เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1206 ว่าจ้างเซียวเมิ่ง
ไจ๋ฉางสีหน้าหมดความอดทน “ฉันขี้เกียจจะเถียงกับพวกเธอ
แล้ว เจ้านิกาย วันนี้คุณต้องให้คำตอบกับผม เธอเป็นทายาทของเจ็ด
สิบสองสำนักเซียนแห่งลัทธิเต๋า และมีชะตาต้องเซียน ไม่ว่ายังไงเธอก็
ต้องเข้ามาในลัทธิเต๋าเพื่อบำเพ็ญเพียร”
เขาชี้ไปที่เซียวเมิ่ง
ฉู่ลั่ว “เธอเต็มใจเข้าลัทธิเต๋าหรือไม่ เต็มใจบำเพ็ญเพียรหรือไม่
เป็นเรื่องของเธอ พวกเราไม่ว่าใครคนไหนก็บังคับเธอไม่ได้”
เซียวเมิ่งที่อยู่ข้าง ๆ พยักหน้าอย่างแรง “ฉันไม่เต็มใจ”
ดวงตาของไจ๋ฉางบูดนูนขึ้นมา ใบหน้าที่เดิมทีวางท่าสูงส่งราว
เทพเซียน เผยให้เห็นถึงความดุร้าย “เจ้านิกาย คุณหมายความว่า
ยังไง?”
“ทุกวันนี้ลัทธิเต๋าเสื่อมถอย ไม่ง่ายเลยที่จะหาคนมีชะตาเซียน
เจอ เจ้านิกายต้องการจะปล่อยไปจริงหรือ?”
“เจ้านิกายทำแบบนี้ ได้คิดถึงอนาคตของลัทธิเต๋าบ้างหรือไม่?”
“หรือเจ้านิกายอยากให้ผมติดต่อไปหาคนอื่น ๆ ให้พวกเขามา
ออกความเห็นด้วย?”
เขามองฉู่ลั่วด้วยสายตาเย็นชา “เจ้านิกายในฐานะผู้นำลัทธิเต๋า
ต้องคิดถึงอนาคตของลัทธิเต๋าไม่ใช่เหรอ?”
“ฉันต้องคิดถึงอนาคตของลัทธิเต๋าอยู่แล้ว เพียงแต่…พวกเรา
ต้องเคารพความต้องการของอีกฝ่ายด้วย ไม่ใช่เหรอ? อีกอย่าง…”
เธอหยิบสัญญาออกมา “ทางองค์กรตัดสินใจว่าจ้างเซียวเมิ่งแล้ว นี่
คือสัญญาว่าจ้าง”
เธอส่งสัญญาว่าจ้างให้เซียวเมิ่ง “เต็มใจจะไปหรือไม่ เธอ
ตัดสินใจเอาเอง”
“องค์กร? องค์กรอะไรเหรอคะ?”
“องค์กรศักดิ์สิทธิ์ ทำหน้าที่แก้ไขปัญหาบางอย่างที่ไม่สามารถ
แก้ไขได้ด้วยวิทยาศาสตร์” สัญญาว่าจ้างนี้ ตอนที่เธอไลฟ์สตรีมกับ
เซียวเมิ่ง ก็ได้ติดต่อไปหาซู่เซี่ยงหยาง ให้เขาส่งมาให้
เซียวเมิ่ง “…”
เธอรับสัญญามาอ่าน
ดวงตาก็ค่อย ๆ เบิกกว้าง
หยวนเป่ยเป่ยที่อยู่ข้าง ๆ ก็ตื่นเต้นจนต้องจับแขนเธอไว้ “องค์กร
ของรัฐบาล มีสัญญาว่าจ้างระบุครบถ้วน ที่สำคัญเงินเดือนยังสูงมาก
ด้วย”
ฉู่ลั่วที่อยู่ด้านข้างพูดว่า “ตอนนี้ความสามารถของเธอยังไม่พอ
เธอจะยังเป็นได้แค่พนักงานพลเรือน*[1]ในองค์กรเท่านั้น”
“ฉันไม่ถือค่ะ!” เซียวเมิ่งกวาดสายตาอ่านเอกสารอย่างรวดเร็ว
“หมายความว่าฉันยังมีโอกาสในการเลื่อนตำแหน่ง หลังจากเลื่อน
ตำแหน่งแล้วเงินเดือนก็จะสูงขึ้นด้วยใช่ไหมคะ?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “ขอแค่ความสามารถเธอมากพอ เงินเดือนต้อง
สูงขึ้นแน่นอน”
เงินเดือนขององค์กรศักดิ์สิทธิ์ ต้องสูงกว่าเงินเดือนขององค์กร
ทั่วไปแน่นอน
เซียวเมิ่ง “ถ้าอย่างนั้นก็คุ้มค่าที่จะต่อสู้แล้วค่ะ”
ไจ๋ฉางทำหน้าไม่เข้าใจ “เมื่อกี้เธอบอกว่าเธอไม่อยากบำเพ็ญ
เพียรเซียนไม่ใช่เหรอ?”
