เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1333 ผ่านไปนานแค่ไหนก็หนีไปไม่พ้น
[เรื่องนี้ฉันรู้ ๆ! ในช่วงเวลาพิเศษตอนเรียนออนไลน์มีคนจงใจ
บุกเข้ามาสร้างปัญหาในตอนไลฟ์ ทำให้อาจารย์คนหนึ่งโกรธมาก
จนล้มป่วยแล้วก็เสียชีวิตไปเลย]
[เดรัจฉานสองตัวนี้เอง! ได้ยินว่าหลังจากอาจารย์ตายไปก็ยัง
โวยวายลงอินเทอร์เน็ตอยู่อีก ว่าพวกเขาไปบุกที่ช่องไลฟ์อื่นก็ไม่เห็น
จะมีใครตาย การที่อาจารย์คนนี้ตายเป็นความผิดของอาจารย์เอง]
[ที่แท้ก็พวกเขานี่เอง!]
[ฉันรู้จักหนึ่งในนั้น เขาอาศัยอยู่แถว ๆ บ้านฉันนี่เอง ปกติก็เห็น
ว่าเป็นคนดูดีนะ ไม่คิดเลยว่าลับหลังจะทำเรื่องแบบนี้ได้…]
[เดรัจฉานจริง ๆ!]
[เรื่องนี้ไม่ต้องเซนเซอร์เลยได้ไหม ฉันอยากจะเห็นกับตาตัวเอง
ว่าสุดท้ายแล้วไอ้เดรัจฉานสองตัวนี้มันได้รับโทษยังไง]
ทันทีที่วิญญาณสองดวงนี้ออกมาก็เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์
อย่างรุนแรงในช่องไลฟ์ทันที
ทั้งหมดล้วนประณามวิญญาณสองดวงนี้
วิญญาณทั้งสองดวงเห็นกล้องไลฟ์ของฉู่ลั่วก็รีบยกมือขึ้นมาปิด
หน้าปิดตาตัวเอง กลัวว่าใบหน้าที่แท้จริงของตัวเองจะถูกเผยแพร่
ออกไปทางไลฟ์
จนกระทั่งยมทูตรับวิญญาณลากพวกเขาเข้าไปยังสถานที่
ลงโทษแห่งหนึ่ง
ยังไม่ทันได้เดินเข้าไปก็รู้สึกได้ถึงไอร้อนอันรุนแรงแล้ว พอมอง
ไปไกล ๆ ก็เห็นไอหมอกลอยขึ้นมา
ยมทูตรับวิญญาณซึ่งได้รับข่าวมา ขณะที่พวกเขาเข้าไปใกล้ก็
รีบตักน้าทองแดงใส่เข้าไปในปากของวิญญาณดวงหนึ่งทันที
น้าทองแดงร้อนจัดไหลลงไปในลำคอแล้วลวกจนผีนั้นหน้าตา
อัปลักษณ์ ลูกตาก็แทบจะหลุดออกมาจากเบาอยู่แล้ว
แล้วยมทูตดำก็เอ่ยขึ้นมา “คนคนนี้ไม่เพียงแต่พูดหยาบทำร้าย
คนอื่น แต่ตอนมีชีวิตอยู่ยังเป็นสื่ออิสระคนหนึ่งด้วย เคยจงใจใช้
คำพูดที่แสดงถึงการยุแยงลงบนอินเทอร์เน็ต”
แม้ว่าจะวิญญาณจะต้องรับโทษยังไงแต่ภายนอกก็ไม่ได้รับ
ผลกระทบอะไร
ในตอนที่กล้องเลื่อนไปก็มีคนที่รู้สึกคุ้นเคยเป็นจำนวนมากต่าง
จดจำเขาได้
[ให้ตายเถอะ เพื่อนร่วมงานของฉันเมื่อก่อนนี่นา? เขาเป็น
โรคมะเร็งช่องปากตายไปเมื่อสองเดือนก่อน ฉันยังเคยติดตามเขาอยู่
เลย คิดไม่ถึงเลยว่าจะมาอยู่ในปรโลก…]
[จิ๊ ๆ ๆ สื่อไร้คุณธรรม! สมน้าหน้า!]
[สมน้าหน้าแล้ว! สื่อตั้งมากมายเลยที่ไม่แม้แต่จะตรวจสอบ
ข้อเท็จจริงให้แน่ชัด ก็แสดงความเห็นออกมาตามใจตัวเองก่อนแล้ว
เพื่อจงใจปลุกปั่นกระแสให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมา!]
