เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1720 ยังไม่พอ
“ไม่มีเลยครับ” ไจ๋โหรวและคนอื่น ๆ ต่างมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก “คนที่
เราส่งไปสำรวจก็ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว ห้องโถงใหญ่ด้านใน
ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์”
ด้านนอกกลายเป็นที่รกร้างว่างเปล่า แต่สถานที่ที่ปรมาจารย์ทั้ง
แปดอยู่กลับไม่ได้รับความเสียหายแม้แต่น้อย
จี้ไจ่ลุกขึ้นยืน “พวกเราไปทำลายค่ายกลเถอะครับ แล้วค่อย…”
“ไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ” ฉู่ลั่วพูด ไม่สนใจจี้ไจ่เลย “คุณไม่
สามารถทำลายค่ายกลนี้ได้ ฉันเองก็เหมือนกัน”
เฉิงยวนเท้าคางพลางกล่าว “ลั่วลั่วลองแล้ว! นางไม่มีทางจัดการ
กับค่ายกลของสำนักในนั้นได้เลย”
ซู่เซี่ยงหยางขมวดคิ้ว “ถ้าอย่างนั้นเราจะปล่อยไว้แบบนี้เหรอ
ครับ? พวกเขาหลบซ่อนอยู่ข้างในตลอด แล้วเราจะไม่ทำอะไรเลย
เหรอ?”
“พวกเขาจะออกมาเองค่ะ” ฉู่ลั่วมองไปไกล “ที่นี่มีพลังแค้นหนัก
มาก”
เธอเปลี่ยนหัวข้อสนทนากะทันหัน ทำให้ทุกคนมองด้านนอก
ค่ายกลของสำนักเจิ้นเซียน
ไจ๋โหรวพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่แล้วค่ะ! ช่วงนี้มีคนตายมากมาย
เกินไป! วิญญาณร้ายนับล้านดวง ศิษย์ในสำนักมากมาย และ…
ความแค้นของคนธรรมดาที่ได้รู้ความจริงทั้งหมด”
“โลกนี้มีพลังแค้นหนักหนาเกินไปแล้วค่ะ”
หยวนเส้าหยิน “ถ้าอย่างนั้นก็ควรหาคนมาสวดส่งวิญญาณนะ
ครับ”
เฉิงยวน “จะส่งไปไหนล่ะ? นี่ที่ปรโลกยังไม่มีแล้วจะส่งไปไหน อีก
อย่างพลังแค้นของวิญญาณที่สลายไปแล้วจะส่งไปไหนต่อ?”
“หุบเหวเทพมรณะกำลังปกปิดอะไรไว้กัน!”
“จะสู้หรือไม่สู้เนี่ย!”
……
“ยังไม่พอสินะ!” เฝิงหรูยืนอยู่ที่ขอบค่ายกล มองวิญญาณของ
ศิษย์ผู้น่าสงสารที่อยู่ข้างนอก “เหมือนว่าแค่ให้พวกเขาตายจะยังไม่
พอ ต้องทำให้พวกเขาทุกข์ทรมานยิ่งกว่านี้”
เขาหันกลับมามองไปยังศิษย์ที่อยู่ในห้องโถงใหญ่
ฉางเหอก็พูดกับศิษย์สองคนของตนว่า “ไปเถอะ! ทำให้พลัง
อาฆาตรุนแรงขึ้นอีกหน่อย”
“ครับอาจารย์!”
