เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1647 ราวกับเขาเป็นคนละคน
สวีจิ้นมองเฉิงยวนที่ยืนก้มหน้าอยู่
แสงแดดจากภายนอกหน้าต่างกำลังสว่างจ้า มันส่องผ่านกระจก
ทะลุเข้าไปในดวงวิญญาณของเธอ
ความเหงาหงอยและความห่างเหินที่เคยห้อมล้อมรอบตัวเธอใน
อดีต ค่อย ๆ จางหายไปภายใต้แสงแดดนี้
เขาเดินไปยืนข้าง ๆ เฉิงยวน ยืนอยู่ภายใต้แสงแดดด้วยกัน “ข้า
เพียงอยากจะเป็นสวีจิ้นจริง ๆ”
เฉิงยวนเงยหน้าขึ้นมองเขา
แสงแดดสายหนึ่งส่องตรงผ่านดวงตาของเธอมา
สวีจิ้นเอ่ย “ถึงแม้ว่าข้าจะเป็นเจี่ยซี ฉันก็อยากเป็นแค่สวีจิ้น
เท่านั้น”
เฉิงยวนขยับนิ้วมือเล็กน้อย แล้วก้มหน้าลงพึมพำเบา ๆ “ทุกครั้ง
ก็เป็นแบบนี้”
สวีจิ้น “ทุกครั้งเจ้าก็ไม่เชื่อข้า”
น้าเสียงนี้แฝงความน้อยใจอยู่เล็กน้อย
เฉิงยวน “…”
ดูเหมือนว่ามันจะเป็นแบบนั้นจริง ๆ
ชาติก่อนเธอสงสัยสวีจิ้น
ชาตินี้เธอก็สงสัยเจี่ยซี
ไม่ยอมฟังคำอธิบายของสวีจิ้นหรือเจี่ยซีเลย เธอเชื่อแค่ตัวเอง
คนเดียวเท่านั้น
เฉิงยวนรู้ว่าตัวเองทำผิด แต่ก็อดจะเงยหน้าขึ้นจ้องเขาไม่ได้ “ก็
เพราะเจ้าไม่ยอมอธิบายให้ชัดเจนต่างหาก”
สวีจิ้น “ในระหว่างการหลอมรวมวิญญาณของข้า ความทรง
จำ…”
เมื่อพูดถึงความทรงจำ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่เมื่อ
เห็นว่าสีหน้าของเฉิงยวนไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก เขาก็รู้สึกโล่งใจ
แล้วหัวเราะเยาะตัวเองในใจ
“ความทรงจำสับสนมาก แม้แต่ตัวข้าเองก็ไม่เข้าใจ”
หลังจากเวียนว่ายตายเกิดหลายภพหลายชาติ ความทรงจำ
ทั้งหมดก็หวนคืนมา มันพุ่งเข้าหาเขาอย่างรุนแรง
“ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาพูดคุยเรื่องความรัก” ซุนหย่าจิ้งพูดขึ้นมา
กะทันหัน “ขอฟังเรื่องราวทั้งหมดก่อนได้ไหม!”
เธอลากเฉิงยวนออกห่างจากสวีจิ้น
แต่สวีจิ้นก็ยังก้าวเท้าตามไป
ทางฝั่งคนตระกูลเจี่ยดูเหมือนจะไม่สังเกตเห็นความผิดปกติของ
พวกเขาทั้งสอง จึงยังคงพูดต่อไปว่า
“ถึงแม้ว่าตระกูลของเราจะมีสัญญาหมั้นหมายกับตระกูลสั่ว แต่
ทั้งสองตระกูลไม่ค่อยได้ติดต่อกันเลย จนกระทั่งอาซีโตขึ้น ตระกูลสั่ว
ก็ส่งคนมากะทันหัน”
“พวกเขาบอกว่าต้องการให้ตระกูลเจี่ยของเราทำตามคำมั่น
สัญญาว่าจะหมั้นหมายกัน เพราะสั่วอิงถูกวิญญาณร้ายเข้าสิง มี
เพียงชะตาชีวิตที่เข้ากันได้เท่านั้นที่จะช่วยเธอได้”
เจี่ยฉยงมีสีหน้าไม่ค่อยดีนัก “อาซีไม่เต็มใจ แต่จะไม่ทำก็ไม่ได้
เพราะตระกูลสั่วเคยช่วยชีวิตตระกูลเจี่ยของเราไว้จริง ๆ”
ถ้าไม่ใช่เพราะตระกูลสั่ว อย่าว่าแต่บริษัทในปัจจุบันเลย แม้แต่
คนตระกูลเจี่ยก็คงจะต้องตายจนสิ้นตระกูลไปแล้ว
ซุนหย่าจิ้งพูดเสียงเบาอยู่ข้าง ๆ “สมกับเป็นการคำนวณที่
ง่ายดายและมีประโยชน์จริง ๆ!”
