เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1315 ฉันอาจจะเปิดส านัก
ห่าวห่าวจดบันทึกถ้อยคำทั้งหมดของฉู่ลั่วด้วยความตั้งใจ
กลิ่นอายความตายบนตัวเธอลดน้อยลงเรื่อย ๆ แววตาสว่างไสว
ขึ้นมาก “ขอบคุณท่านปรมาจารย์ ฉันต้องให้คนทำร้ายฉันได้ชดใช้
ค่ะ จะไม่ยอมให้พวกเขาพูดขอโทษคำเดียวแล้วก็จบเรื่องไปเด็ดขาด”
“คำขอโทษ แลกชีวิตคุณย่าคืนมาไม่ได้”
“คำขอโทษ ไม่สามารถทำให้คนที่ต้องตายเพราะความรุนแรง
ทางอินเทอร์เน็ตฟื้นกลับมาไม่ได้!”
“คำขอโทษ…ไม่มีประโยชน์สักนิด”
“ความต้องการฉันคือให้พวกเขาชดใช้ ให้ได้รับความทุกข์
ทรมานเหมือนกับฉัน เหมือนกับคนที่ถูกใช้ความรุนแรงทาง
อินเทอร์เน็ต”
ยิ่งพูดน้าตาของห่าวห่าวก็ยิ่งไหลออกมาแล้ว เธอกำลังสะอื้น แต่
บนใบหน้ากลับยังมีรอยยิ้ม ดวงตามีประกายชีวิตชีวาขึ้นมา
ฉู่ลั่วถอนหายใจในใจเบา ๆ ก่อนจะพูดกับผีคุณย่าที่ยืนอยู่มุม
ห้องว่า “วิญญาณของคุณล่องลอยอยู่บนโลกมนุษย์ นานวันเข้าก็ไม่
มีอะไรดีกับตัวคุณ รีบกลับไปยมโลกเถอะค่ะ!”
คุณย่าพยักหน้าอย่างแรง “ขอบคุณปรมาจารย์ฉู่ ตอนนี้ห่าวห่าว
ไม่อยากตายแล้ว ฉันก็วางใจแล้วค่ะ”
หลังจากครอบครัวของมืดมืดมืดร่าลาคุณย่าแล้ว ฉู่ลั่วก็ส่งคุณ
ย่ากลับไปยังยมโลก
“วันนี้การเชื่อมต่อไลฟ์สตรีมจบลงแค่นี้นะคะ” หลังตัดการ
เชื่อมต่อกับมืดมืดมืดเรียบร้อยแล้ว ฉู่ลั่วก็พูดกับกล้องว่า “หวังว่า
ไลฟ์สตรีมวันนี้จะช่วยทุกคนได้”
ตอนที่เธอยื่นมือมาจะปิดไลฟ์สตรีมก็ชะงักไปเล็กน้อย “ใช่แล้ว
หลังจากนี้ฉันอาจจะเปิดสำนักค่ะ”
พูดจบเธอก็ไม่สนใจแล้วว่าคำพูดนี้จะก่อให้เกิดพายุอย่างไร
ขึ้นมา จากนั้นจึงกดปิดไลฟ์สตรีมทันที
คนที่ยังคงคาดเดาต่างตกอยู่ในความโกลาหล
ไลฟ์สตรีมครั้งนี้ขึ้นการค้นหายอดนิยมอีกครั้ง ราวกับว่าทั้ง
อินเทอร์เน็ตกำลังพูดถึงไลฟ์สตรีมครั้งนี้ของฉู่ลั่วกันหมด
ตั้งแต่การพูดคุยเรื่องปีแม่ม่ายไปจนถึงฮวงจุ้ย
จากการพูดคุยเรื่องฮวงจุ้ยไปถึงการใช้ความรุนแรงทาง
อินเทอร์เน็ต
ลัทธิเต๋าเองก็ตกอยู่ในความวุ่นวายเช่นกัน
ปี้ฮั่นอินปิดหน้าจอไลฟ์สตรีมลงพลางเคาะโต๊ะ
ไม่นาน เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
หลังรับสาย เสียงของจิ่งอันฉิงดังมาจากอีกฝั่งของปลายสายว่า
“ฉู่ลั่วคิดจะทำอะไร? ก่อตั้งสำนักเหรอ? อาศัยแค่ตัวเธอเนี่ยนะ?”
