เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1747 ค าเชิญงานแต่ง
ไจ๋โหรวลุกพรวดขึ้นทันที “มาทำไม? ฉันไม่ไปงานแต่งงานหรอก
นะ!”
เจ้าหน้าที่ส่ายหน้า “พวกเขาไม่ได้มาหาเธอ แต่มาหาเฉิงยวน!
บอกว่าอยากเชิญเฉิงยวนไปร่วมงานแต่ง!”
ไจ๋โหรว “…”
จี้ไจ่ “…”
หลังจากผ่านไปไม่กี่วินาที ไจ๋โหรวตบโต๊ะด้วยความโกรธเกรี้ยว
“รังแกกันเกินไปแล้ว! ตระกูลสั่วรังแกคนเกินไปแล้ว!”
เธอพุ่งขึ้นไปชั้นบนทันที
จี้ไจ่กลัวว่าอีกฝ่ายจะก่อเรื่อง จึงวิ่งตามขึ้นไปด้วย
ทันทีที่ไจ๋โหรวเข้าไปในห้องของเฉิงยวนได้ เธอก็ต้องหยุดฝีเท้า
ลงกะทันหัน
มันแตกต่างจากบรรยากาศตึงเครียดที่คิดเอาไว้ เพราะ
บรรยากาศในห้องตอนนี้กลับดูกลมเกลียวกันอย่างไม่น่าเชื่อ
กระทั่งหัวหน้าตระกูลสั่วอย่างสั่วเฟิงยังนั่งอยู่บนโซฟาด้วย
ใบหน้าเปี่ยมด้วยความเมตตา พลางถือถ้วยชาดื่ม
ส่วนเฉิงยวนที่อยู่ตรงข้าม ก็กำลังยิ้มอ่อนโยนมาก ๆ
ไจ๋โหรว “…”
เธอส่งสัญญาณผ่านสายตาให้จิ่งเจียเหยียนที่ยืนอยู่ด้านหลังเฉิง
ยวน
จิ่งเจียเหยียนก็ส่งสายตากลับมาเช่นกัน
‘เกิดอะไรขึ้น?’
‘ไม่รู้!’
“คุณเฉิงว่างหรือเปล่า” สั่งเฟิงจิบชาอย่างสง่างาม
เฉิงยวนตอบ “ข้าว่าง แต่เกรงว่าคงจะออกไปข้างนอกไม่ได้”
สั่งเฟิงยิ้ม “เรื่องนั้นไม่มีปัญหาหรอก ฉันจะคุยกับพวกเขาเอง ถ้า
คุณเฉิงเต็มใจ พวกเขาจะกล้าขัดคุณได้เหรอ!”
“นั่นสินะ ต่อให้ข้าเป็นผี ก็ยังมีสิทธิของผีอยู่”
สั่งเฟิงถึงกับพูดไม่ออก
เฉิงยวนก้มหน้า ท่วงท่าเคลื่อนไหวสง่างาม แต่ดวงตาเต็มไปด้วย
การดูถูก
ไจ๋โหรวถอนหายใจโล่งอก นี่สิถึงจะเรียกว่าฉากที่ควรค่าแก่การ
เฝ้าดู!
ยวนยวนจะปรองดองกับตระกูลสั่วได้ยังไง!
เธอก้าวไปอยู่ข้างเฉิงยวน แล้วนั่งลงอย่างเชื่องช้า “หัวหน้า
ตระกูลสั่วคะ มีอะไรก็รบกวนคุยกับฉันได้เลยค่ะ ฉันเป็นตัวแทนของ
องค์กร”
จี้ไจ่ที่เพิ่งมาถึง “…”
หยวนเส้าหยินที่อยู่ในห้องมาตลอด “…”
ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เธอกลายเป็นตัวแทนขององค์กรไปแล้ว!