ศิษย์ทั้งหมดออกไปแล้ว เหลือเพียงจิ่งอันฉิงที่ยังยืนอยู่ข้างจาง
เจี่ยว ใบหน้าก้มลงด้วยความนอบน้อม
เฝิงหรูมองจิ่งอันฉิงแวบหนึ่ง “อาจารย์จาง นายควรให้เธอไปด้วย
เธอเข้าใจเรื่องพวกนี้มากกว่าพวกศิษย์ของเรานะ”
จางเจี่ยว “เธอไม่จำเป็นต้องไปหรอก พลังอาฆาตข้างนอกนั้น
รุนแรงเกินไป ไม่เป็นผลดีต่อเธอ”
ดวงตาของจิ่งอันฉิงเป็นประกาย มองจางเจี่ยวอย่างตื่นเต้น แผ่น
หลังยิ่งโค้งงอมากขึ้นไปอีก
เฝิงหรูแค่นเสียงเย็นชา พูดเบา ๆ ว่า “เสแสร้งนัก”
สามวันต่อมา ศิษย์ทั้งหมดที่เสียชีวิตนอกห้องโถงใหญ่ได้
กลายเป็นวิญญาณร้าย พลังแค้นพลุ่งพล่านขึ้นสู่ท้องฟ้า
ฉู่ลั่วกับพวกบินมายังตำแหน่งที่ไม่ไกลจากหุบเหวเทพมรณะ
มองพายุหมุนวนขนาดมหึมาที่ก่อตัวขึ้นจากความแค้น แผ่ขยายไป
ทั่วทั้งฟ้า
พายุหมุนนี้ใหญ่กว่าพายุที่เกิดจากวิญญาณร้ายล้านดวงก่อน
หน้านี้มาก ปกคลุมท้องฟ้าไปถึงครึ่งหนึ่ง
“พลังแค้นมากมายเหลือเกิน!” ไจ๋โหรวขมวดคิ้ว พลังแค้นรุนแรง
ทำให้แม้แต่ผู้บำเพ็ญอย่างพวกเขายังรู้สึกไม่สบายตัว
ส่วนเฉิงยวนถูกฉู่ลั่วสั่งห้ามไม่ให้ออกจากสำนักเจิ้นเซียนแล้ว
พลังแค้นนี้ หากเฉิงยวนออกมาสัมผัส เธอจะกลายเป็นผีร้าย
แน่นอน
“พวกเขาคงไม่หลบอยู่ข้างในตลอดไปหรอกนะคะ!” ไจ๋โหรวลอย
เข้าไปใกล้อีกนิด พอเห็นซากศพที่ถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ จึงรีบถอยกลับไป
อย่างรวดเร็ว
คนที่เหลือกลับไม่สนใจสภาพด้านล่าง จ้องมองแต่ห้องโถงใหญ่
ชั้นในเท่านั้น
ประตูหน้าต่างของห้องโถงใหญ่ปิดสนิทจนมองไม่เห็นว่าเกิด
อะไรขึ้นข้างใน
แต่ไอแค้นที่ลอยออกมาจากที่นั่นเป็นระยะ ก็ดูเหมือนว่าข้างใน
นั้นคงไม่สงบเช่นกัน
จิ่งอันฉิงถือดาบด้วยสีหน้าเรียบเฉย เฉือนเนื้อหนังจากร่างของ
ศิษย์ที่ถูกแขวนลอยอยู่กลางอากาศ
ศิษย์คนนั้นร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
เธอไม่ได้คิดสนใจ ถือดาบเดินไปหาศิษย์คนต่อไป
ศิษย์คนนั้นไม่มีส่วนใดของร่างกายที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ เลือด
หยดไหลจากร่างกายของเขา ด้านล่างกลายเป็นแอ่งเลือด
“อาจารย์ อาจารย์ครับ ช่วยผมด้วยครับ! ผมไม่อยากเป็นเซียน
แล้ว ผมไม่อยากเป็นเซียนแล้ว!”
เฝิงหรูหันหลังให้ “นายวางใจเถอะ หลังอาจารย์บรรลุแล้ว จะไม่
ลืมนายแน่นอน”
“ไม่นะ อาจารย์ อาจารย์…”
พร้อมกับเสียงของเขา คมดาบก็ควักลูกตาของเขาออกมา เสียง
กรีดร้องอันน่าสยดสยองดังก้องไปทั่วห้องโถงใหญ่