เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1696 รวบรวมข่าวสาร
“แต่ผมจะพยายามขออนุญาตมาให้ได้อย่างสุดความสามารถ
ครับ” ซู่เซี่ยงหยางพูดพลางพยักหน้ามุ่งมั่น เขาเชื่อว่าเบื้องบนจะต้อง
เข้าใจความลำบากของพวกเขาแน่นอน
แต่ฉู่ลั่วกลับเอ่ย “ฉันหมายถึงฮั่วเซียวหมิงค่ะ”
ซู่เซี่ยงหยางเงียบไปทันที
เขาจ้องมองฉู่ลั่วโดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ
กลับเป็นเฉิงยวนซึ่งอยู่ข้าง ๆ ที่เอ่ยปากขึ้นมา “เขากำลังสงสัย
ว่าเจ้ากำลังใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวอยู่ จงใจคิดจะ
พาฮั่วเซียวหมิงมาที่นี่เพื่อบรรเทาความคิดถึงของตัวเจ้าเอง”
“ผมไม่ได้คิด ผมไม่ได้คิดอย่างนั้นเลย คุณอย่าพูดจาเหลวไหล
สิ”
ซู่เซี่ยงหยางรีบปฏิเสธสามประโยคติด ๆ กัน
แต่การปฏิเสธที่เร็วเกินไปทำให้คนอดสงสัยคำพูดของเขาไม่ได้
ซู่เซี่ยงหยางกระแอมไอหนึ่งที “การจะให้ประธานฮั่วมานั้น…”
ไม่ใช่ว่าเขาสงสัยในมันสมองของฮั่วเซียวหมิง แต่ฮั่วเซียวหมิง
เป็นเพียงนักธุรกิจคนหนึ่ง เขาไม่มีพลังบำเพ็ญ อีกทั้งยังเป็นมังกร
ปีศาจกลับชาติมาเกิดอีก
การที่ฉู่ลั่วออกเดินทางครั้งนี้โดยไม่ได้พาฮั่วเซียวหมิงมาด้วย
เขาก็รายงานไปยังเบื้องบนหลายครั้งแล้ว
ตอนนี้กลับจะต้องพาฮั่วเซียวหมิงมาที่โลกอื่นอีก
นี่…
“ถ้าคุณสามารถเชิญคนอื่นมาได้ ก็ไม่เป็นไรค่ะ”
ซู่เซี่ยงหยางเงียบไป
ไม่ใช่ว่าไม่มีคนอื่นให้เลือก แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของ
อีกฝ่ายด้วยต่างหาก
“ฉันสามารถส่งคนหนึ่งคนกลับไปได้ไหมครับ?”
ดวงตาของเฉิงยวนสว่างวาบขึ้น เธอกำลังจะยกมือ แต่สบเข้ากับ
สายตาของฉู่ลั่วที่มองมา เธอจึงค่อย ๆ ลดมือลงอย่างเงียบเชียบ
“ให้ต้าอีกลับไปเถอะค่ะ พวกเขาเคลื่อนไหวรวดเร็ว ตอนนี้ต้าอี
เองก็มีความสามารถในการบริหารจัดการอยู่บ้างแล้ว”
ซู่เซี่ยงหยางจึงตัดสินใจและสั่งให้ต้าอีกลับไปทันที โดยใช้กุญแจ
เดินได้อย่างโต้วเหลียงเปิดประตูอีกครั้ง
โต้วเหลียงเปิดประตูอีกครั้ง “ประตูนี้คงอยู่ได้ไม่นาน ทุกครั้งที่
เปิดประตู จำนวนครั้งที่ใช้ได้ก็มีจำกัด”
“ถ้าต้องการเปิดประตูอีกครั้ง จำเป็นต้องไปที่สำนักเทพมรณะ”
“ทุกครั้งที่ใช้ เวลา จำนวนครั้ง และตำแหน่งจะเปลี่ยนแปลงไป”
