เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1640 ช่วยพาฉันเข้าไปในหุบเหวเทพมรณะ
การพูดคุยเหตุผลจบลงอีกครั้ง
โต้วเหลียงยิ่งขดตัวเข้าหากัน เสื้อผ้าบนตัวถูกฉีกขาดเป็นริ้ว ๆ
ส่วนครั้งนี้สภาพของจี้จิงเหิงดูอเนจอนาถมากกว่าครั้งก่อนอีก
เสื้อคลุมและแส้ปัดของเขาถูกฉีกขาดจนยับเยิน บนใบหน้าก็มี
รอยข่วนเป็นทางเลือดสิบกว่ารอย ไม่เหลือท่าทางอันสง่างามของ
นักพรตเลยแม้แต่น้อย
จี้จิงเหิงเอียงหน้ามามองฉู่ลั่ว “เจ้านิกายฉู่ปล่อยให้วิญญาณร้าย
อาละวาดแบบนี้ก็ได้อย่างนั้นเหรอ?”
ฉู่ลั่วไม่ตอบเขา แต่หันไปมองเฉิงยวนกับคนอื่น ๆ แทน “ดู
เหมือนพวกเธอจะอธิบายเหตุผลได้ไม่ค่อยดีนัก หัวหน้าตระกูลจี้ถึง
ไม่ยอมรับสักที”
เฉิงยวนบิดข้อมือ “ถ้าอย่างก็…มาพูดคุยกันอีกรอบเถอะ”
“ผมยอมรับ! ผมยอมรับแล้ว” โต้วเหลียงยกมือข้างหนึ่งขึ้น ส่วน
อีกมือกำลังดึงกางเกงตัวเอง
“ถ้าอย่างนั้นก็อธิบายเหตุผลให้หัวหน้าตระกูลจี้ฟังอีกที” สายตา
ของฉู่ลั่วสบกับสายตาของจี้จิงเหิง ท่ามกลางสีหน้าโกรธแค้นและจน
ใจของจี้จิงเหิง เธอถามต่อว่า “หัวหน้าตระกูลจี้คิดว่ายังไงคะ?”
“ไม่ต้องหรอก”
จี้จิงเหิงกัดฟันตอบไปว่า “ฉันยอมรับแล้ว”
“อย่างนั้นก็ดีแล้วค่ะ!”
ฉู่ลั่วนั่งไขว้ขาอย่างสบายอารมณ์อยู่บนโซฟา เฉิงยวนและคน
อื่น ๆ ต่างยืนอยู่ด้านหลังเธอ แม้แต่จี้ไจ่ก็ยืนอยู่ด้านหลังมองมาด้วยสี
หน้าเย็นชา
ส่วนฝั่งตรงข้ามมีจี้จิงเหิงกับโต้วเหลียงที่กำลังนั่งหดไหล่อยู่
“คุณโต้ว ฉันไม่ได้เรียกร้องอะไรมากมาย ขอแค่เรื่องเดียว ช่วย
พาฉันเข้าไปในหุบเหวเทพมรณะทีค่ะ”
พอได้ยินคำว่าหุบเหวเทพมรณะ โต้วเหลียงก็เงยหน้าขึ้นทันที
จากนั้นก็ส่ายหน้า “ไม่…”
“คุณไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธค่ะ หุบเหวเทพมรณะทิ้งร่องรอยเอาไว้ใน
โลกนี้ไม่มากนัก แสดงว่าหุบเหวเทพมรณะไม่อนุญาตให้คนในนั้น
เข้าออกได้ตามใจชอบ แต่คุณกลับพาโม่หวายอวี้ออกมา ดูท่าคง
ไม่ได้รับอนุญาตจากหุบเหวเทพมรณะใช่ไหมคะ!”
