เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1725 กล้าท้าทาย
ณ สำนักเจิ้นเซียน
ไจ๋โหรวกำลังถูกกดให้คุกเข่าลงกับพื้นด้วยแรงกดดันอัน
มหาศาล เธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองสองร่างที่อยู่ท่ามกลางแสงสว่าง
สมกับเป็นบุคคลที่เธอชื่นชม!
สมกับเป็นเจ้านิกาย!
พูดเรื่องอย่างการทำลายวิถีสวรรค์ออกมาได้อย่างองอาจและ
เด็ดขาดแบบนี้!
สองร่างเบื้องบนและเบื้องล่างนั้น ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน
ท่ามกลางแสงสว่าง
จางเจี่ยวเอ่ยถาม “เธอ…ต้องการเป็นศัตรูกับสวรรค์อย่างนั้น
เหรอ?”
ฉู่ลั่วประกาศกร้าว “…ไม่มีอะไรที่ฉันทำไม่ได้!”
“หึ!” เสียงหัวเราะเยียบเย็นดังขึ้น พร้อมกับแรงกดดันมหาศาล
จากเบื้องบนที่พุ่งตรงไปยังฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วถูกแรงกดดันบีบจนร่วงลงมาจากอากาศ แต่ก็ยังคงรักษา
สมดุลเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด
“วิถีสวรรค์ก็คือวิถีสวรรค์ มนุษย์ต่าต้อยอย่างเธอ กล้าท้าทาย
แม้กระทั่งวิถีแห่งสวรรค์ ถึงขั้นคิดจะทำลายมันอีก! ฮ่า ๆ ๆ!” จางเจี่ยว
หัวเราะลั่น มันสะท้านไปทั่วทั้งฟ้า “วิถีสวรรค์จะยอมให้เธอทำอย่างนี้
เหรอ?”
ราวกับจะตอบรับคำพูดของเขา ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสพลันมืด
ครึ้มลง ฟากฟ้าส่งเสียงร้องคำรามกึกก้อง
ท่ามกลางแสงสว่างวาบไหว มีบางสิ่งที่สว่างเจิดจ้ายิ่งกว่าปรากฏ
ขึ้นมา
อัสนีบาตสวรรค์!
พลังอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ขยายไปทั่วท้องฟ้า!
ในชั่วพริบตา ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสก็ถูกย้อมจนกลายเป็น
รัตติกาลอันมืดมิด
และสิ่งที่ปรากฏชัดเจนยิ่งขึ้นก็คือ…
อสนีบาตสวรรค์นับร้อยนับพันสาย พุ่งพล่านราวกับใยแมงมุม
ยักษ์ใหญ่โผล่มาอยู่เบื้องบน
และแล้ว อสนีบาตสวรรค์เหล่านั้นก็ฟาดลงมาทีละสาย ทีละ
สาย…
เปรี้ยง!
เปรี้ยง! เสียงระเบิดดังสนั่นต่อเนื่อง ไม่หยุดไม่หย่อน
แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวสลายหายไปราวกับโกหก แต่เหล่า
ศิษย์ในสำนักเจิ้นเซียนต่างหวาดผวา ไม่มีใครรู้สึกผ่อนคลายวางใจ
แม้แต่น้อย
พวกเขารู้ดีว่าการที่แรงกดดันหายไปอย่างนี้ ไม่ได้หมายความว่า
อันตรายผ่านพ้นไปแล้ว แต่มันหมายความว่า…แรงกดดันทั้งหมดได้
ถูกมุ่งเป้าไปที่ฉู่ลั่วเพียงคนเดียว!
