เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1325 ท าให้พวกเขาชดใช้
จี้ไจ่มองตามหลังไปฉู่ลั่วจนเธอออกจากองค์กร แล้วยืนเหม่อ
ลอยอยู่หน้าประตูแบบนั้น
ไจ๋โหรวกลับจากข้างนอก มองตามสายตาจี้ไจ่ไปก็เห็นรถของ
ฉู่ลั่วแล่นออกไปแล้ว “เป็นยังไงบ้าง คนพวกนั้นได้รังแกเจ้านิกายหรือ
เปล่า”
“ฉันรีบร้อนกลับมาจากข้างนอกก็เพราะกลัวพวกเขารังแกเจ้า
นิกายเชียวนะ”
“เปล่า” จี้ไจ่ตอบ
ไจ๋โหรวจึงโล่งอก “ฉันก็ว่าอย่างนั้น เจ้านิกายเก่งกาจออกขนาด
นี้ พวกเขายังบังอาจคิดจะไล่เจ้านิกายออกไป ไม่คิดบ้างเลยเหรอว่า
พวกเขาคู่ควรกับตำแหน่งนี้หรือเปล่า ไม่มีหัวคิดหรือไง!”
“เหอะ!”
จี้ไจ่เบนศีรษะเล็กน้อยไปมองไจ๋โหรวที่มีสีหน้าลำพองใจ “เธอ
ตั้งใจจะเปิดสำนัก เรื่องนี้คุณรู้ไหม”
“เจ้านิกายน่ะเหรอ”
“อืม”
“ก็ดีแล้วนี่! เจ้านิกายมีความสามารถขนาดนั้น ถ้าเธอคิดเปิด
สำนัก ต้องมีคนอยากมาฝากตัวเป็นศิษย์เยอะแยะไปหมดแน่นอน” ไจ๋
โหรวกุมหน้าด้วยท่าทางเฝ้าฝัน “ไม่รู้ว่าฉันพอมีสิทธิ์เข้าร่วมสำนัก
ของเจ้านิกายบ้างไหมนะ”
จี้ไจ่ “…”
น้าเสียงของเขาแฝงความสงสัย “แต่เธอไม่มีอาจารย์”
“ฉันรู้” ความศรัทธานับถือบนใบหน้าของไจ๋โหรวยิ่งเพิ่มพูน
“เธอไม่มีอาจารย์ แต่เจ้านิกายกลับยังเก่งได้ขนาดนี้!”
“เธอไม่มีอาจารย์ ถ้าเปิดสำนักจริง ๆ นิกายเต๋าจะทำยังไง นี่คุณ
ไม่รู้เรื่องสัญญาระหว่างนิกายเต๋ากับเหล่าทวยเทพเหรอ” ผู้บำเพ็ญ…
ทุกคน ต้องเป็นลูกศิษย์ทวยเทพ
ไม่ว่าจะนับถือเซียนองค์ไหน ตราบใดที่เป็นผู้บำเพ็ญก็ต้องกราบ
ไหว้บูชา
ไจ๋โหรวมีสีหน้าไม่ยี่หระ “ฉันต้องรู้อยู่แล้วสิ! แต่ตอนนี้พลัง
วิญญาณเป็นของขาดแคลน เหล่าทวยเทพก็ตัดขาดจากมนุษย์ไป
นานแล้ว”
“คุณดูสิ กี่ปีแล้วที่ไม่มีคนบำเพ็ญจนบรรลุธรรม”
ไจ๋โหรวปลงตกสุด ๆ เธอตบไหล่จี้ไจ่พลางเอ่ย “จี้ไจ่ ตั้งแต่นิกาย
เต๋าก่อตั้งจนตอนนี้ มีสำนักในนิกายเต๋ามากมายเท่าไรที่ล่มสลายไป
ตามกาลเวลา ถ้าวันหนึ่ง ประวัติศาสตร์ไม่ต้องการให้นิกายเต๋ามีอยู่
อีกต่อไป และไม่ต้องการสัญญาระหว่างนิกายเต๋าและเหล่าทวยเทพ
แล้ว…”
“นิกายเต๋าก็สมควรล่มสลาย!”
