เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1644 วางแผนจะแย่งผู้ชายของเธอ
“ไม่มีวิธีอื่นแล้วจริง ๆ เหรอ?” สีหน้าสั่วเฟิงพลันเย็นชาลง
เล็กน้อย “หรือว่าเจ้านิกายตั้งใจเสนอวิธีนี้เพื่อช่วยวิญญาณร้ายบาง
ตนกันล่ะ”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ถ้าหัวหน้าตระกูลสั่วมีวิธีที่ดีกว่า ก็เสนอมาได้เลยค่ะ”
สั่วอิงออกตัวห้ามสั่วเฟิงที่กำลังจะพูดต่อ “หัวหน้าตระกูลคะ อย่า
พูดอะไรอีกเลยค่ะ ฟังที่เจ้านิกายบอกเถอะ”
ใบหน้าของเธอซีดขาว ยกยิ้มด้วยความเศร้าสร้อย “แค่เจ้านิกาย
ยอมช่วยฉันก็ถือว่าดีมากแล้วค่ะ หัวหน้าตระกูล เจ้านิกายคงไม่ได้
ตั้งใจจะเสนอวิธีนี้แน่นอนค่ะ”
สั่วเฟิงแค่นหัวเราะ “เหอะ! หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น!”
ฉู่ลั่วมองสั่วเฟิงที่มีท่าทีโกรธเกรี้ยว แล้วมองสั่วอิงที่กำลังก้มหน้า
พลางพูดขึ้นว่า “ทำไมถึงคิดว่าฉันตั้งใจล่ะคะ? ฉันยุติธรรมกับทุก
อย่างเสมอมา แล้วพวกคุณทำเรื่องเลวร้ายอะไรไว้ ถึงทำให้ฉันต้อง
ตั้งใจเสนอวิธีนี้เหรอคะ?”
ได้ยินอย่างนั้น สีหน้าของสั่วอิงกับสั่วเฟิงซีดเผือดในทันที
สั่วเฟิงรู้สึกโมโหจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง
แต่ฉู่ลั่วยังคงมีสีหน้าสงบนิ่ง เธอพูดต่อ “ถ้าไม่มีข้อคัดค้านอะไร
ก็รีบเตรียมตัวเถอะค่ะ! ช่วงนี้คุณสั่วอิงจะพักอยู่ที่โรงแรมไปก่อน ส่วน
คนอื่น ๆ …ก็ให้กลับไปเถอะค่ะ”
สั่วเฟิงเปิดปากจะไม่เห็นด้วย แต่ฉู่ลั่วก็ตัดบทเธอทันที “แต่ถ้า
ตระกูลสั่วมีวิธีที่ดีกว่าก็เสนอมาได้ค่ะ”
สั่วเฟิงจึงเงียบไปทันที
สั่วอิงจับแขนเธอแล้วส่ายหัว “หัวหน้าตระกูล พวกคุณกลับไป
ก่อนเถอะค่ะ!”
“เธอวางใจได้! พวกเราจะไปพักอยู่ที่โรงแรมอื่น” สั่วเฟิงปลอบใจ
สั่วอิงสองสามคำ แล้วหันไปมองฉู่ลั่ว “หวังว่าเจ้านิกายจะทำตามที่
พูดเอาไว้นะ”
สั่วเฟิงพาคนตระกูลสั่วออกไปอย่างเคืองโกรธ เมื่อเดินผ่านสวี
จิ้น เธอก็เย้ยเยาะเขาอย่างเย็นชา “เสี่ยวอิงต้องมาเจอเรื่องร้ายแรง
ครั้งนี้ก็เพราะเธอ หวังว่าเธอคงไม่ลืมบุญคุณจนเนรคุณเกินไปนะ”
ก่อนสวีจิ้นจะทันได้เอ่ยปาก ซุนหย่าจิ้งก็ทำหน้าตกใจ ยกมือขึ้น
ปิดปาก ส่วนมืออีกข้างจับมือเฉิงยวนไว้ “ยวนยวน ฉันได้ยินมาว่า
เป็นพวกตระกูลสั่วไร้ยางอายนี่ใช่ไหมที่วางแผนจะแย่งผู้ชายของเธอ
ไปเมื่อพันปีก่อน!”
