เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1613 บัตรเชิญงานแต่ง
เฉิงยวนร้องโวยวายตลอดทาง “ช่วยด้วย! มีคนจับตัว…ไม่ใช่สิ มี
ผีจับตัวผี! บังคับผีสาวผู้บริสุทธิ์!”
“ช่วยด้วย!”
ซุนหย่าจิ้งหัวเราะเยาะ “ร้องสิ! ถึงเธอจะร้องจนคอแตกก็ไม่มีใคร
มาช่วยหรอก…”
ยังพูดไม่ทันจบ น้าเต้าหยกก็ลอยมาพุ่งเข้าชนซุนหย่าจิ้ง
ซุนหย่าจิ้งหลบไปด้านข้าง แต่น้าเต้าหยกนั้นราวกับมีจีพีเอสติด
ตัว มันไล่ตามเธอมาติด ๆ
“กล้าดีนักนะที่มาก่อเรื่องในโรงแรมแห่งนี้ ช่างใจกล้าจริง ๆ !”
พร้อมกับเสียงตวาดนั้น พลังดาบอันแข็งแกร่งก็พุ่งเข้ามาด้วย
ซุนหย่าจิ้งจำต้องปล่อยเฉิงยวน แล้วยกมือขึ้นใช้พลังวิญญาณ
ป้องกันคมดาบ
“คุณเฉิง คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม!”
เฉิงยวนมองเขาที่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน เป็นหยวน
เส้าหยิน จากนั้นก็มองซุนหย่าจิ้งที่ถูกโจมตีจากทั้งด้านหน้าและ
ด้านหลัง “เจ้าไม่เห็นหรือว่าร่างกายของนางมีบุญกุศลและรัศมีสีทอง
อยู่?”
แม้ว่าซุนหย่าจิ้งจะเป็นเพียงเทพที่เพิ่งเกิดใหม่ แต่ก็เป็นถึงเทพ
เชียวนะ!
“รีบหยุดมือเร็วเข้า!”
หยวนเส้าหยินรีบเรียกน้าเต้าหยกและอาวุธเวทของตัวเอง
กลับมาทันที ถึงจะจำซุนหย่าจิ้งได้
“ขอโทษครับ ผมได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของคุณเฉิง
เลยคิดว่าเธอจะเกิดเรื่อง ยังไม่ทันมองให้ชัดก็ลงมือไปเสียแล้ว”
มีเสียงดังติ้ง
ประตูลิฟต์เปิดออก ซู่เซี่ยงหยางรีบวิ่งมาอย่างรีบร้อน “เกิดเรื่อง
อะไรขึ้น?”
เฉิงยวนบอกเพียงว่าตัวเองกำลังเล่นสนุกกับซุนหย่าจิ้ง
ซู่เซี่ยงหยางจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก ยื่นมือไปตีหยวนเส้าหยิน
“สมแล้วที่เป็นบุตรสวรรค์แห่งลัทธิเต๋า! แค่นายได้ยินก็รู้เลยว่าเฉิง
ยวนเกิดเรื่อง”
“แต่คราวหน้าอย่าลืมเชียวล่ะ อย่าใช้วิชาอาคมต่อหน้าผู้คนมาก
เกินไป”
หยวนเส้าหยินพยักหน้า
“แต่คุณเฉิงไม่เป็นอะไรจริง ๆ เหรอครับ” เมื่อครู่เฉิงยวนร้องเสียง
น่าสยดสยองมาก
ก่อนที่เฉิงยวนจะทันได้พูดอะไร ซุนหย่าจิ้งก็เอ่ยขึ้นด้วยน้าเสียง
เรียบเฉย “ถ้าเธอเป็นอะไรไป แล้วนายจะทำยังไง?”
หยวนเส้าหยิน “…ก็ต้องปกป้องคุณเฉิงแน่นอน”
ซุนหย่าจิ้งกวาดตามองเขาอย่างรวดเร็ว “ปกป้องยังไง? นายเป็น
แค่นักพรตคนหนึ่ง จะปกป้องผีสาวพันปีได้ยังไง?”