ปี้ฮั่นอินกล่าวด้วยน้าเสียงลุ่มลึก “เธออยากเปิดเผยตัวตนของ
ตัวเอง”
จิ่งอันฉิงหัวเราะเยาะ “เธอเป็นแค่คนโง่คนหนึ่งที่ไม่สังเกตเห็น
อะไรเลย จนถึงตอนนี้ เธอยังคิดว่าตัวเองเป็นตัวเอกของโลกนี้ คิดว่า
ตัวเองได้เกิดใหม่แล้ว”
“ตอนนี้สิ่งสำคัญคือฉู่ลั่วคิดจะทำอะไรกันแน่?” จิ่งอันฉิงครุ่นคิด
อยู่พักหนึ่ง “ฉันคิดว่าเธอไม่ได้พยายามจะก่อตั้งสำนักเพียงอย่าง
เดียว”
ความไวของโลกอินเทอร์เน็ตนั้นเร็วมาก
ฉู่ลั่วเพิ่งปิดไลฟ์สตรีมไปไม่กี่นาที วิดีโอไลฟ์สตรีมก็ปรากฏใน
แพลตฟอร์มต่าง ๆ จำนวนมาก
ปี้ฮั่นอินกดเข้าไปในวิดีโอหนึ่ง เห็นฉู่ลั่วอยู่ในวิดีโอพูดเคล็ดวิชา
ลับของลัทธิเต๋าออกมาด้วยสายตาเย็นชา
เธอไม่มีความกลัวเลยแม้แต่น้อยว่าเคล็ดวิชาลับของลัทธิเต๋าจะ
แพร่กระจายออกไป และไม่กลัวด้วยว่าคนธรรมดาจะเรียนรู้เคล็ดวิชา
พวกนี้เพื่อไปทำเรื่องชั่วช้า
“ตามที่ฉันรู้มา เคล็ดวิชาเอาชนะคนชั่วพันลี้นี้ ไม่ใช่รูปแบบที่
สามารถร้องเรียนต่อยมโลก เพื่อรายงานไปยังยมโลกได้”
น้าเสียงจิ่งอันฉิงเปลี่ยนไปแล้ว “หมายความว่าเธอสร้างเรื่อง
หลอกลวงเหรอ? นี่…นี่ถ้าเรื่องหลุดออกไป”
ปี้ฮั่นอิน “มันหลุดออกไปแล้ว”
เขากดเข้าไปในวิดีโออื่น เป็นนักพรตที่ได้รับความนับถืออย่าง
สูงในลัทธิเต๋าคนหนึ่ง เขาสวมเสื้อคลุมเต๋าสีน้าเงิน ในมือถือแส้ขน
หางจามรี สีหน้าเปี่ยมเมตตากรุณา
แต่ในตอนนี้ นักพรตคนนี้มีสีหน้าเคร่งขรึม “ทุกท่านอย่าถูก
หลอก เคล็ดวิชาเอาชนะคนชั่วพันลี้เป็นวิชาชั่วร้าย เดิมทีไม่สามารถ
รายงานไปยังยมโลกได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่สามารถร้องเรียนต่อ
ยมโลกได้อีกด้วย”
“แม้ว่าช่วงแรก วิชานี้จะได้รับความนิยมในลัทธิเต๋า แต่เพราะมัน
ชั่วร้ายเกินไป เคราะห์กรรมที่คืนสนองกลับมาก็รุนแรงมาก จึงถูก
ห้ามใช้ในลัทธิเต๋ามานานแล้ว มันถูกระบุไว้ว่าเป็นวิชาชั่วร้ายที่ไม่
สามารถฝึกฝนหรือเผยแพร่ออกไป”
“ทุกท่านอย่าถูกนักพรตบางคนที่ไม่ได้บำเพ็ญตามหลักของ
ลัทธิเต๋าอย่างแท้จริงหลอกเด็ดขาด”
นักพรตผู้นี้คือนักพรตหงฟาง เขามีฐานะสูงส่งมากในลัทธิเต๋า
ทันทีที่เขาออกมา คนของลัทธิเต๋าจำนวนไม่น้อย ต่างพากัน
โพสต์วิดีโอประณามฉู่ลั่ว
บางคนยังบอกเป็นนัยว่าฉู่ลั่วคือนักพรตชั่วร้าย
หนึ่งคน สองคน…
เพียงแค่คืนเดียว ในอินเทอร์เน็ตก็เต็มไปด้วยวิดีโอของนักพรต
เต๋า พวกเขาต่างโพสต์เพื่อประณามฉู่ลั่ว
แต่ในตอนนี้…
คนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์อย่างฉู่ลั่ว กลับกำลังอยู่ในยมโลก