“ฉันไม่อยากบำเพ็ญเพียรเซียนน่ะสิ!” เธอชี้ไปที่สัญญา “แต่อีก
ฝ่ายให้ฉันเยอะเกินไปไงล่ะ”
เธอถือสัญญาไว้ แล้วกระซิบ “เทพธิดา ฉันนับเป็นคนมี
พรสวรรค์พิเศษหรือเปล่าคะ?”
“ใช่!” ตอนนี้ในองค์กรมีคนของลัทธิเต๋าแบบเซียวเมิ่งหรือเปล่า
“ถ้าอย่างนั้นฉัน…พาครอบครัวไปด้วยได้ไหมคะ! คนที่มี
พรสวรรค์พิเศษ จะสามารถพาครอบครัวไปด้วยได้ไม่ใช่เหรอคะ!”
เธอดึงหยวนเป่ยเป่ยเบา ๆ ดึงหยวนเป่ยเป่ยมาอยู่ข้างตัวเอง “ฉัน
ขอพาเธอไปด้วยได้ไหมคะ!”
ฉู่ลั่วมองหยวนเป่ยเป่ย พลางครุ่นคิด “ในองค์กรต้องมีงาน
บางอย่างที่คนธรรมดาทำได้เหมือนกัน”
“ฉันเห็นในสัญญาเขียนว่ามีการจัดเตรียมหอพักให้ด้วย ฉัน
กับเป่ยเป่ยอยู่ห้องข้างกันได้ไหมคะ?”
“เรื่องนี้น่าจะไม่มีปัญหา”
เซียวเมิ่งกับหยวนเป่ยเป่ยกุมมือกันด้วยความตื่นเต้น
ไจ๋ฉาง “…”
“เพื่อเงินเหรอ? เพื่อเงิน…เธอไม่มีความฝันเลยเหรอ? ในฐานะคน
ในลัทธิเต๋า ปกป้องความยุติธรรม กำจัดมารร้ายพิทักษ์เต๋า…”
เซียวเมิ่งขมวดคิ้วมองไจ๋ฉาง “ถ้าอย่างนั้นฉันต้องดื่มลมตะวันตก
เฉียงเหนือ*[2]เหรอ?”
ไจ๋ฉาง “…”
“เดี๋ยวนี้ข้าวของราคาสูงขึ้นมาก หลังจากฉันเรียนจบจะได้งาน
แบบไหนก็ไม่รู้ คุณยังมาพูดเรื่องความฝันกับฉันอีกเหรอ?”
เธอส่ายหน้า “คุณต้องเป็นพวกที่พูดว่า 996*[3] คือคนที่มีบุญ
บารมีแน่นอนเลย! ฉันไม่มีทางไปกับคุณแน่นอน”
เธอก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว และคว้าแขนของฉู่ลั่วไว้ “ฉันจะไป
กับเทพธิดา”
อย่างน้อยเทพธิดาก็ไม่วาดเค้กปลอม ๆ กลางอากาศให้เธอ
ไม่รู้ว่าประโยคไหนของเซียวเมิ่งทำให้ไจ๋ฉางโกรธเข้าแล้ว
หน้าอกของไจ๋ฉางกระเพื่อมขึ้นลงอย่างแรง เขาส่งเสียงไม่พอใจ
ก่อนนจะสะบัดชายแขนเสื้อแล้วจากไป
*[1] พนักงานพลเรือน 文职人员 หมายถึงเจ้าหน้าในองค์กร
ของรัฐที่ยังไม่ได้เป็นข้าราชการ แต่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตาม
ตำแหน่งที่แต่งตั้งได้ ได้รับสิทธิที่เกี่ยวข้องและปฏิบัติตามพันธกิจ
เหมือนเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
*[2] ดื่มลมตะวันตกเฉียงเหนือ 喝西北风 หมายถึง ยากจน
มากจนไม่มีอะไรจะกิน
*[3] 996 หมายถึง ระบบการทำงานที่เริ่มทำงานเวลา 09.00 น.
ออกจากงานเวลา 21.00 น. และทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ ระบบนี้
สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการทำงานล่วงเวลาที่แพร่หลายในบริษัท
ของจีน