใจเต้นตูมตามกับสิ่งนี้? “เรื่อง เรื่อง เรื่องหลินจือนี้ เหมือนว่ามีการบันทึกในตำราโบราณเล่มหนึ่ง” หมอโอสถที่มีกำลังความสามารถผู้หนึ่งถึงกับพึมพำขึ้นมา เมื่อมองเห็นต้นหลินจือต้นหนึ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า “ผู้อาวุโส นี่คือสิ่งของเซียนอะไรกันเล่า?” ยอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนจำนวนไม่น้อยต่างทยอยกันขอคำแนะนำจากหมอโอสถผู้นี้ “หากข้าจำไม่ผิด” หมอโอสถผู้นี้ไตร่ตรอง และกล่าวว่า “ต้นหลินจือต้นนี้ก็คือหลินจือวิเศษน้ำแข็งทองคำไฟศักดิ์สิทธิ์ มันคือสิ่งของเซียนสูงสุด” “อ้ายบรรพบุรุษเลว” ในเวลานี้เอง กระบือดำขนาดใหญ่ได้บุกเข้ามาถึงแล้ว เมื่อมองเห็นต้นหลินจือที่อยู่ท่ามกลางแล้ว เขาจึงอดที่จะร้องเสียงดังขึ้นมา และกล่าวว่า “ถึงกับเป็นหลินจือวิเศษน้ำแข็งทองคำไฟศักดิ์สิทธิ์ ของดี แม้ว่าเทียบไม่ได้กับสิ่งของเซียนที่กระบือสุดหล่ออย่างข้าเคยกิน แต่ ก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว ศิษย์ข้า ข้าจะไปเก็บมันมาเพื่อช่วยเจ้าให้ได้เป็นราชันแท้จริงปราศจากผู้ต่อกร” เวลานี้ กระบือดำขนาดใหญ่เรียกได้ว่าอดทนต่อไปไม่ไหวแล้ว แทบอยากจะบุกเข้าไปเดี๋ยวนี้ ชิงเอาต้นหลินจือต้นนี้มาให้มันรู้แล้วรู้รอดไป “อะไรนะ หลังจากกินต้นหลินจือต้นนี้แล้ว สามารถกลายเป็นราชันแท้จริงได้…” บรรดายอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนที่อยู่ในเหตุการณ์จำนวนมาก ถึงกับหวั่นไหวในใจเมื่อได้ยินคำพูดนี้ของกระบือดำขนาดใหญ่ ผู้ที่ได้ยินคำพูดเช่นนี้แล้วต่างเสมือนหนึ่งได้โดปยาโดปเข้าไปอย่างนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล่าวสำหรับผู้บำเพ็ญตนกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็นอัจฉริยะบุคคลแล้ว สามารถกลายเป็นราชันแท้จริงคือสิ่งมุ่งมั่นปรารถนาของพวกเขา ถ้าหากต้นหลินจือเช่นนี้สามารถช่วยให้พวกเขากลายเป็นราชันแท้จริงได้ล่ะก็ เช่นนั้นแล้ว พวกเขาก็จะไม่เสียดายข้อแลกเปลี่ยนทั้งหมดเพื่อให้ต้นหลินจือต้นนี้มาอยู่ในมือให้ได้อยู่แล้ว “ลุย…” ในพริบตาเดียวนั่นเอง มียอดฝีมือกลุ่มคนรุ่นใหม่หลายคนอดทนต่อไปไม่ได้ พลันกระโดดตัวขึ้นมาและบุกเข้าไปในทะเลสาบ มุ่งหน้าไปยังหลินจือวิเศษน้ำแข็งทองคำไฟศักดิ์สิทธิ์ แต่ว่า ขณะเมื่อพวกเขาบุกเข้าไปในทะเลสาบนั้น ร่างของพวกเขาพลันหายไปในทันที เหมือนหลงเข้าไปยังช่องว่างๆ หนึ่ง อ๊ากก…เสียงร้องน่าเวทนาดังขึ้น เมื่อพวกเขาได้ปรากฏตัวขึ้นที่ทะเลสาบอีกครั้ง