เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1615 ใครใช้ให้เธอวิ่งมาหาฉันที่ห้องตอนดึก
- Home
- เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
- บทที่ 1615 ใครใช้ให้เธอวิ่งมาหาฉันที่ห้องตอนดึก
พ่อบ้านหลิวพูดจบก็มองฉู่ลั่วด้วยรอยยิ้ม “เจ้านิกายคิดว่า
อย่างไรครับ?”
“ดีมากค่ะ”
ได้รับคำตอบจากฉู่ลั่ว พ่อบ้านหลิวก็ยิ่งดีใจมาก
“นี่คือที่พักของคุณหนู” พ่อบ้านหลิวยิ้มจนตาหยี “แต่เดิมตั้งใจ
จะรับเธอมาจากตระกูลไจ๋ แต่คุณหนูไจ๋บอกว่าไม่ต้องมีพิธีรีตองมาก
นัก”
“พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถควบคุมพวกเขาได้ ฮ่า คนหนุ่ม
สาวสมัยนี้ มีความคิดต่างจากพวกเราจริง ๆ ! สมัยพวกเรานั้นทุกคน
คิดแต่จะจัดงานใหญ่โต…”
เสียงพูดนั้นดึงดูดความสนใจของไจ๋โหรวที่อยู่ในห้อง “เจ้านิกาย
พวกคุณมาแล้วเหรอคะ”
เธอผลักประตูเปิดออกมา แล้ววิ่งเข้าไปหาฉู่ลั่วทันที พลางกอด
ฉู่ลั่วแน่น “เจ้านิกาย ในที่สุดคุณก็มาแล้ว!”
เธอกำลังจะบ่น แต่ก็เห็นพ่อบ้านหลิวยืนอยู่ข้าง ๆ
“ลุงหลิว!”
“นายหญิงน้อยยังคงมีนิสัยเหมือนเด็ก ๆ อยู่เลย! พวกคุณคุยกัน
ไปเถอะ! ผมจะไปต้อนรับแขกก่อน!”
พ่อบ้านหลิวเอามือไพล่หลัง ยิ้มอย่างมีความสุขเป็นพิเศษ
“เพราะวันนี้เป็นวันสำคัญมาก”
พอเขาเดินจากไป ไจ๋โหรวก็รีบลากพวกเธอเข้ามาในห้อง
หลังปิดประตูลง เธอก็เดินวนไปมาในห้องด้วยความกังวล “จะทำ
ยังไงดี? ฉันจะทำยังไงดี? เจ้านิกายคะ คราวนี้แย่แล้ว! ข้างนอกนั่นมี
คนมาเยอะมากใช่ไหมคะ?”
ฉู่ลั่วมองไจ๋โหรวที่เดินวนไปมาด้วยความวิตก ไม่อยากบอกเธอ
ว่า ‘คนสำคัญของลัทธิเต๋าก็มากันหมดแล้ว’
“จี้ไจ่เป็นนายน้อยตระกูลจี้ และคุณก็เป็นคนแรก ๆ ของตระกูล
ไจ๋ที่เข้ามาทำงานในองค์กร”
“ทั้งตระกูลไจ๋และตระกูลจี้ต่างก็อยากจัดงานใหญ่ เพราะอย่างไร
เสีย…ลัทธิเต๋าก็ไม่ได้มีงานมงคลครั้งใหญ่แบบนี้มาหลายปีแล้ว!”
อีกทั้งยังเป็นการแต่งงานระหว่างสองตระกูลใหญ่แห่งลัทธิเต๋า
นี่ไม่ใช่แค่งานมงคลของสองตระกูลใหญ่เท่านั้น แต่ยังเป็นงาน
มงคลของทั้งลัทธิเต๋าอีกด้วย
ไจ๋โหรว “…”
เธอไม่กล้าแม้แต่จะมองออกไปข้างนอก ได้แต่ซุกตัวอยู่ในห้อง
เหมือนนกกระจอกเทศ
ตรงมุมหนึ่งของห้อง มีชุดแต่งงานสีแดงสดวางอยู่
“เดี๋ยวก่อนนะ พวกเจ้าสองคนจะแต่งงานกันแล้วเหรอ? ไม่ใช่
กลับมาเพื่อสืบเรื่องตระกูลจี้หรอกเหรอ?” เฉิงยวนมองไจ๋โหรวด้วย
ความสงสัย
ซุนหย่าจิ้งกลับชนตัวไจ๋โหรวเบา ๆ พลางพูดอย่างมีเลศนัย
“ไม่ใช่ว่าวางแผนมานาน แล้วฉวยโอกาสลงมือใช่ไหม!”
