เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1603 ฉันไม่ต้องการ
ผู้บำเพ็ญคนหนึ่งที่รับภัยพิบัติสำเร็จแล้ว
คนที่ใกล้จะได้เป็นเทพขาดเพียงผู้สืบทอดและอาจารย์ก็จะได้
เลื่อนขั้นแล้ว
ถ้าเธอเชิญตระกูลไหนเข้าร่วม ตระกูลนั้นก็จะต้อง…
พอคิดดู สีหน้าของทุกคนก็ตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว
นี่ก็คือสาเหตุที่ผู้อาวุโสทุกคนต่างรีบร้อนมารวมตัวกันที่มณฑล
หนานนั่นเอง
ผู่เสวียนเอ่ย “จะเป็นสำนักไหนจากทั้งลัทธิเต๋านี้ เจ้านิกาย
สามารถเลือกได้เลยครับ!”
หยางเสียนกระแอมออกมาเบา ๆ “เจ้านิกายก็รู้จักผู้สืบทอดและ
อาจารย์ทุกสำนักอยู่แล้ว พวกเราไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก เพียง
หวังว่าเจ้านิกายจะเลือกได้โดยเร็วที่สุดเท่านั้นเอง”
“ขอบคุณในความหวังดีของทุกคนนะคะ”
เธอพูดออกมาอย่างสงบนิ่ง ไม่ได้มีความตื่นเต้นกับคำแนะนำ
ของคนลัทธิเต๋าเลยแม้แต่น้อย
ไจ๋ฉางทนเก็บอารมณ์ไว้ไม่ได้ สุดท้ายเขาจึงพูดออกมา “เจ้า
นิกาย นี่มันหมายความว่ายังไงครับ?”
ฉู่ลั่วตอบเขา “ฉันจะรับความหวังดีเอาไว้ค่ะ แต่มันไม่จำเป็นเลย”
คนทั่วทั้งห้องต่างเงียบเสียงลงไปทันที
แม้แต่ผู้อาวุโสทั้งเจ็ดก็มีท่าทีที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยเช่นกัน
“เจ้านิกายไม่ยินยอมเหรอ?”
“ไม่ยินยอมค่ะ!”
สายตาของหลิงชิวพลันฉายแววความเย็นชาขึ้นมาทันที “ทำไม
ถึงไม่ยินยอมล่ะ?”
ฉู่ลั่วตอบด้วยน้าเสียงสบายอารมณ์ “ฉันไม่อยากมีผู้สืบทอดค่ะ”
ไม่อยากมีผู้สืบทอด และไม่อยากมีอาจารย์ด้วย
คำพูดนี้ฟังดูเหมือนจะกระแทกเข้าที่ใจของผู้บำเพ็ญทุกคนเลย
ทีเดียว
“เจ้านิกายน่าจะรู้กฎของลัทธิเต๋านะ”
“ฉันรู้ค่ะ”
“ในเมื่ออยากจะเลื่อนขั้น ก็จำเป็นจะต้องมีผู้สืบทอด”
ฉู่ลั่วหัวเราะเบา ๆ แล้วมองไปทางนักพรตเทียนหลัวที่พูดพร้อม
กับแววตาสั่นเทาของเขา เธอจึงเอ่ยออกมาอย่างช้า ๆ “ถ้าอย่างนั้น
ตอนนี้ฉันไม่เลื่อนขั้นก็ได้ค่ะ”
ไม่เลื่อนขั้นตอนนี้!
ไม่ได้หมายความว่าในอนาคตเธอจะไม่เลื่อนขั้น!
หลิงชิวผุดลุกขึ้นยืนทันที “คุณต้องการจะ…”
ฉู่ลั่วหัวเราะเสียงค่อย
“การทำอะไรเกินกำลังของตัวเอง มันเป็นความเพ้อฝันค่ะ!”