โต้วเหลียงมองฉู่ลั่วด้วยความตกใจ
“คุณกล้าพาเธอออกมา แต่ไม่กล้าพาเธอกลับไป คุณโต้ว คุณ
ทำแบบนี้จะไม่ขี้ขลาดเกินไปหน่อยเหรอคะ”
โต้วเหลียงพูดเบา ๆ เพื่อแก้ต่างให้ตัวเอง “หุบเหวเทพมรณะร้าย
กาจมาก แม้แต่คุณก็…”
“แค่คุณพาพวกเราเข้าไปได้ เรื่องหลังจากนั้นก็ไม่เกี่ยวอะไรกับ
คุณแล้วค่ะ แบบนี้คุณโต้วก็ไม่ต้องกลัวว่าตัวเองจะต้องตายแล้ว”
โต้วเหลียง “…”
ฉู่ลั่วรวมถึงสายตาทุกคู่ที่อยู่ด้านหลังเธอนั้นต่างมองเขาอย่าง
เย้ยหยัน ทำให้เขาไม่กล้าสบตากับพวกเขาตรง ๆ ได้แต่ก้มหน้าลง
แล้วพูดว่า “ตกลง!”
“ฉันก็จะไปด้วย” จี้จิงเหิงพูดขึ้นมากะทันหัน
เขามองโต้วเหลียงด้วยสายตาเรียบเฉย แต่แสดงความดูถูก
ออกมาเล็กน้อย “ฉันอยากจะดูว่าใครกันแน่ที่เป็นคู่แท้ที่สวรรค์
กำหนดของเธอ”
ซุนหย่าจิ้งกลอกตาอย่างเบื่อหน่าย พึมพำเบา ๆ “คู่แท้ที่สวรรค์
กำหนด คู่บุพเพที่สวรรค์กำหนด ของพวกนั้นมันสำคัญขนาดนั้น
เลยเหรอ? รักชอบกันเองไม่ได้เหรอ? จำเป็นต้องให้สวรรค์จัดการ
กำหนดทุกอย่างให้เลยเหรอ?”
จี้จิงเหิงเอ่ย “มันสำคัญ”
ซุนหย่าจิ้งแค่นเสียง “มีอะไรสำคัญกัน ก็แค่คนไร้ค่าสองคนที่
แยกไม่ออกว่าตัวเองชอบใครไม่ใช่เหรอ? ถ้าวันหนึ่งสวรรค์บอกว่าคู่
ของพวกคุณคือหมูตัวหนึ่งหรือยุงตัวหนึ่ง พวกคุณก็จะพูดจาหวาน
ซึ้งกับหมูตัวนั้นหรือรักกันไปจนแก่เฒ่ากับยุงหรือเปล่า?”
จี้จิงเหิง “…”
โต้วเหลียง “…”
โต้วเหลียงก้มหน้าลง “เธอพูดถูก ตอนที่พวกเราอยู่ในหุบเหว
เทพมรณะ ผมก็รู้แล้วว่าคู่ครองที่ถูกลิขิตไว้ของหวายอวี้ไม่ใช่ผม”
เสียงของเขาเบามาก ราวกับจะพูดให้ตัวเองฟัง
แต่เพราะบรรยกาศในห้องเงียบเกินไป ทุกคนจึงได้ยินสิ่งที่เขา
พูดอย่างชัดเจน
“ฉันกับหวายอวี้เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก หมั้นหมายกันมา
ตั้งแต่เล็ก รอแต่งงานกันเมื่อพวกเราโตขึ้น แต่แล้ววันหนึ่ง ฉันก็
พบว่าคู่ครองของหวายอวี้ในสมุดบุพเพเป็นคนอื่น”
“คนคนนั้นก็คือจี้จิงเหิง”
โต้วเหลียงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น สายตาอันเศร้าสร้อยแฝงแววเยาะ
หยันตัวเอง “ผมแอบหนีออกจากหุบเหวเทพมรณะ ผมอยากรู้ว่าจี้จิง
เหิงคนนี้เป็นใครกันแน่”
“และผมก็ได้เห็นแล้ว”