เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1669 ยอมท าทุกอย่าง
หยาดเลือดอาบย้อมผ้าไหมที่ปลิวลงมาจากร่างของเฉิงเฉิงซุน
ให้กลายเป็นสีแดง บนนั้นมีข้อความเขียนไว้ว่า
‘บ้านอาจเปรอะเปื้อน รีบกลับมาโดยด่วน!’
มันกำลังจะถูกส่งไปยังค่ายชายแดน
ขณะที่ทุกคนกำลังนึกเสียดายชีวิตอันแสนสั้นของเด็กหนุ่ม พวก
เขาก็เห็นวิญญาณชั่วร้ายตนนั้นคว้าวิญญาณของเฉิงเฉิงซุนที่ยังคง
มึนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่
มันอ้าปากเตรียมจะกัด
พลังวิญญาณสายหนึ่งพลันโจมตีเข้ามา “เจ้าวิญญาณร้าย
บังอาจทำร้ายคนหรือ!”
คนที่มานั้นคือ…สั่วเหลียง
สั่วเหลียงร่อนลงสู่พื้น ใช้แส้ปัดฟาดใส่ร่างของวิญญาณร้าย
วิญญาณร้ายถูกฟาดจนล้มลงทันที
มันทรุดลงกับพื้นพลางเอ่ยอ้อนวอนว่า “ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!
ท่าน…”
“เจ้าทำร้ายชีวิตผู้อื่น วิญญาณร้ายอย่างเจ้าสมควรตายเท่านั้น”
เขาสะบัดแส้ปัดอีกครั้ง จากนั้นวิญญาณร้ายก็สลายไป
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องแหลมคม
เมฆดำสลายตัวไป เผยแสงจันทร์ให้สาดส่อง
สั่วเหลียงมองไปยังเฉิงเฉิงซุน “วิญญาณร้ายถูกข้ากำจัดไปแล้ว
เจ้าเองก็ตายไปแล้ว รีบเข้าไปเวียนว่ายตายเกิดเถอะ!”
เฉิงเฉิงซุนยังคงงงงวย เขามองไปที่ร่างที่แหลกของตัวเองโดยไม่
รู้ตัว แล้วหันไปมองสั่วเหลียง
“ท่านปรมาจารย์ ข้าขอร้อง ได้โปรดช่วยข้าด้วย”
สั่วเหลียงเอ่ย “ฉันเป็นคนนอก ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทางโลกแล้ว”
เฉิงเฉิงซุนพลันคุกเข่าลงกับพื้นเสียงดังตุบ “ท่านปรมาจารย์ ที่
บ้านของข้าเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ น้องชายน้องสาวของข้าเสียชีวิต
โดยไม่ทราบสาเหตุ ทางบ้านส่งจดหมายไปยังชายแดนหลายฉบับ
แล้ว แต่ไม่มีจดหมายตอบกลับมาเลย”
“ท่านปรมาจารย์ได้โปรดช่วยข้าด้วยเถอะขอรับ”
สั่วเหลียงเอ่ย “ข้าไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทางโลก”
เฉิงเฉิงซุนมองจดหมายที่เปื้อนเลือดด้วยความเจ็บปวด เขา
คลานเข้าไปจับชายเสื้อของสั่วเหลียงแล้วพูดว่า “ท่านปรมาจารย์
ช่วยส่งจดหมายให้ข้าได้ไหมขอรับ?”
“อา…อาเขยของข้าเป็นแม่ทัพอยู่ที่ชายแดน บัญชาการทหาร
นับหมื่นนาย ถ้าท่านปรมาจารย์ช่วยส่งจดหมายให้ข้า ข้าจะยอมทำ
ทุกอย่างให้ท่านเลยขอรับ”
ตอนนี้มีเพียงอาเขยเท่านั้นที่จะหาผู้วิเศษมาช่วยครอบครัวของ
เขาได้
น้องชายน้องสาวของเขาตายไปหลายคนแล้ว ตอนนี้แม้แต่เขา
เองก็ตายไปด้วย
“ท่านปรมาจารย์ ท่านปรมาจารย์…”
บนหน้าจอนั้นฉายภาพ เฉิงเฉิงซุนกำลังก้มศีรษะคำนับไม่หยุด
ซู่เซี่ยงหยางกัดฟัน ทนดูไม่ไหวจนต้องพูดว่า “โหดร้ายเกินไป
แล้ว! นี่มันชัดเจนว่าพวกเขากำลังรังแกคนตระกูลเฉิง”
ในหน้าจอเป็นสั่วเหลียงที่เอ่ยปากขึ้นว่า “ข้างกายข้ายังขาดสัตว์
เลี้ยงวิญญาณอีกหนึ่งตัว ถ้าเจ้าเต็มใจ…”
“ข้าเต็มใจ ข้าเต็มใจ!”