ซุนหย่าจิ้งพูดจบ สายตาก็กวาดมองระหว่างเฉิงยวนและหยวน
เส้าหยินอย่างมีนัยยะ
หยวนเส้าหยินกลับไม่รู้สึกตัวเลย “แน่นอนว่าผมจะปกป้องคุณ
เฉิง ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต”
เพราะเจ้านิกายให้ความสำคัญกับคุณเฉิงมาก
ได้ยินดังนั้น ซุนหย่าจิ้งก็หัวเราะเบา ๆ พลางเลิกคิ้วไปทางเฉิง
ยวน
เฉิงยวนกลอกตาอย่างเหนื่อยหน่าย
ซู่เซี่ยงหยางไม่ทันสังเกตเห็นอะไร แต่ดึงแขนหยวนเส้าหยินไป
“อย่าเสียเวลาเลย จี้ไจ่กับไจ๋โหรวส่งข่าวกลับมาแล้ว”
ซุนหย่าจิ้งที่เดิมตั้งใจจะลากเฉิงยวนไป พอได้ยินอย่างนั้นก็
ปล่อยแขน “พูดถึงเรื่องแหวนหยกนั่นใช่ไหม?”
“ครับ”
ซุนหย่าจิ้งก็รีบดึงเฉิงยวนด้วย “ไป ๆ ๆ นี่เกี่ยวข้องกับความสุข
ของเธอนะ”
ไม่นานนัก ทุกคนก็มารวมตัวกันที่ห้องของฉู่ลั่ว
ซู่เซี่ยงหยางพูดกับฉู่ลั่วอย่างตื่นเต้นว่า “จี้ไจ่กับไจ๋โหรวส่งข่าว
มาบอกว่าพวกเราสามารถเข้าบ้านตระกูลจี้ได้อย่างเปิดเผยแล้วครับ”
ฉู่ลั่วชูบัตรเชิญสีแดงสดในมือ “ตระกูลจี้และตระกูลไจ๋ส่งบัตร
เชิญมาให้ฉันพร้อมกันค่ะ…”
เธอหยุดไปชั่วครู่แล้วพูดต่อ “เป็นบัตรเชิญงานแต่งงาน”
“บัตรเชิญงานแต่งงาน!”
ซู่เซี่ยงหยางรับบัตรเชิญที่ปั๊มทองมาอย่างตื่นเต้น เมื่อเปิดดูก็
พบว่าบนนั้นมีชื่อของจี้ไจ่กับไจ๋โหรวเขียนไว้อย่างชัดเจน
เขารู้สึกสมองมืดแปดด้าน “เพื่อภารกิจนี้ พวกเขาสองคนจะ
เสียสละมากเกินไปแล้ว!”
ซุนหย่าจิ้งเข้ามาดูใกล้ ๆ “คุณคิดว่าเป็นการเสียสละ แต่บางที
พวกเขาอาจคิดว่านี่เป็นโอกาสที่ดีก็ได้นะ!”
“ฉันเห็นพวกเขาสองคนแวบแรกก็รู้แล้วว่าไม่ปกติ”
ซู่เซี่ยงหยาง “จริงเหรอ? ผมว่าปกติดีนะ!”
“พูดกับผู้ชายหัวใจเหล็กแบบนี้ก็ไม่มีอะไรจะคุยด้วยแล้ว” ซุน
หย่าจิ้งหยิบบัตรเชิญมาหมุนในมือ “ฉันจะไปด้วย”
ฉู่ลั่วมองเธอ
ซุนหย่าจิ้ง “ช่วงนี้ฉันไม่ค่อยมีผลงานเลย ตอนนี้คนหนุ่มสาวยุ่ง
แต่หาเงินจนไม่มีเวลา แล้วจะมีเวลาที่ไหนมายุ่งเรื่องคบหาดูใจ”
“ในช่วงเวลาแบบนี้ อีกทั้งยังเป็นฤดูจบการศึกษา แค่จะเลิกกันยัง
ไม่ทันกาล แล้วจะมาคบหาดูใจอีก!”
“ให้ฉันเพิ่มผลงานหน่อยสิคะ!”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “ได้!”