เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1666 ใครจะเป็นคนฆ่าเขา
ซู่เซี่ยงหยางมองสั่วเหลียงที่กำลังนอนอยู่บนพื้น “นี่คือสั่วเหลียง
ใช่ไหมครับ? แล้วตอนนี้พวกเราจะทำอย่างไรต่อดี?”
เขาลูบคอตัวเอง “จะให้จัดการเขาเลยไหมครับ?”
ฉู่ลั่วกล่าว “เขาตั้งใจจะยั่วยุเฉิงยวนค่ะ ต้องการจะให้เฉิงยวนเป็น
คนลงมือกับเขา”
จิ่งเจียเหยียนเอ่ยแทรกขึ้นมา “ดังนั้นพวกเราถึงต้องฆ่าเขา
ก่อนที่ยวนยวนจะลงมือสิ! แบบนี้ยวนยวนก็จะไม่มีโอกาสได้ลงมือ
แล้ว!”
เธอคิดว่านี่เป็นวิธีแก้ปัญหาที่สมบูรณ์แบบจึงตบมือดัง ๆ “ฉันพูด
ถูกต้องใช่ไหม!”
จิ่วฉานถามขึ้น “ถ้าอย่างนั้นใครจะเป็นคนลงมือ?”
เขามองไปทางสั่วเหลียง “ร่างกายของเขาไม่มีหนี้เลือดเลยสัก
นิด ยังคงเป็นผู้บำเพ็ญที่บริสุทธิ์ พลังวิญญาณทั่วร่างก็สะอาด
บริสุทธิ์!”
“ใครจะเป็นคนฆ่าเขา!”
สั่วเหลียงไม่เพียงมีพลังวิญญาณที่บริสุทธิ์ แต่ยังมีบุญกุศลอัน
สูงส่งติดตัวอีกด้วย
การฆ่านักพรตเช่นนี้ ไม่รู้ว่าจะต้องแบกรับผลกรรมมากมาย
เพียงใด
ฉู่ลั่วบอก “ขังเขาไว้ในองค์กรก่อนเถอะค่ะ ฉันจะ…คลายวิชาบด
บังทางสวรรค์บนตัวเขา”
ซู่เซี่ยงหยางลากสั่วเหลียงขึ้นมา แล้วโยนเชือกที่สถาบันวิจัย
คิดค้นขึ้นมาออกไป มันจับมัดเขาไว้แล้วพาคนออกไปทันที
สองวันต่อมา
เฉิงยวนพูดถึงเรื่องจะให้ฉู่ลั่วย้ายหนี้เลือดมาให้เธออีกครั้ง
ฉู่ลั่วจ้องมองเฉิงยวน ถามว่า “หนี้เลือดของพวกเขาหนักหนา
มาก ถ้าย้ายพวกมันทั้งหมดมาไว้ที่ตัวเธอคนเดียว เธอจะรับไหวจริง
ๆ เหรอ?”
เฉิงยวนทำท่าเบ่งกล้าม “ข้าไหว ลั่วลั่ว เจ้าเชื่อข้าสิ ข้าต้องไหว
แน่นอน! อีกอย่างจะอย่างไรก็ยังมีเจ้าอยู่ไม่ใช่เหรอ?”
