เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1465 สถานการณ์ตึงเครียด
ไจ๋ฉางก็วิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปดึงตัวนักพรตหงฟางเอาไว้แล้วบอกว่า
“ขอโทษนะครับ ๆ เขาเพิ่งจะออกมาจากการปลีกวิเวกไปนานก็เลย
ไม่เข้าใจกฎของโลกมนุษย์ครับ!”
ซู่เซี่ยงหยางสีหน้าไม่สู้ดีเอามาก ๆ “ไม่รู้กฎเหรอ ถ้าอย่างนั้นก็
เรียนรู้กฎให้ดีก่อนแล้วค่อยออกมาสิ!”
นับตั้งแต่ที่รับช่วงต่อองค์กรมา ซู่เซี่ยงหยางก็พูดจาโหดร้ายแบบ
นี้มาตั้งนานแล้ว
สีหน้าของนักพรตหงฟางดูไม่ดีไปทันทีเช่นกัน
เขาแค่อยากจะขวางทางเอาไว้ ใครจะรู้ว่าเรื่องราวมันจะ
กลายเป็นแบบนี้ไปได้
ในตอนที่หงฟางขยับตัว ฉู่ลั่วเองก็โผล่ไปอยู่ข้าง ๆ ผู้นำคนก่อน
เหมือนกัน
คนเพียงคนเดียวที่ไม่ได้มีสีหน้าเปลี่ยนแปลงไปมีเพียงแค่ผู้นำ
คนก่อนเท่านั้น
สถานการณ์ที่กำลังตึงเครียดในห้องประชุมดูราวกับว่าจะปะทุ
ขึ้นมาในวินาทีถัดไปแล้ว
ผู้นำคนก่อนหัวเราะออกมา “โธ่เอ๊ย! ไม่รู้กฎก็ไม่เป็นไรหรอก
ขอแค่ต่อไปรู้กฎก็พอแล้ว!”
เขามองนักพรตหงฟางแล้วพูดต่อ “ไม่ทราบว่าการที่นักพรตหง
ฟางมาขวางทางผมไว้อย่างนี้ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”
นักพรตหงฟางซึ่งเดิมทีเตรียมจะซักถาม กลับถูกบรรยากาศ
เช่นนี้กดดันลงไปแล้ว
“ผมก็แค่อยากจะถามว่าเรื่องสถานที่ปิดผนึกจะไม่เสียเวลานาน
เกินไปใช่ไหม?”
“เพราะมังกรปีศาจทำลายโลกตนนี้ดุร้ายมาก ถ้าปล่อยให้มันอยู่
บนโลกมนุษย์นานเกินไปก็กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
…….
“อะไรนะ!”
จี้ไจ่ร้องอุทานออกมาอย่างเห็นได้ยาก “คุณบอกว่าผู้อาวุโสหง
ฟางลงมือกับผู้นำคนก่อนในห้องประชุมแผนกเหรอ?”
ไจ๋โหรวปอกส้มไปพลางพยักหน้าแล้วบอก “มันยากที่จะ
จินตนาการออกได้เลยใช่ไหมล่ะ! ตอนนั้นพวกเราทุกคนตกใจจน
แทบตายเลย!”
ไม่เพียงแค่ไจ๋โหรวที่ตกใจแทบตาย ส่วนผู้บำเพ็ญที่อยู่นั่น
ทั้งหมดล้วนสีหน้าเปลี่ยนไปแล้ว
เธอกดเสียงกระซิบ “ได้ยินมาว่า…ซู่เซี่ยงหยางเกือบจะกดปุ่ม
เตรียมแจ้งกองกำลังที่อยู่ด้านนอกองค์กรอยู่แล้วเชียวนะ”
ตัวตนของผู้นำคนก่อนมีความพิเศษมาก เขาเป็นบุคคลที่
สามารถเห็นได้ในตำราเรียน
หากหงฟางลงมือไป ต่อให้จะเป็นการลงมือโดยไม่ได้มีเจตนาก็
คาดว่าเรื่องคงจะจบไม่สวยเช่นกัน
จี้ไจ่ทอดถอนใจออกมา “แล้วหลังจากนั้นล่ะ?”
ไจ๋โหรวยักไหล่แล้วบอก “ผู้นำคนก่อนเป็นคนใจกว้างก็เลยไม่
โกรธ แถมยังตอบคำถามของหงฟางด้วย”
เธอยัดส้มเข้าปากแล้วพูดต่อ “ฉันจะบอกคุณให้นะ ที่ฉันมาใน
ครั้งนี้ก็เพื่อจะบอกคุณนี่แหละ ถ้าฮั่วเซียวหมิงจะต้องถูกปิดผนึก
เอาไว้ในค่ายกลจริง ๆ แล้วถ้าเจ้านิกายตามเข้าไปด้วยล่ะก็”
“องค์กรของพวกเราก็ต้องย้ายเข้าไปด้วยเช่นกัน”
จี้ไจ่เงียบไปเลย
ไจ๋โหรวพูดต่อ “ไม่เพียงแต่องค์กรนะ แม้ว่าสำนักเต๋าบางส่วนเอง
ก็ต้องตามไปด้วย”
จี้ไจ่เงยหน้ามองไจ๋โหรว
ไจ๋โหรวเห็นว่าเขามีสีหน้าดูสับสนก็เลยบอกไป “นี่มันก็เป็นเรื่อง
ปกติมากไม่ใช่เหรอ? สำนักเต๋ามีตั้งมากมายขนาดนี้ เมื่อมีคนไม่เห็น
ด้วยกับเจ้านิกาย ก็ต้องมีคนที่เห็นด้วยกับเจ้านิกาย”
“ในสำนักเต๋าผู้ที่แข็งแกร่งจะได้รับความเคารพ เจ้านิกาย
แข็งแกร่งขนาดนั้นก็ต้องมีสำนักที่ตามไปด้วยเป็นเรื่องธรรมดาอยู่
แล้ว”
“ผมไม่ได้แปลกใจที่จะมีสำนักไหนตามเจ้านิกายไปหรอก” จี้ไจ่
พูดด้วยสีหน้ากังวล “ผมแค่แปลกใจที่พวกเขายืนอยู่ข้างเจ้านิกาย
อย่างเปิดเผยขนาดนี้”
“สำนักอื่น ๆ จะเห็นด้วยเหรอ? โดยเฉพาะผู้อาวุโสหงฟางนั่น”
อย่างน้อยที่สุดเจ็ดสิบสองสำนักเซียนในตอนนี้ก็ไม่มีสักสำนัก
เลยที่ยอมรับตัวตนในฐานะเจ้านิกายของฉู่ลั่ว
ทันทีที่ไจ๋โหรวได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมา “นี่คุณอยู่บ้านไม่ได้
ดูมือถือเลยเหรอคะ?”
จี้ไจ่ตอบ “ช่วงนี้กำลังตั้งใจบำเพ็ญเพียรอยู่เลยไม่ได้จับพวก
เครื่องใช้ไฟฟ้า มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเหรอครับ?”
ก่อนหน้านี้ตอนที่ฉู่ลั่วโดนถล่มด่าจนทั่วอินเทอร์เน็ตเขาก็ร้อน
ใจมาก
แต่จะทำยังไงได้ก็ร่างกายได้รับบาดเจ็บแล้วฟื้นตัวได้ช้า เขาจึง
ต้องฟืนให้จิตวิญญาณบำเพ็ญเพียรไปเพื่อให้ฟื้นตัวโดยเร็วที่สุด