เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1611 ข้าไม่ได้ชอบเจ้าแล้ว
ควันสีเขียวกับด้ายแดงบนตัวค่อย ๆ หายไปแล้ว
เขาหันหลังจะเดินกลับไปก็ได้ยินเสียงสั่วอิงดังมากจากข้างหลัง
“อาซี! นายกลับมาแล้วเหรอ?”
สวีจิ้น “…”
สั่วอิงเดินหน้าเข้ามาหนึ่งก้าว แล้วรั้งแขนเขาเอาไว้ วินาทีต่อมา
ก็ถูกสวีจิ้นสะบัดออก
สวีจิ้นหันไปมองสั่วอิงที่ล้มลงไปบนพื้น โดยเฉพาะสีหน้าตอนที่
เขามองเธอ มันมีแต่ความเฉยชา มือลูบดาบที่ห้อยอยู่ที่เอวตาม
สัญชาติญาณ
สั่วอิงหันหน้ามามองเขา น้าตาไหลออกมาโดยไม่มีสัญญาณ
เตือนล่วงหน้า “คุณไม่ใช่อาซี คุณคือสวีจิ้น!”
“ถูกต้อง!”
สั่วอิงกอดร่างกายของเจี่ยซีเอาไว้เบา ๆ “คุณไม่อยากกลับเข้า
ร่างของอาซี”
“ใช่! เจ้ายอมแพ้เสียเถอะ! ข้าอยากเป็นแค่สวีจิ้น ไม่อยากเป็น
เจี่ยซีอะไรนั่น!”
สั่วอิงมองเขาด้วยดวงตาแดงก่า “แล้วเจี่ยซีล่ะ? คุณเคยถามเขา
ไหม?”
“เขาไม่ต้องการพ่อแม่และครอบครัวของตัวเองเหรอ?”
“เขาไม่ต้องการฉันแล้วเหรอ?”
สวีจิ้นเงียบไป
สั่วอิงสะอื้นอยู่พักหนึ่งถึงเดินไปข้างหน้าอีกครั้ง เธอคิดจะจับ
แขนสวีจิ้น แต่เขาก็ยังหลบ
“สวีจิ้น ฉันรู้นะ เรื่องเมื่อพันปีก่อนเป็นฉันทำผิดกับคุณกับคุณ
เฉิง แต่ตอนนี้ฉันไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย!”
“ฉันรักอาซี และอาซีก็รักฉัน”
“ฉันขอร้องคุณเถอะนะ คุณช่วยพาอาซีคืนมาให้ฉันได้ไหม?”
สวีจิ้มก้มหน้าลงเล็กน้อย ก่อนจะจากไปท่ามกลางเสียงร้องไห้
ของสั่วอิง
จนกระทั่งเขากลับมาที่ห้องของเฉิงยวน ก็เห็นเฉิงนยวนกำลัง
นอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียง
เขาเดินเข้าไป “เป็นคนตระกูลสั่วที่เรียกวิญญาณข้าไป”
เฉิงยวนเอาแต่เล่นเกม เธอเล่นไปก็ก่นด่าอีกฝ่ายไปด้วย
“สั่วอิงขอร้องให้ข้าพาเจี่ยซีกลับไปคืนนาง”
เฉิงยวน “บ้าหรือเปล่า! ขึ้นไปสิ! ถ้าจะหลบอยู่ในหญ้าก็หลบให้
ทันดี ๆ !”
“ข้าไม่ได้ตอบตกลง ข้าไม่สนใจเจี่ยซีอะไรนั่น ข้าอยากเป็นแค่ส
วีจิ้น”
เฉิงยวน “เล่นเป็นหรือเปล่าเนี่ย ถ้าเล่นไม่เป็นก็อย่ามาเล่น! ข้า
กำลังโกรธจนจะกลับมามีชีวิตอีกรอบแล้วนะ!”
พูดจบเธอก็กดเริ่มเกมอีกครั้ง
สวีจิ้นยืนอยู่ข้างเตียง แววตาค่อนข้างหดหู่ “ยวนยวน เจ้าอยาก
ให้ข้าทำยังไงกันแน่? ข้าทำอะไรผิดถึงทำให้เจ้าโกรธข้าหรือ หรือข้า
ทำอะไรผิดไปจนทำให้เจ้าเข้าใจข้าผิด!”