สั่วเหลียงเก็บจดหมายขึ้นมาจากพื้น แล้วโยนยันต์ออกไปแผ่น
หนึ่งไปจับตัวเฉิงเฉิงซุนเอาไว้ “ตั้งแต่นี้ไป เจ้าจะเป็นผีรับใช้ของข้า
ข้าจะสลักเครื่องหมายอาคมของข้าลงบนตัวเจ้า ต่อไปเจ้าจะต้องเชื่อ
ฟังคำสั่งของข้า”
“ขอบคุณท่านปรมาจารย์!”
ดูเหมือนไจ๋โหรวกำลังโมโห ภาพจึงเริ่มเร่งความเร็วขึ้นอีกครั้ง
สั่วเหลียงนำจดหมายไปส่งที่ชายแดน สวีจิ้นกลับไปที่บ้านตระกูล
เฉิง แต่เขาก็ไม่สามารถช่วยชีวิตลูกหลานตระกูลเฉิงได้
พวกเด็ก ๆ จากไปทีละคน…ทีละคน…
หมอหลวงคนแล้วคนเล่าเดินทางมาที่ตระกูลเฉิง แต่ก็ไม่มีใคร
สามารถแก้ปัญหาของตระกูลเฉิงได้เลย
สุดท้ายตระกูลเฉิงก็เหลือเพียงแค่ผู้ใหญ่ เพราะทำบาปกรรมไว้
มากเกินไป จึงทำให้เกิดพลังชั่วร้ายรุนแรง ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง
ของลูกหลาน
แม้แต่กิจการที่เคยรุ่งเรืองก็พังทลายลง
สวีจิ้นออกโรงปกป้อง แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งความเสื่อมถอย
ของตระกูลเฉิงได้
ทว่าผู้ใหญ่ในตระกูลเฉิงกลับมีอายุยืนยาวมาก คนที่อายุมาก
ที่สุดเสียชีวิตตอนอายุเกือบเก้าสิบปี ส่วนคนที่อายุน้อยที่สุดก็มีอายุ
กว่าเจ็ดสิบปี
ในยุคสมัยนั้น การมีอายุอยู่มาถึงขนาดนี้ถือว่ายืนยาวมากแล้ว
ตระกูลเฉิงยิ่งถูกคนรอบข้างดูถูกเหยียดหยามมากขึ้น
ถึงขนาดมีนักพรตมาบอกว่า คนในตระกูลเฉิงใช้ชีวิตของ
ลูกหลานวัยเยาว์เพื่อต่ออายุขัยให้ตัวเอง
ชีวิตในบั้นปลายของคนตระกูลเฉิงจึงอยู่อย่างหวาดกลัวและ
อัปยศ ได้แต่หลบซ่อนอยู่ใต้ปีกของสวีจิ้นเพื่อมีชีวิตอยู่ไปวัน ๆ
ทุกคนที่เห็นภาพนี้ต่างรู้สึกหนักอึ้งในใจ
ซู่เซี่ยงหยางโกรธจนต้องทุบโต๊ะอย่างแรง “ตระกูลเฉิงสามารถให้
กำเนิดเฉิงยวนได้ แสดงว่าตระกูลเฉิงเป็นตระกูลที่มีบุญกุศลมาก”
“ถ้าไม่ถูกวางแผนคิดร้าย พวกเขาจะตกต่าถึงขนาดนี้ได้
อย่างไร?”
“ลัทธิเต๋าจะไร้ยางอายเกินไปแล้วนะ!”
“พวกเขายังเห็นชีวิตของคนธรรมดาเป็นชีวิตอยู่หรือเปล่า!”