บุญคุณที่ช่วยชีวิต
ยิ่งเป็นบุญคุณที่ช่วยคนทั้งตระกูล
อย่าว่าแต่ให้เจี่ยซีทำตามคำมั่นสัญญาเลย ต่อให้ให้เจี่ยซีต้อง
ตายตามอีกฝ่ายไป คนตระกูลเจี่ยก็ไม่อาจพูดคำว่าไม่ได้เลยสักนิด!
ฟางหนานเยียนก็พยักหน้าเอ่ยว่า “ก็เป็นอย่างนั้นแหละ ถึง
ยังไง…พวกเขาก็เป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิต ถึงแม้อาซีจะไม่ชอบ
พวกเราก็ต้องบังคับให้อาซีคบหากับสั่วอิง”
“โชคดีที่เด็กสาวคนนั้นเป็นคนนิสัยดี ไม่ว่าอาซีจะเย็นชากับเธอ
ยังไง เธอก็ไม่สนใจ”
เจี่ยอันที่อยู่ข้าง ๆ พูดขึ้นว่า “เธอเพิ่งเจอพี่ชายเป็นครั้งแรกก็
ชอบพี่ชายเลยเหรอคะ? เป็นรักแรกพบอย่างนั้นเหรอ? ทั้ง ๆ ที่รู้ว่า
พี่ชายไม่ชอบเธอ แต่เธอก็ยังทุ่มเทให้อย่างเต็มที่”
“ทั้งส่งของกินให้ด้วยตัวเอง ทั้งคอยดูแลพี่ชายเงียบ ๆ”
“ถ้าเธอบอกว่าทำเพื่อช่วยชีวิตของตัวเองก็ยังพอเข้าใจได้ แต่
กลับพูดออกมาว่าเธอแค่ชอบพี่ชายเท่านั้น ถึงแม้พี่ชายจะไม่
สามารถกำจัดวิญญาณร้ายในตัวเธอได้ เธอก็ยังยินดี”
บ้าบออะไรขนาดนี้!
ตัวเองกำลังจะตายอยู่แล้ว โดนผีเข้าตามสิงตามรังควาน แล้วยัง
จะมีเวลาไปคิดเรื่องความรักอีก
“ตอนนั้นครอบครัวของเราพยายามหาวิธีอื่นที่จะกำจัดวิญญาณ
ร้ายในตัวสั่วอิงมาตลอด แต่น่าเสียดายที่หาวิธีไม่ได้เลย”
“ต่อมาในวันเกิดของอาซี สั่วอิงก็ทะเลาะกับอาซี จากนั้นสั่วอิงก็
จากไป เธอพูดจาเด็ดขาดมาก”
ฟางหนานเยียนขมวดคิ้วแน่น สีหน้าเองก็ดูไม่ค่อยดีนัก
“ตอนนั้นพวกเรายังตำหนิอาซีด้วยซ้า คิดว่าเขาไม่ควรปฏิบัติ
กับเธอแบบนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเธอซึ่งเป็นถึงลูกสาวของผู้มี
พระคุณที่ช่วยชีวิตเราด้วย”
“แต่ว่า…หลังจากนั้นอาซีก็เหมือนจะเปลี่ยนไป”
“เขาเริ่มสนใจสั่วอิง เริ่มรู้สึกโกรธเวลาสั่วอิงคุยกับผู้ชายคนอื่น
เริ่มโมโหตอนเห็นสั่วอิงเดินไปกับผู้ชายคนอื่น”
“เขาถึงขนาดทะเลาะวิวาทกับคนอื่นเพื่อสั่วอิงด้วยซ้า”
ฟางหนานเยียนเอ่ยคำสุดท้าย “มันไม่เหมือนอาซีเลย”
มันแปลกประหลาดราวกับเขาเป็นคนละคน