ปรากฏมีไฟที่ลุกไหม้ทั้งตัว พวกเขาทั้งหมดพลันถูกเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าธุลีท่ามกลางเสียงร้องน่าเวทนา “เป็นอย่างนี้ได้อย่างไร?” ผู้คนจำนวนไม่น้อยต่างรู้สึกตกใจ และออกจะหวาดหวั่นพรั่นพรึงอยู่บ้าง เมื่อได้เห็นภาพนี้แล้ว “ที่นี่คือสถานที่ที่ธรรมชาติสรรค์สร้าง ไหนเลยจะง่ายดายเพียงนั้น” มีผู้ยิ่งใหญ่ที่มากด้วยประสบการณ์และสุขุมส่ายหัว และกล่าวว่า “ของวิเศษสวรรค์ไหนเลยสามารถได้มาง่ายดาย” “แหะเมื่อครู่มีเทพแท้จริงขั้นอมตะผู้หนึ่งเข้าไป ถูกเผาจนกลายเป็นจุณในพริบตาเดียว คิดจะลุยบุกเข้าไปอย่างนี้เลยรึ” ยอดฝีมือที่มานานแล้วหัวเราะชั่วร้ายครั่นคร้ามขึ้นมา ความจริงแล้ว ผู้ที่มาถึงก่อนเป็นคนต้นๆ รู้แล้วว่าข้างในนั้นซ่อนอันตรายที่ไม่มีสิ้นสุดเอาไว้ ดังนั้น พวกยเขาจึงไม่ได้เข้าไปโดยประมาท เพื่อป้องกันไม่ให้ต้องเสียชีวิต ที่ตรงนี้คือที่ที่วาสนาธรรมชาติที่ฟ้าดินประทานมาให้ มีทั้งโชคชะตา และมีทั้งอันตรายอย่างยิ่ง หลังจากบรรพบุรุษได้ครุ่นคิดพิจารณาอย่างละเอียดแล้ว มองออกเส้นสนกลในไม่น้อย และกล่าวขึ้นช้าๆ บรรพบุรุษผู้นี้ได้พินิจพิเคราะห์มานานมากแล้ว ในขณะนี้เขารู้สึกไม่สามารถอดทนได้อีกแล้ว กระโดดตัวลอยขึ้น ก้าวเข้าไปในทะเลสาบในก้าวเดียว เมื่อเข้าก้าวเท้าเข้าไปในทะเลสาบนั้น สภาพตรงหน้าได้เปลี่ยนแปลงไปมากทีเดียว ในพริบตาเดียวนั่นเอง ไหนเลยมีน้ำทะเลสาบที่เขียวครามตรงหน้า สิ่งที่นัยน์ตาสามารถมองเห็นได้ ล้วนแล้วแต่เป็นลาวาร้อนผ่าวที่เดือดพล่าน มองเห็นลาวาที่เดือดพล่าน กระทั่งมีลาวาพ่นทะลักขึ้นมาเป็นระยะ ลาวาที่พวยพุ่งขึ้นสูงเหมือนต้องการท่วมปกคลุมพื้นที่ทั้งหมดอย่างนั้น ให้กลายเป็นอาณาเขตที่ร้อนผ่าวยิ่งนักในทันที นาทีนี้ ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าตนเองได้กลับไปอยู่ในทะเลเพลิงอีกครั้ง และทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าล้วนแล้วแต่ไม่ใช่ภาพเพ้อฝัน แต่เป็นความจริงที่ดำรงอยู่ เพียงแต่หนึ่งก้าวหนึ่งฟ้าดินเท่านั้น นี่แหละคือความยอดเยี่ยมลึกลับของสถานที่แห่งนี้ มันคือการสร้างสรรค์ของธรรมชาติฟ้าดิน หากไม่เป็นเพราะเช่นนี้ หลินจือวิเศษน้ำแข็งทองคำไฟศักดิ์สิทธิ์ก็จะไม่เกิดอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ขณะที่บรรพบุรุษผู้นี้ก้าวเข้าไปในทะเลสาบแล้วนั้น ยอดฝีมือผู้บำเพ็ญตน จำนวนไม่น้อยที่อยู่ริมทะเลสาบต่างกลั้นลมหายใจเอาไว้ มองดูความเคลื่อนไหวภายในทะเลสาบอย่างละเอียด เขาอยู่ห่างจากหลินจือวิเศษน้ำแข็งทองคำไฟศักดิ์สิทธิ์ใกล้กว่าเดิมไม่น้อยทีเดียว จากนั้นร่างเงาแวบหนึ่ง หลังจากผ่านไปชั่วครู่หนึ่ง บรรพบุรุษผู้นี้ได้ปรากฏอยู่ท่ามกลางทะเลสาบแล้ว ช่วงห่างระหว่างเขากับหลินจือวิเศษน้ำแข็งทองคำไฟศักดิ์สิทธิ์ก็เข้าใกล้ไม่น้อย จากนั้น ร่างเงาแวบหนึ่ง เขาได้หายตัวไปอีกครั้ง “มิน่าเล่าเขาทำจะสำเร็จอยู่แล้ว” ผู้บำเพ็ญตนอดตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้ เมื่อเห็นบรรพบุรุษผู้นี้เข้าไปในทะเลสาบได้สำเร็จ ต่างเกรงว่าหลินจือวิเศษน้ำแข็งทองคำไฟศักดิ์สิทธิ์ต้นนี้จะถูกผู้อื่นชิงเอาไปได้ “แหะคอยดูต่อไปก็แล้วกัน ไหนเลยจะง่ายดายเพียงนี้” ยอดฝีมือที่มาถึงเป็นคนแรกหัวเราะแหะแหะทีหนึ่ง อ๊ากกก…นาทีต่อมา เสียงร้องน่าเวทนาดังขึ้น เมื่อทุกคนได้สติกลับมา เห็นผู้เฒ่าผู้นั้นได้ปรากฎตัวขึ้นที่ทะเลสาบอีกครั้ง แต่ว่า มาคราวนี้ปรากฏเลือดสดๆ ที่พุ่งกระฉูด ไม่ทราบว่าเป็นสิ่งใดที่พลันแทงทะลุหน้าอกของเขาในทันที และศพของเขาได้ตกลงมาจากบนท้องฟ้า “นี่มันเรื่องอะไรกัน?” ยอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนจำนวนมากล้วนแล้วแต่ไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า บรรพบุรุษผู้นี้ถูกฆ่าตายได้อย่างไรกัน ผู้คนจำนวนไม่น้อยต่างรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เมื่อเห็นบรรพบุรุษที่แข็งแกร่งเช่นนี้ถูกสังหาร “แหะที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เอง” หลังจากที่กระบือดำขนาดใหญ่ได้ครุ่นคิดพนิจพิจารณามาครู่ใหญ่ ถึงกับหัวเราะแหะแหะ เขามองออกถึงถึงลึกซึ้งยอดเยี่ยมแล้ว และกล่าวว่า “ที่แท้คือโชคสัจธรรมเก้าชั้น เยี่ยมมาก มิน่าเล่าหลินจือวิเศษน้ำแข็งทองคำไฟศักดิ์สิทธิ์จึงมาเกิดที่ตรงนี้ นับเป็นที่ที่ดีจริงๆ” เมื่อกระบือดำขนาดใหญ่มองทะลุถึงความยอดเยี่ยมแล้ว ดวงตาทั้งสองลุกวาว เตรียมพร้อมกระโดดลงไปในทะเลสาบ หัวเราะแหะแหะและกล่าวว่า “ศิษย์ข้า เจ้ารออยู่ที่ตรงนี้ ข้าจะไปเก็บเอามา” ในเวลานี้ ทุกคนต่างมองไปที่กระบือดำขนาดใหญ่ ความสามารถของกระบือดำขนาดใหญ่ผู้คนจำนวนมากต่างประจักษ์มาแล้ว รู้ว่ากระบือดำขนาดใหญ่ตัวนี้แข็งกร้าวและพาลอย่างยิ่ง ไม่สามารถไปหาเรื่องได้ “อย่าไปเลย” จังหวะที่กระบือดำขนาดใหญ่กำลังคิดจะไปเก็บเอามา หลี่ชิเย่ได้กดตัวเขาเอาไว้ ส่ายหน้าเบาๆ และกล่าวว่า “มีคนเข้าไปแล้ว ก็สงเคราะห์เขาก็แล้วกัน” ……………………………………………..