“เจ้าไม่ได้ทำ!”
เฉิงยวนพูดแทรกสวีจิ้น
เธอหันหน้าไปมองเขา “สวีจิ้น เจ้าไม่ได้ทำอะไรผิดทั้งนั้น และข้า
ไม่ต้องการให้เจ้าทำอะไรด้วย! และข้า…ไม่ได้โกรธ!”
“ถ้าอย่างนั้นเจ้า…”
“ข้าแค่ไม่ได้ชอบเจ้าแล้ว”
สวีจิ้นชะงักไปชั่วขณะ วิญญาณของเขาสั่นไหวเล็กน้อย
เฉิงยวนวางโทรศัพท์ลง มองสวีจิ้นด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก “มัน
ผ่านมาตั้งพันปีแล้ว ต่อให้รักกันแค่ไหนก็ลืมไปจนหมดแล้ว”
“สวีจิ้น เป็นข้าเองที่ทำร้ายเจ้า! เป็นข้าเองที่โง่เขลา ถึงทำให้เจ้า
ถูกแผนการของสั่วหลิงทำร้าย”
“เป็นข้าที่ทำให้เจ้าไม่มีอิสระ ตลอดพันปีที่ผ่านมา”
“ความรู้สึกที่ข้ามีต่อเจ้าคือความรู้สึกผิด ไม่ใช่ความชอบอีก
ต่อไปแล้ว!”
เธอเงยหน้ามองเขา “สวีจิ้น ข้าไม่ได้ชอบเจ้าแล้ว!”
บนดาดฟ้าของโรงแรม
บนจุดสูงสุดที่ปกติไม่อนุญาตให้ใครปีนขึ้นไป ตอนนี้มีคนกำลัง
นั่งอยู่หลายคน…ไม่สิ พูดให้ถูกต้องคือมีผีนั่งอยู่หลายตน
เฉิงยวนหยิบอาหารแปลก ๆ ออกมาทีละอย่าง ในขณะที่เหล่าผี
ต่างน้าลายไหลอย่างน่าขัน เธอได้แต่กลอกตาอย่างอ่อนใจ
“ดูพวกเจ้าสิ เหมือนผีอดอยากที่กลับมาเกิดใหม่เลย”
ซุนหย่าจิ้ง “ช่วงนี้โยวโยวกำลังยุ่งทั้งเลือกสถานที่ ทั้งการตกแต่ง
แต่เธอยังมีเวลาทำอาหารอร่อย ๆ ให้พวกเราด้วย”
เฉิงยวน “แน่นอนว่าต้องให้ข้าเป็นคนลงมือเองสิ!”
เมื่อจัดวางอาหารทั้งหมดเสร็จ เธอก็โบกมือ จากนั้นทุกคนก็พุ่ง
เข้าใส่อาหารทันที
เฉิงยวนมองเหล่าผีที่กำลังกินอย่างมีความสุข เธอหยิบขวดเหล้า
ออกมา แล้วนั่งลงตรงขอบอาคาร แกว่งเท้าไปมาเบา ๆ
ซุนหย่าจิ้งคว้าเนื้อย่างมาหลายไม้ แล้วหยิบขวดเหล้ามานั่งข้าง
เฉิงยวน “โยวโยวถึงกับหมักเหล้าด้วยเหรอ”
“อืม! เป็นเหล้าที่เพิ่งพัฒนาขึ้นมาใหม่ มีแต่เหล้าที่โยวโยวหมัก
เท่านั้นที่พวกเราดื่มแล้วรู้สึกมีรสชาติ”
ซุนหย่าจิ้งดื่มเหล้าอึกใหญ่ “การเป็นผีมีข้อเสียตรงนี้แหละ กิน
อะไรก็ไม่มีรสชาติ ฉันนึกไม่ออกเลยว่าถ้าไม่มีโยวโยว ชีวิตผีของฉัน
จะน่าสังเวชขนาดไหน”