ไจ๋โหรวได้ยินดังนั้นก็รีบโบกมือปฏิเสธทันที “คุณพูดอะไรของ
คุณน่ะ! ฉันกับจี้ไจ่…เป็นไปไม่ได้หรอก! ฉันเคยเห็นจี้ไจ่ร้องไห้ เคย
เห็นเขาโดนถอดกางเกงตีก้น ฉันยังเคยเห็นเขาฝึกวิชาล้มเหลว เห็น
ตอนโมโหจนขว้างปาข้าวของ…”
“เรื่องมันนานตั้งขนาดนั้น แต่เธอยังจำได้อีกเหรอ”
จี้ไจ่เปิดประตูเข้ามา สีหน้าเขาดูเบื่อหน่าย “เจ้านิกาย”
ไจ๋โหรวแค่นเสียงเบา ๆ “นายไม่ได้บอกว่าเรื่องนี้จัดการได้หรอก
เหรอ? นายจัดการแบบนี้เองเหรอ?”
“ฉันก็ไม่คิดว่าพวกเขาจะรวดเร็วขนาดนั้น! ใครใช้ให้เธอวิ่งมา
หาฉันที่ห้องตอนดึก ๆ แล้วยังโดนคนมาปิดประตูไว้อีก”
ตอนดึก?
ปิดประตู!
ซุนหย่าจิ้งและเฉิงยวนตาเป็นประกายทั้งคู่ มองพวกเขาอย่างเร่า
ร้อน “เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ไจ๋โหรว “…”
“คือ…ฉันกับจี้ไจ่กลับบ้านตระกูลจี้มาหลายวันแล้ว แต่ไม่ได้เข้า
ใกล้ที่พักของลุงจี้เลย ต่อมาฉันสังเกตว่าอาหารที่ห้องครัวเตรียมให้
ลุงจี้นั้นไม่ใช่อาหารสำหรับคนเดียว”
“ลุงจี้ปลีกวิเวกบำเพ็ญ ควรจะกินอาหารน้อยมาก แต่ห้องครัว
กลับเตรียมอาหารให้วันละสามมื้อ ทั้งยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง
บางครั้งยังต้องเปลี่ยนเมนูตามคำขอของลุงจี้อีกด้วย”
“ฉันจึงคิดว่าในเขตที่พักของลุงจี้ จะต้องมีคนอื่นอยู่แน่ ๆ”
“ฉันเลยไปปรึกษากับจี้ไจ่”
“แล้วก็โดนนักพรตเทียนหลัวมาตรึงไว้บนเตียงนั่นแหละ”
“บนเตียง!” ซุนหย่าจิ้งตกใจ “เจรจาก็เจรจาสิ ตรึงไว้บนเตียง
ทำไม?”
ไจ๋โหรวทำหน้าไร้เดียงสา “เขาโดนนักพรตเทียนหลัวตีอีกแล้ว
เขาเหมือนคนโง่ คนอื่นตีเขา เขาก็ไม่รู้จักวิ่งหนี ไม่รู้จักต่อสู้ ไม่รู้จัก
ทายา”
“เขามันเหมือนคนโง่! ฉันทนไม่ไหว ก็เลยคิดว่าถ้าเขาชอบโดน
ตีขนาดนั้น ฉันก็จะตีเขาเสียเลย”
“ให้สมใจเจ้ามาโซคิสม์คนนี้!”
จี้ไจ่ “…”