ฉู่หร่านมองแผ่นยันต์ ก่อนจะมองคนตระกูลฉู่ที่ยังมีท่าทางเย็นชาต่อเธอ “ฉันบูชาแผ่นยันต์แล้ว…”
“มันเป็นยันต์คุ้มภัย”
เสียงของฉู่ลั่วดังมาจากข้างหลัง
ฉู่หร่านหันไปทันที “อะ…อะไรนะ?”
“มันเป็นแค่ยันต์คุ้มภัยธรรมดา และยังไม่ได้ปลุกเสกอะไรทั้งนั้น”
“เป็นไปไม่ได้!” ฉู่หร่านตะโกนออกมา เสียงของเธอหวีดแหลมจนเสียงแตก “มันไม่ใช่ยันต์คุ้มภัยธรรมดา นี่คือ…นี่คือ…ยันต์ที่สามารถทำให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเมื่อก่อนได้”
“คือยันต์ที่ทำให้ฉันกลับมาเป็นลูกสาวของตระกูลฉู่ได้อีกครั้ง”
“ทำให้พ่อแม่และพี่ชายกลับมาเป็นเหมือนเมื่อก่อน”
เธอกอดยันต์เอาไว้ในอ้อมกอด แล้วมองฉู่ลั่วด้วยสายตาระแวดระวัง “เธอกลัวว่าฉันจะใช้ยันต์นี้เพื่อทวงทุกอย่างที่เป็นของฉันกลับคืนมา ก็เลยจงใจพูดโกหกใช่ไหมล่ะ”
“ฉู่ลั่ว ฉันจะบอกเธอให้นะ ไม่มีทางเสียหรอก ฉันจะเอาทุกอย่างของฉันกลับคืนมา!”
แต่ฉู่ลั่วยังมีสีหน้าเป็นปกติ เธอมองฉู่หร่านที่ใกล้ตะเสียสติด้วยสายตาเรียบเฉย “มันเป็นยันต์คุ้มภัยธรรมดา ถ้าเธอไม่เชื่อ จะไปที่วัดเต๋าหรือวัดไหนก็ได้ แล้วลองถามพวกเขาดูได้เลย”
“บางที…ในอินเทอร์เน็ตก็อาจจะมียันต์แบบเดียวกัน เธอลองไปค้นหาดูได้”
ริมฝีปากของฉู่หร่านสั่นระริก เสียงที่เอ่ยก็สั่นเครือเช่นกัน “ฉันไม่เชื่อเธอหรอก เธอกำลังหลอกฉัน”
“ฉันเคยบอกเธอไปนานแล้ว บนโลกใบนี้คนที่ช่วยเธอได้ มีแต่คนที่ทำด้ายแดงและตั้งป้ายวิญญาณให้เธอเท่านั้น”
“มีแค่คนคนนั้น…ที่ทำได้”
พูดจบ ฉู่ลั่วก็หันหลังเดินเข้าไปในบ้านตระกูลฉู่แล้ว
พวกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็รีบวิ่งเข้ามาลากฉู่หร่านออกไปข้างนอก
“พวกแกคิดจะทำอะไร? ฉันเป็นลูกสาวของตระกูลฉู่นะ พวกแกกล้าทำกับฉันแบบนี้เหรอ…ฉันคือฉู่หร่าน! พวกแกตาบอดหรือไง?”
“พ่อคะ แม่คะ จะมองดูพวกเขาทำกับหนูแบบนี้เหรอ?”