พูดจบ เธอก็เอามือไพล่หลังแล้วเดินจากไปด้วยสีหน้าลุ่มลึกเกิน
หยั่งถึง
เหลือเพียงจี้ไจ่คนเดียวที่ยังยืนอยู่หน้าประตูองค์กร เขาจดจ้อง
แผ่นหลังของเธอแล้วจมอยู่ในภวังค์ความคิด
………
ณ คฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวัน
ฉู่ลั่วเพิ่งกลับมาถึงบ้าน เฉิงยวนก็ยื่นมือถือให้ทันที “เด็กสาวชื่อ
ห่าวห่าวส่งข้อความส่วนตัวหาเจ้า บอกว่ามีเรื่องสำคัญมากต้องการ
จะคุยด้วย”
ฉู่ลั่วรับมือถือมาและติดต่อกับห่าวห่าวผ่านข้อความส่วนตัว
ผ่านไปพักหนึ่ง ห่าวห่าวก็วิดีโอคอลกับฉู่ลั่ว
มันต่างจากการเชื่อมต่อครั้งก่อน ห่าวห่าวในตอนนี้ดูมีรอยยิ้ม
เต็มดวงหน้า แววตาเปล่งประกายแสง
“สวัสดีค่ะเทพธิดา!”
คนทั้งครอบครัวของห่าวห่าวรวมตัวกันอยู่หน้ากล้อง เอ่ยทักทาย
ฉู่ลั่วอย่างร่าเริง
ฉู่ลั่วผงกหัวตอบรับ
ห่าวห่าวส่งเสียงอย่างมีความสุข “เทพธิดาคะ คุณรู้ไหม ฉัน
รวบรวมบัญชีที่ด่าทอฉันในโลกอินเทอร์เน็ตก่อนหน้านี้ไว้หมดแล้ว
กลุ่มคนที่ทำคลิปฉันก็รวบรวมไว้แล้วเหมือนกัน”
“ข้อมูลที่ทางตำรวจให้ไว้ฉันก็เรียบเรียงไว้หมดแล้ว”
“เมื่อวาน ฉันฟ้องคดีทิพย์ไปตามวิธีที่เทพธิดาบอกแล้วค่ะ”
เธอแค่นเสียงเย็นด้วยความรู้สึกสะใจ “ฉันไลฟ์สตรีมตอนฟ้อง
คดีทิพย์ด้วย ตอนแรก พวกที่ด่าทอฉันในโลกออนไลน์ยังแอบติดต่อ
มาหาเพื่อขอโทษ หลังรู้ว่าฉันยืนกรานจะฟ้องคดีทิพย์ก็เริ่มด่าฉันกัน
อีกรอบแล้ว”
ซ้ายังด่าไปถึงเทพธิดาด้วย
แต่ห่าวห่าวไม่ได้บอกเรื่องนี้กับฉู่ลั่ว
“ทั้งยังบอกอีกว่า ถ้าพวกเขาตายเพราะฉันที่ฟ้องคดีทิพย์ พวก
เขาก็จะกลายเป็นผีร้ายมาหาฉัน และจะมาล้างแค้นฉันแน่นอน”
ฉู่ลั่วเอ่ย “หลังคุณฟ้องคดีทิพย์แล้ว ทางปรโลกจะสืบคดีจน
ทราบความ พวกเขายังไม่ตายเดี๋ยวนี้หรอกค่ะ แต่ดวงการเงินและ
อายุขัยของพวกเขาจะถูกผลาญไปเรื่อย ๆ แล้วตายไปช้า ๆ”
“หลังพวกเขาตายก็จะถูกพาตัวไปยังปรโลก ไม่มีโอกาสได้เป็นผี
ร้ายอีก”
“ฉันไม่กลัวหรอกค่ะ!” ห่าวห่าวกำหมัดด้วยมือข้างหนึ่งพลาง
ทำท่าให้กำลังใจ “ต่อให้พวกเขากลายเป็นผีร้ายฉันก็ไม่กลัว ฉัน
ต้องการให้พวกเขาชดใช้ ต้องทำให้พวกเขาชดใช้ให้ได้”