เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1690 บอกลาคนในครอบครัว
ในที่สุดเฉิงยวนก็ปลอบพวกเด็ก ๆ ได้สำเร็จ เธอรีบไล่พวกเขา
กลับไปเก็บข้าวของให้เรียบร้อย เพื่อพรุ่งนี้จะได้นำไปยังปรโลกด้วย
มีเพียงเฉินเฉิงซุนที่ยังอยู่เป็นคนสุดท้าย
“อาหญิง ทำไมอาหญิงถึงได้รีบร้อนส่งพวกเราไปเกิดใหม่ขนาด
นี้ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?”
เฉิงยวนตอบ “จะเกิดอะไรขึ้นได้ล่ะ ก็แค่วิญญาณของข้า
ในตอนนี้ไม่สามารถอยู่ห่างจากลั่วลั่วได้นานก็เท่านั้นเอง”
“อีกไม่กี่วันลั่วลั่วก็ต้องไปในที่ที่อันตรายมาก ข้าเองก็จำเป็นต้อง
ไปด้วย”
“ข้าก็แค่กลัวว่าถ้าพวกเจ้าอยู่ที่นี่ อาจจะถูกคนอื่นวางแผนเล่น
งาน”
เธอยกมือขึ้นเคาะหัวเฉินเฉิงซุนเบา ๆ “อายุยังน้อยจะมาคิดอะไร
มากมายกัน นี่มันเรื่องที่เด็กอายุเท่าเจ้าควรคิดเหรอ?”
“รีบกลับไปเก็บของซะ พอไปถึงปรโลกแล้ว อะไรที่ควรทำก็ทำไป
แต่ถ้าเจออะไรก็อย่าไปกลัวมันเชียวนะ!”
“เจ้าแค่บอกชื่อฉู่ลั่วไป ก็จะเดินไปไหนมาไหนในปรโลกได้อย่าง
สบายใจแล้ว”
เฉิงเฉิงซุนที่เดิมยังรู้สึกหนักอึ้งในใจ ถึงกับพูดจาไม่ออกทันที
“ข้านึกว่าอาหญิงจะบอกให้ข้าอ้างชื่อของอาหญิงเสียอีก”
“ข้าจะไม่รู้จักตัวเองดีหรือไง ว่าตัวเองมีความน่าเชื่อถือเท่าไหร่?”
หลังจากส่งเฉิงเฉิงซุนกลับไปแล้ว เฉิงยวนก็หันกลับมามอง
เอกสารที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น พลันถอนหายใจเบา ๆ
เธอก้มลงไปเก็บเอกสารทั้งหมดบนพื้นขึ้นมา
เพียงแค่ก้มลงแล้วเงยหน้าขึ้น วิญญาณของสวีจิ้นก็ปรากฏขึ้น
ตรงหน้า
เฉิงยวนถาม “ไม่ได้กลับไปที่ร่างของเจี่ยซีแล้วเหรอ? ไม่ใช่เจ้า
บอกว่ามีธุระหรือไง”
สวีจิ้นช่วยเฉิงยวนเก็บเอกสารบนพื้นขึ้นมาทีละแผ่น “ข้าไปบอก
ลาคนในครอบครัวมา”
มือของเฉิงยวนชะงักค้าง “บอกลา?”
“ใช่ บอกลา! หลังจากนี้ข้าจะเป็นสวีจิ้น ไม่ใช่เจี่ยซีอีกต่อไป”
น้าเสียงของสวีจิ้นราบเรียบ ราวกับกำลังเล่าเรื่องของคนอื่น “ข้าบอก
พวกเขาไปแล้วว่า ถ้าครั้งนี้ข้ากลับมาอย่างปลอดภัย ข้าจะพาเจ้า
กลับไปที่ตระกูลเจี่ย ให้พวกเขาได้พบหน้า”
“แต่ถ้าร่างกายของข้าตายกะทันหันก็ไม่ต้องรีบร้อน เพราะนั่น
มันหมายความว่าข้าตายไปแล้ว”
เขารับเอกสารมาจากมือของเฉิงยวน จัดเรียงให้เรียบร้อยแล้ว
วางไว้ข้าง ๆ “ปรมาจารย์ฉู่จะไปหุบเหวเทพมรณะเมื่อไหร่?”