หลิงชิวกัดฟันแล้ว เขาไม่มีท่าทีของคนที่มีศีลธรรมแบบก่อน
หน้านี้อีกต่อไป ยกมือขึ้นมารวบรวมพลังวิญญาณหมายจะโจมตี
แต่กลับถูกหยางเสียนห้ามปรามเอาไว้ก่อน “ผู้อาวุโส ๆ เจ้า
นิกายอายุยังน้อย เธอยังไม่รู้ความนัก พวกเราเกลี้ยกล่อมเธอสัก
หน่อยก็พอแล้ว…”
“ไม่ต้องมาเกลี้ยกล่อมฉันหรอกค่ะ ฉันไม่ต้องการผู้สืบทอด แล้ว
ก็ไม่ต้องการอาจารย์ด้วย เกลี้ยกล่อมฉันไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร”
ฉู่ลั่วลุกขึ้นยืนแล้วบอก “ถ้าพวกคุณมาเพราะอยากจะให้ความ
ช่วยเหลือมาเป็นผู้สืบทอดและอาจารย์ให้ฉันก็ไม่จำเป็นค่ะ”
“ฉันไม่ต้องการ!”
เธอหัวเราะออกมาเบา ๆ ท่ามกลางเสียงตกใจของทุกคนแล้วพูด
ออกมา “สายฟ้าเก้าสิบเก้าครั้งก็พิสูจน์แล้วนะคะว่าฉันไม่ต้องการ”
“จี้ไจ่ เสี่ยวโหรว” ฉู่ลั่วหันหลังเดินไปที่ห้องนอนแล้วบอก “กว่าผู้
อาสุโสแต่จะคนจะออกมาสู่โลกภายนอกสักครั้งก็ยากเย็นนัก พา
พวกเขาไปเที่ยวในมณฑลหนานทีสิ”
เธอเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็มีพลังวิญญาณอันแข็งแกร่งมาก ๆ จาก
ทางด้านหลัง
“ลัทธิเต๋าไม่อนุญาตให้ผู้บำเพ็ญที่ไม่มีอาจารย์และผู้สืบทอดได้
เลื่อนขั้น! คุณเองก็ไม่มีข้อเว้นเช่นกัน!”
ทว่าเพียงพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งนั้นเพิ่งจะโจมตีเข้ามา มันก็
ถูกฉู่ลั่วยกมือขึ้นมากำจัดไปเบา ๆ แล้ว จากนั้นฉู่ลั่วก็เผยรอยยิ้มมี
ความหมายออกมาท่ามกลางสายตาตกใจของหลิงชิว
“ผู้อาวุโสผ่านภัยพิบัติมาไหมคะ?”
หลิงชิว “…”
“ผู้อาวุโสไม่ได้รับภัยพิบัติเลยด้วยซ้า คงจะคิดว่าสามารถโจมตี
ผู้บำเพ็ญที่รับภัยพิบัติมาได้สำเร็จอย่างฉันได้ ควรจะต้องพูดว่า สม
กับที่เป็นผู้อาวุโสไหมคะ? หรือก็แค่มีความกล้า!”
เธอโบกมือ จากนั้นพลังวิญญาณซึ่งแข็งแกร่งกว่าพลังวิญญาณ
ของหลิงชิวเมื่อครู่ก็กระแทกเข้าหาหลิงชิวไปเต็ม ๆ
เสียงปะทะดังขึ้น แล้วหลิงชิวก็กระแทกกับกำแพงอย่างแรงจนเขา
กระอักเลือดออกมา
“…”
ไม่มีใครพูดอะไร สายตาของทุกคนไม่ได้อยู่ที่หลิงชิวซึ่งมีสีหน้า
ซีดเซียว แต่มองฉู่ลั่วที่มีท่าทีไม่ทุกข์ร้อน
แม้แต่ระบบที่อยู่ในจิตธรรมญาณก็อดจะส่งเสียงออกมาไม่ได้
[โฮสต์ คุณทำอะไรกัน! ทำไมคุณถึงโจมตี…โจมตีผู้อาวุโสลัทธิเต๋า
ล่ะ?]