สายฟ้ากระหน่าฟาดลงมาราวกับใยแมงมุมที่กำลังรัดร่างของ
ฉู่ลั่วเอาไว้ภายใน
เพียงแค่เธอขยับ อสนีบาตสวรรค์ก็จะฟาดลงมาโดยไร้ความ
ปราณี
จางเจี่ยวมองฉู่ลั่วที่ไม่สามารถต้านทานอสนีบาตสวรรค์ได้อีก
ต่อไป ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกเสียดาย “น่าเสียดายจริง
ๆ ! เด็กที่มีพรสวรรค์ดีอย่างนี้ กลับไม่ยอมร่วมมือกับฉัน!”
“ถ้าอย่างนั้นเธอก็คงต้องพินาศไปพร้อมกับพวกมดปลวก
เหล่านั้นแล้วล่ะ”
เขาไม่สนใจฉู่ลั่วอีกต่อไป หันหลังแล้วเหาะขึ้นไปบนท้องฟ้า
ระบบ [ไล่ตามไปสิครับ!]
ฉู่ลั่ว “ฉันไม่อยากไล่ตามเขาไปเหรอ? นั่นมันวิถีสวรรค์นะ! นาย
ดูอสนีบาตสวรรค์พวกนั้นสิ ถ้าฉันขยับอีกก้าวเดียว ก็รอให้ฉันสลาย
เป็นเถ้าถ่านได้เลย!”
ระบบร้อนใจมาก [วิถีสวรรค์นี้เพิ่งเกิดเจตจำนง และนี่ก็เป็นโลก
เล็ก ๆ อสนีบาตสวรรค์ไม่ได้ร้ายแรงมากนักหรอกครับ คุณไล่ตาม
เขาไปเถอะ ผมจะช่วยป้องกันอสนีบาตสวรรค์เหล่านี้แทนคุณเอง]
ฉู่ลั่วยังคงไม่ขยับ
ระบบยิ่งร้อนใจ [ช่วยพูดอะไรสักอย่างหน่อยสิครับ!]
ฉู่ลั่วอดไม่ได้จึงต้องพูด [วิถีสวรรค์เล็ก ๆ ที่เพิ่งเกิดนี้คงไม่ใช่ลูก
ของนายหรอกนะ!] ไม่แปลกที่เธอจะคิดมาก
ระบบมักจะเย็นชาเสมอ มันไม่เคยใช้พลังวิญญาณอย่าง
สุรุ่ยสุร่าย ยิ่งไม่เคยลงมือช่วยเหลือเธออย่างไม่มีเหตุผล
ระบบ [วิถีสวรรค์คือเจตจำนงของโลก ผมแค่ไม่อยากให้โลกนี้
พินาศไปเท่านั้น!] หลังจากพูดจบ ระบบก็เน้นย้าเป็นพิเศษอีก
ประโยคหนึ่งว่า [แล้วก็ไม่อยากให้คุณต้องพินาศไปเหมือนกัน!]
“เวรเอ้ย!”
เสียงหยาบคายสบถดังลั่น แต่กลับไม่มีใครคิดจะตำหนิผู้พูด
เพราะสองคำนี้สะท้อนความรู้สึกของทุกคนในตอนนี้ได้อย่าง
ชัดเจน
นอกจากสองคำนี้แล้ว คำพูดอื่นเหมือนจะไม่อาจถ่ายทอด
ความรู้สึกของพวกเขาในเวลานี้ออกมาได้สักนิด
ท่ามกลางอสนีบาตสวรรค์ที่ฟาดเปรี้ยงปร้างมา ร่างนั้นยังคง
เคลื่อนไหวหลบหลีกลำแสงแห่งความตายที่พุ่งลงมาแม่นยำราวกับรู้
ล่วงหน้า
แม้ในยามที่อสนีบาตสวรรค์นับร้อยสายฟาดลงมาพร้อมกัน เธอ
ก็ยังสามารถหาทางรอดพ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์
“ฉันก็รู้ว่าเจ้านิกายเก่งมาก!” น้าเสียงของไจ๋โหรวสั่นเครือ
ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง “แต่ไม่เคยคิดเลยว่าเจ้า
นิกายจะเก่งกาจถึงขนาดนี้!”