“อย่างมากข้าก็แค่ต้องอยู่ข้าง ๆ เจ้าตลอดไปเท่านั้นเอง”
แต่ฉู่ลั่วยังคงขมวดคิ้ว
สีหน้าของเฉิงยวนพลันหม่นลงทันที “ลั่วลั่ว เจ้าไม่รู้หรอก! แค่
สองวันนี้ก็มีพวกเด็ก ๆ หลายคนทนรับหนี้เลือดไม่ไหวแล้ว จน
เกือบจะสูญเสียสติไปอีกรอบ”
“พวกเขาแตกต่างจากข้า พวกเขายังอายุน้อยเกินไป จิต
วิญญาณดั้งเดิมของพวกเขาจึงบริสุทธิ์และใสสะอาด”
“หากแปดเปื้อนไปด้วยหนี้เลือดแล้ว จะส่งผลกระทบต่อวิญญาณ
มากกว่าวิญญาณของผู้ใหญ่”
“ลั่วลั่ว! นี่คือสิ่งที่ข้าติดค้างพวกเขา ข้าต้องชดใช้ให้พวกเขา
นะ”
ฉู่ลั่วจ้องมองเฉิงยวนอยู่พักใหญ่ ก่อนจะพยักหน้า “ตกลง! ฉัน
สัญญากับคุณ! แต่ต้องกำจัดพลังชั่วร้ายออกไปจากร่างของพวกเขา
ก่อน”
“ตกลง!”
ตอนนั้นเอง กว่านหว่านก็เข้ามาพร้อมกับฉู่จ้าน
กว่านหว่าน [เขาบอกว่ามีเรื่องจะบอกให้คุณทราบค่ะ]
ฉู่จ้านยื่นบัตรเชิญไปให้ฉู่ลั่ว “ลูกของพี่ใหญ่คลอดแล้ว ที่บ้าน
กำลังเตรียมจัดงานเลี้ยง ให้ฉันมาเชิญเธอไป”
ฉู่ลั่วรับบัตรเชิญมาดูเพียงแวบหนึ่ง จากนั้นก็วางมันไว้ข้าง ๆ
“ฉันจะไปค่ะ”
กว่านหว่านเดินไปตรวจสอบดอกบัวสีแดงแล้ว หลังจากยืนยันว่า
มันเป็นดอกบัวสีแดงจริง ๆ ก็ทำสัญญาณมือให้ฉู่ลั่ว
ดอกบัวสีแดงไม่มีปัญหาอะไร สามารถขจัดพลังชั่วร้ายได้แล้ว
กว่านหว่านกอดกล่องผ้าไหมแล้วเดินไปหาเฉิงยวน
ฉู่จ้านเดินตามหลังเธอไปติด ๆ กระทั่งพอถึงตรงหน้าลิฟต์ กว่าน
หว่านหันกลับมามองเขา พลางใช้สายตาถามเขา
ฉู่จ้านหยิบบัตรเชิญอีกใบออกมา “นี่สำหรับเธอ”
กว่านหว่านขมวดคิ้ว ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ
“คุณปู่คุณย่าก็จะไปด้วย เธอก็ไม่ได้เจอพวกท่านมานานมาก
แล้วไม่ใช่เหรอ?”
กว่านหว่านรู้สึกลังเล
“เธอวางใจได้ มันเป็นแค่งานเลี้ยงครอบครัวธรรมดา ๆ เท่านั้น
ไม่ได้เชิญคนนอกมาส่งเดชหรอก” คนนอกจะถูกเชิญมาหลังจาก
เชิญคนในครอบครัวแล้ว
กว่านหว่านรับบัตรเชิญและพยักหน้าให้เขา บ่งบอกว่าเธอจะไป
ฉู่จ้านจึงพยักหน้าอย่างมีความสุข
กว่านหว่านไม่สนใจเขาอีก เดินดุ่มเข้าไปในลิฟต์ทันที
หลังจากกว่านหว่านจากไปแล้ว ฉู่จ้านก็กระโดดดีใจอยู่กับที่ แต่
ก็ต้องข่มความตื่นเต้นของตัวเองเอาไว้ เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้ว
กดโทรออกทันที
“เตรียมเสื้อผ้าให้ผมสักสองสามชุด”
“สำหรับผู้หญิง ขอรุ่นใหม่ล่าสุดของฤดูกาลนี้! ต้องดูสง่างามสัก
หน่อย อย่าเอาของดูถูก ๆ มาให้ผมนะ”
“เครื่องประดับก็เตรียมมาสักชุด เป็นหยก ขอแบบดี ๆ”