ซู่เซี่ยงหยางได้ยินดังนั้นจึงรีบสั่งต้าอีว่า “พอกลับไปแล้ว ให้นาย
รายงานไปยังเบื้องบนด่วนที่สุด ถ้าจำเป็นจริง ๆ ก็ขออนุญาตเบื้องบน
ให้พาประธานฮั่วเซียวหมิงมาด้วย”
ต้าอีทำสีหน้าจริงจัง “หัวหน้าซู่ เจ้านิกาย โปรดวางใจเถอะ ผม
จะต้องทำภารกิจให้สำเร็จแน่นอน”
พูดจบเขาก็กระโดดออกไปหลังจากเปิดประตูได้แล้ว
ซู่เซี่ยงหยางมองประตูที่ปิดลง แล้วหันหน้าไปมองฉู่ลั่ว “ตอนนี้
เราจะทำอย่างไรต่อครับ? จะรออยู่ที่นี่เฉย ๆ เหรอ?”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ส่งคนลงไปดูตรงเชิงเขาก่อนค่ะ พยายามรวบรวม
ข่าวสารให้ได้มากที่สุด โต้วเหลียงอาจจะไม่ได้พูดความจริงทั้งหมดก็
ได้”
ซู่เซี่ยงหยางก็คิดแบบเดียวกัน เขาพยักหน้า “ได้ ผมจะให้คนใน
องค์กรที่เข้ากับคนง่ายลงเขาไปตอนนี้ครับ”
หลังจากจัดการเรียบร้อยแล้ว ซู่เซี่ยงหยางก็ให้คนตั้งค่ายพักแรม
และต้องซ่อนอาวุธหนักทั้งหมดไว้ด้วย
ผ่านไปเจ็ดแปดชั่วโมง คนที่ลงเขาไปก็กลับขึ้นมา
“ที่เชิงเขาเป็นยังไงบ้าง?”
“มีอะไรแปลก ๆ ไหม?”
“เจอผีสางอะไรหรือเปล่า? ผู้บำเพ็ญนอกรีตล่ะ?”
ทุกคนต่างสงสัยใคร่รู้
คนที่ลงเขาไปมายืนอยู่ตรงหน้าฉู่ลั่วกับซู่เซี่ยงหยางเพื่อรายงาน
สถานการณ์
คนที่เหลือต่างยกเก้าอี้มานั่งล้อมวงอยู่รอบ ๆ
“ตรงเชิงเขามีหมู่บ้านไม่ใหญ่ไม่เล็กอยู่ ในนั้นมีทั้งผู้บำเพ็ญและ
คนธรรมดา”
ซึ่งเรื่องนี้ตรงกับที่โต้วเหลียงบอกไว้
“แต่ว่า…ลำดับชนชั้นแบ่งแยกชัดเจน ผู้บำเพ็ญมีสถานะสูงส่ง
มาก ส่วนคนธรรมดามีสถานะต่าต้อย”
ทุกคนสามารถเห็นได้จากสีหน้าของพวกเขา การพูดว่า “ต่า
ต้อย” นั้นถือว่าให้เกียรติกับอีกฝ่ายมากแล้ว
ซู่เซี่ยงหยางขมวดคิ้ว “นายบอกมาตามตรงไม่ต้องอ้อมค้อม
พวกเราเพิ่งมาถึงที่นี่ต้องระวังทุกอย่าง ไม่ว่าเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็
ห้ามประมาท”
เจ้าหน้าที่องค์กรคนนั้นทำหน้าเหมือนกินของเก่ามาทั้งปี “ตอน
ที่พวกเราลงเขาไป ก็เห็นนักพรตไม่กี่คนที่มีวรยุทธ์ไม่สูงนัก กำลัง…”
เจ้าหน้าที่องค์กรอีกคนกัดฟันเอ่ย “กำลังลักพาตัวคน! พวกเขา
ลักพาลูกสาวของคนธรรมดาไปต่อหน้าต่อตา คนรอบข้างรวมถึงพ่อ
แม่ของเด็กสาวก็ไม่มีใครต่อต้าน แม้แต่ตัวเด็กสาวเองก็ไม่ขัดขืนด้วย
ครับ”