“อีกสองสามวัน” หลังจากสวีจิ้นเอ่ยปาก สีหน้าของเฉิงยวนก็ดู
ไม่ดีเลย เธอเดินไปนั่งลงบนโซฟาที่อยู่ด้านข้าง “ลั่วลั่วบอกให้ข้าไป
หุบเหวเทพมรณะด้วยกัน นางเป็นห่วงข้า”
สวีจิ้นนั่งลงข้าง ๆ เธอ โอบไหล่เธออย่างแผ่ว ออกแรงดึงให้อีก
ฝ่ายเอนพิงตัวเขา “เจ้ากับปรมาจารย์ฉู่สนิทกันเหมือนพี่น้อง การที่
นางเป็นห่วงเจ้าก็เป็นเรื่องปกติ”
“ข้ากลัวว่านางจะโกรธ”
สวีจิ้น “ถ้านางโกรธ เจ้าก็แค่เกลี้ยกล่อมนางสักหน่อย ไม่นาน
นางก็หายโกรธแล้ว!”
“นั่นสินะ”
ส่วนภายในห้องอีกห้องหนึ่ง ฉู่ลั่วกำลังขมวดคิ้วเล็กน้อย “เฉิง
ยวนดูแปลก ๆ ฉันต้องพาเธอไปด้วยค่ะ”
ฮั่วเซียวหมิงเลื่อนจานผลไม้ที่หั่นแล้วมาไว้ตรงหน้าเธอ “ถ้าไม่
พูดถึงสวีจิ้น แค่เรื่องของตระกูลเฉิงก็ดูไม่เหมือนนิสัยของเธอแล้ว”
“คุณกังวลว่าเธอจะแอบทำอะไรลับหลังเราอย่างนั้นเหรอ?”
ฉู่ลั่วกล่าว “สิ่งที่ฉันกังวลคือเธอกับสวีจิ้น สวีจิ้นมักจะอยู่ข้าง
กายเฉิงยวนตลอดเวลา แต่หลังจากที่หลานชายหลานสาวของ
ตระกูลเฉิงปรากฏตัว เวลาที่เขาอยู่ข้างเฉิงยวนก็น้อยลง”
“อีกทั้งพลังวิญญาณรอบตัวเขาก็ดูเพิ่มขึ้นมาก”
ฮั่วเซียวหมิง “จะให้คนลองไปสืบเกี่ยวกับทั้งสองคนดูไหม?”
ฉู่ลั่วส่ายหน้า “วันนี้ฉันเกือบจะพูดตรง ๆ กับเฉิงยวนแล้ว แต่เฉิง
ยวนก็ยังแกล้งโง่ ฉันจึงทำได้แค่ให้เธออยู่ใกล้ตัวไว้ตลอดเวลา”
“รอจนกว่าจะไปถึงหุบเหวเทพมรณะ แล้วค่อยจัดการเรื่องของ
ตระกูลสั่ว”
เรื่องของตระกูลสั่วกับหุบเหวเทพมรณะ ความจริงแล้วเป็นเรื่อง
เดียวกัน
เธอยื่นมือออกไป ขวดผนึกรักพลันปรากฏขึ้นมาบนฝ่ามือ นิ้ว
ของเธอลูบไล้บนอักขระที่ยากจะตีความบนนั้นเบา ๆ
“ฉันเคยลองแล้ว มันสามารถแก้ได้ แต่ไม่รู้ว่าจะใช้ได้ผลหรือ
เปล่า”
ราวกับว่าสามารถคลี่คลายรูปลักษณ์ภายนอกได้ แต่ไม่สามารถ
แก้ไขสิ่งที่อยู่ภายใน
เธอรู้สึกได้ถึงมัน แต่ก็ไม่อาจเข้าใจมันได้อย่างถ่องแท้