เธอแกล้งทำเป็นไร้เดียงสา “พอฟังจากคำพูดของหัวหน้าตระกูล
สั่วแล้ว ทำไมถึงดูเหมือนพวกเธอเป็นคนวางแผนทำเรื่องไม่ดีกับ
ตระกูลสั่วล่ะ?”
เสียงของเธอออดอ้อนราวกับเป็นเด็กน้อย
“หรือว่าพวกเธอโกหกฉันกันแน่!”
เฉิงยวนก็เลียนแบบเธอ ยกมือสองข้างขึ้นปิดปาก ทำสีหน้า
น่ารักและไร้เดียงสา พูดจาเสียงหวานใส “จิ้งจิ้ง ข้าไม่ได้โกหกเจ้านะ!
คนตระกูลสั่วนี่แหละที่วางแผนจับข้ากับสวีจิ้นแยกจากกันเมื่อพันปี
ก่อน พวกเขาคิดจะแย่งชิงผู้ชายของข้าไป”
“ซ้ายังทำให้ข้าต้องถูกผนึกอยู่ในสุสานนานเป็นพันปี ไม่อาจไป
เวียนว่ายตายเกิดได้”
ซุนหย่าจิ้ง “พวกเขาต้องไร้ยางอายแค่ไหนกันถึงกล้าพูดว่าสวีจิ้
นเป็นคนอกตัญญูกันนะ!”
เฉิงยวนส่ายหน้า “ข้าไม่รู้สิ ไม่รู้เลยจริง ๆ ! บางทีนี่อาจจะเป็น
ธรรมเนียมของคนตระกูลสั่วอย่างพวกเขาก็ได้!”
ผีสองตนพูดคุยกันด้วยน้าเสียงหวานจ๋อยราวกับไม่มีใครอยู่ตรง
นั้น หลังจากพูดจบก็กะพริบดวงตาแปลกประหลาดโต ๆ พลางมองไป
ทางสั่วเฟิง
สั่วเฟิงกัดฟันกรอด
สวีจิ้นเอ่ย “หัวหน้าตระกูลสั่ว ท่านไม่ควรพูดแบบนี้กับข้า”
สั่วเฟิงแค่นเสียงเย็นชาแล้วหันหลังเดินจากไปทันที
พอเธอไปแล้ว ซุนหย่าจิ้งก็หัวเราะเยาะ “ฝีมือไม่เท่าไหร่แต่ทำตัว
ยิ่งใหญ่จริง ๆ แถมยังหน้าหนาอีกต่างหาก! เอาเถอะ!”
เฉิงยวนเอ่ย “ช่วยไม่ได้ ใครจะไปรู้ว่าพวกเขากำลังจะมีบุพเพสิบ
ชาติแล้ว หากบุพเพสิบชาตินี้สำเร็จ บุญกุศลก็จะสมบูรณ์ ตระกูลสั่ว
ก็จะได้รับความเจริญรุ่งเรืองตามไปด้วย!”
เธอมองสั่วอิงด้วยรอยยิ้ม “คุณสั่ว คุณก็อยากให้บุพเพสิบชาตินี้
สำเร็จด้วยเหมือนกันใช่ไหม!”
สั่วอิงมองเฉิงยวนอย่างรวดเร็ว แล้วหันไปมองสวีจิ้นด้วยท่าทาง
เขินอาย “ฉันไม่สนใจเรื่องบุพเพสิบชาติอะไรนั่นค่ะ ฉันแค่อยากอยู่
กับคนที่ฉันชอบเท่านั้น”