แต่ในเมื่อไจ๋โหรวพูดไปแล้ว พวกเขาก็ไม่อยากขัด
สั่วเฟิงวางถ้วยชาลง “เสี่ยวโหรว อาซีกับเสี่ยวอิงจะแต่งงานกัน
เธอก็รู้ดีอยู่แล้ว นิสัยเสี่ยวอิงเธอก็รู้ดีไม่ใช่เหรอ”
“เสี่ยวอิงหวังว่างานแต่งของเธอจะได้รับคำอวยพรจากทุกคน
โดยเฉพาะคุณเฉิง”
“ถ้าการแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้รับคำอวยพรจากคุณเฉิง เสี่ยวอิงคง
เสียใจมากแน่”
ไจ๋โหรวเม้มปาก “ฉันไม่เคยเข้าใจการเชิญอดีตคนรักไป
ร่วมงานแต่งเลยสักนิดค่ะ!”
เธอมองสั่วเฟิง “หัวหน้าตระกูลสั่วไม่กลัวบ้างเหรอคะ ว่าถ้ายวน
ยวนไปร่วมแล้วงานแต่งงานจะล่มจม”
“ถ้างานแต่งงานครั้งนี้ต้องล่มเพราะคุณเฉิงจริง ๆ ก็ไม่ต้องจัด
งานแล้ว”
ไจ๋โหรว “…”
นี่อีกฝ่ายแอบบอกว่าสั่วอิงกับเจี่ยซียังรักกันดี จนไม่กลัวว่าเฉิง
ยวนจะมาทำลายได้เหรอ?
น่าโมโหจริง ๆ !
ไจ๋โหรวโมโหจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง “แล้วถ้ายวนยวนไป จะ
ไปนั่งโต๊ะไหนคะ ถ้าไม่ใช่โต๊ะหลัก พวกเราไม่นั่งนะคะ!”
“ถ้าไม่ใช่เพราะยวนยวนใจกว้าง งานแต่งงานครั้งนี้คงเป็นไป
ไม่ได้หรอกค่ะ!”
จี้ไจ่ได้แต่กุมขมับอยู่ในใจ
พวกเขามาที่นี่ไม่ใช่เพื่อหยุดเฉิงยวนไม่ให้ไปร่วมงานแต่งหรอก
เหรอ?
ทำไมถึงเริ่มคุยกันเรื่องที่นั่งแล้วล่ะ!
สั่วเฟิง “ถ้าคุณเฉิงไป แน่นอนว่าต้องเป็นโต๊ะหลัก!”
ไจ๋โหรวกล่าว “ตามลำดับความอาวุโสแล้ว ยวนยวนก็นับว่าเป็น
ผู้ใหญ่กว่าพวกเขา เวลาเจอกัน พวกเขาก็ต้องยกน้าชาคำนับให้
ยวนยวน”
สั่วเฟิงไม่ได้พูดอะไร
ไจ๋โหรวแสดงสีหน้าตกใจ “หรือว่าหัวหน้าตระกูล แค่จะเชิญยวน
ยวนไปดูงานแต่งเฉย ๆ คะ”
เธอส่ายหน้ารังเกียจ “งานแต่งมีอะไรน่าดูกัน ตระกูลสั่วแห่งลัทธิ
เต๋าจะมีสถานะสูงส่งกว่าเจ้านิกายได้ยังไง!”
“ไม่ว่าตระกูลเจี่ยจะเก่งกาจในแวดวงธุรกิจแค่ไหน แต่จะไปเทียบ
กับตระกูลฮั่วได้ยังไง”
“รอดูตอนเจ้านิกายกับประธานฮั่วแต่งงานกันก่อนเถอะ มันจะ
เป็นการแต่งงานระดับตำนาน เป็นเรื่องใหญ่โตของลัทธิเต๋ากับวงการ
ธุรกิจ”
“ต่อให้ในงานแต่งงานแบบนั้น ยวนยวนก็ต้องได้นั่งโต๊ะหลัก หรือ
อาจจะได้เป็นถึงเพื่อนเจ้าสาวด้วยซ้า!”
“แล้วทำไมในแต่งของตระกูลสั่วกับตระกูลเจี่ย กระทั่งจะคำนับยก
น้าชาให้ยวนยวนถึงยังทำไม่ได้”