“พี่ใหญ่ พี่รอง พี่สาม…”
ประตูที่ปิดสนิทของตระกูลฉู่ไม่มีใครออกมาสนใจเธอแม้แต่คนเดียว เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจึงลากฉู่หร่านออกมาจากเขตชุมชน “คุณหนูฉู่ ถ้าครั้งหน้าคุณยังบุกรุกเข้ามาอีก พวกเราจะแจ้งตำรวจแล้วนะครับ”
“คุณเป็นบุคคลสาธารณะ เรื่องวุ่นวายใหญ่โตแบบนี้ ไม่ดีกับคุณหรอกนะครับ”
ฉู่หร่านถลึงตาใส่ มองเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งหลายด้วยแววตาน่ากลัว เธอแค่นเสียงเย็นชา ก่อนจะกลับไปนั่งบนรถแล้วขับออกไป
หลังขับมาได้สักพักหนึ่ง เธอก็จอดรถตรงข้างทาง วางแผ่นยันต์ไว้ข้างตัว แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพลางพิมพ์คำว่ายันต์คุ้มภัยลงไปด้วยนิ้วมือสั่นเทา
รูปภาพของยันต์คุ้มภัยทั้งหมดปรากฏขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
แม้แต่ลิงก์สำหรับขายของก็แสดงขึ้นมาเหมือนกัน
ฉู่หร่านกดเข้าไปยังลิงก์หนึ่งในนั้น แล้วดูเทียบยันต์อย่างละเอียดถี่ถ้วน
มันเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน
ไม่มีตรงไหนแตกต่างแม้แต่นิดเดียว
ยิ่งไปกว่านั้นยังขายแค่แผ่นละเก้าจุดเก้าหยวน
“จิ่งอันฉิง เธอกล้าหลอกฉัน!!!”
……
บ้านตระกูลฉู่
ทันทีที่ฉู่ลั่วเข้ามาก็เห็นปี้ฮั่นอินที่ห่อตัวด้วยผ้าขนหนู กำลังนั่งกินอาหารมื้อใหญ่อยู่บนเก้าอี้
เขากินไปพลางโบกมือให้ฉู่ลั่ว “ท่านปรมาจารย์มาแล้วเหรอครับ! ตระกูลฉู่สมกับเป็นตระกูลร่ำรวยของเมืองเจียงจริง ๆ แม้แต่อาหารเช้าก็ยังหรูหราขนาดนี้เลย!”
ฉู่เหิงอธิบายให้ฉู่ลั่วฟัง “พวกเราเจอคนคนนี้เมื่อเช้า เขาอยู่ที่สระว่ายน้ำในบ้าน ตอนแรกพวกเราคิดจะแจ้งตำรวจ แต่เขาบอกว่ารู้จักเธอ…”
ปี้ฮั่นอินกินอาหารเช้าเสร็จแล้ว จึงเช็ดปากอย่างลวก ๆ ก่อนดึงกระชับผ้าขนหนู จ้องไปยังเส้นผมเปียกชื้นของตัวเองพลางลุกขึ้นยืน “ท่านปรมาจารย์บอกเองไม่ใช่เหรอครับ ตายครั้งหนึ่งก็อาจจะเป็นเหมือนท่านปรมาจารย์ก็ได้ สามารถบำเพ็ญเซียนได้”
“ผมเลยคิดว่า ท่านปรมาจารย์เกือบตายครั้งหนึ่งในบ้านตระกูลฉู่ ถ้าผมอยากเดินบนเส้นทางเดียวกันกับท่านปรมาจารย์ ก็ต้องทำเหมือนกันทุกประการ ผมก็เลยมาที่นี่ครับ”
“แต่น่าเสียดาย…”
“ผมไม่ได้โชคดีเหมือนท่านปรมาจารย์ ตอนที่ใกล้จะจมน้ำตาย กลับไม่มีพลังอะไรเลย…”
เขาส่ายหน้าแล้วถอนหายใจเบา ๆ