[อย่าว่าแต่สื่ออิสระเลย มีบัญชีสื่ออีกตั้งมากมายที่มีแฟนคลับอยู่
เป็นหลายสิบล้าน แต่ตอนแสดงความคิดเห็นก็ทำเพื่อกระแสล้วน ๆ
ไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้น]
ฉู่ลั่วพูดขึ้นมา “ทองแดงร้อนรุนแรงกรอกปาก เหล็กร้อนพันรอบ
กาย นี่คือโทษของวจีกรรมอย่างสุดท้ายค่ะ และเป็นโทษหนักที่สุด
ด้วย”
เมื่อสิ้นเสียงของเธอ ทางด้านยมทูตรับวิญญาณก็ลากเอาเหล็ก
ร้อนแดงมาประทับลงบนนิ้วทั้งสิบของวิญญาณ
มันร้อนจนลวกเป็นเสียงดังฉ่า
และร้อนลวกจนไม่ว่าจะเป็นในปรโลกหรือว่าผู้ชมที่อยู่ทาง
หน้าจอต่างก็รู้สึกว่านิ้วเจ็บปวดขึ้นมากันหมด
ยมทูตดำพูดขึ้นมา “ชุยอันเหว่ยเองก็เคยใช้บัญชีเล็ก ๆ บน
อินเทอร์เน็ตมาเขียนบทความปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้ง ยุยงให้ทำ
เรื่องไม่ดีและกระตุ้นให้สามีฆ่าภรรยา”
ชุยอันเหว่ย “…”
[ชุยอันเหว่ยนี่มีความศักดิ์สิทธิ์ในทางไหนบ้าง! วจีกรรมทั้งสี่เขา
ไม่ขาดไปเลยสักข้อ! เดี๋ยวพอเขาตายก็จินตนาการได้เลย…ว่าวัน
เวลาของเขาจะต้องเติมเต็มอย่างสมบูรณ์แค่ไหน!]
[จนถึงตอนนี้ฉันก็ยังไม่เข้าใจเลยว่าฉันไปเผยแพร่เรื่องเสียหาย
ยังไงกัน! ฉันต้องการขอความเป็นธรรม!]
[คือว่า…ไม่มีวิธีไถ่บาปเหรอ? เมื่อก่อนฉันอายุยังน้อย
รู้เท่าไม่ถึงการณ์เลยพูดจาไร้สาระออกไป ไม่สามารถไถ่บาปได้เลย
เหรอ?]
[เทพธิดาน้อยก็บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าวจีกรรมลึกที่สุด ไม่
สามารถไถ่บาปได้]
[แย่แล้ว ตอนนี้ฉันพูดอะไรไม่ได้แล้วล่ะ]
[พวกเธอเห็นหรือเปล่าว่ามีบัญชีจำนวนมากเลยที่ออกจากระบบ
ไป แม้แต่บัญชีสื่อบางส่วนก็ออกจากระบบไปกันหมดแล้ว! นี่คือ…
ตกใจกลัวกันเหรอ?]
[เหอะ ๆ !]
ไลฟ์โทษทรมานจากวจีกรรมสิ้นสุดลงแล้ว ยมทูตรับวิญญาณ
พาดวงวิญญาณทั้งสี่ซึ่งตกใจจนชะงักไปมาใส่เชือกตรึงวิญญาณ
ใหม่อีกครั้ง จากนั้นก็ส่งเชือกไปให้ฉู่ลั่ว
แล้วฉู่ลั่วก็พูดในไลฟ์ “กรรมที่ตนเองเป็นคนก่อก็ต้องรับมันด้วย
ตัวเองค่ะ วจีกรรมที่คุณก่อไว้นอกจากจะส่งผลกระทบต่อบุญของคุณ
ในตอนมีชีวิตอยู่แล้ว หลังจากตายไปก็ต้องได้รับโทษด้วยเช่นกัน”
“การตอกตะปูยาวเข้าไปในร่างกาย การดึงลิ้นออกมาไถคันไถ
และดึงลำไส้ออกมาหั่น รวมกันการกรอกทองแดงร้อนรุนแรงเข้าปาก
กับเอาเหล็กร้อนพันรอบตัวด้วยค่ะ คนตายนับหมื่น คนอยู่นับพัน
บาปกรรมก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ ต่อให้ผ่านไปนานแค่ไหนก็หนีไปไม่
พ้น”
หลังจากพูดจบ ฉู่ลั่วก็ยื่นมือไปกดปิดไลฟ์