เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1761 ไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่อีกแล้ว
สั่วเฟิงวางแผนมานับพันปี แน่นอนว่าเธอคงไม่อยากให้ความ
พยายามทั้งหมดสูญเปล่า เธออาจป้องกันเจี่ยซีได้ แต่ไม่มีเวลา
ป้องกันสวีจิ้นที่แยกออกมาจากร่างของเจี่ยซีได้เลย
น่าเสียดายที่การฟันครั้งนั้นสวีจิ้นไม่ได้เอาชีวิตสั่วเฟิงไป
ไม่สิ พูดให้ถูกต้องก็คือพวกเขาไม่มีใครคิดว่าสั่วเฟิงที่ถูกฟัน
ครึ่งหัวจะยังมีชีวิตอยู่ได้
เจี่ยซีเอ่ยต่อ “แม้แต่นักพรต ถ้าถูกฟันจนเหลือครึ่งหัวก็ไม่น่าจะ
มีชีวิตรอดได้ใช่ไหม?”
“ในทางทฤษฎีก็เป็นอย่างนั้น แต่ต้องดูว่าบำเพ็ญไปถึงขั้นไหน
ด้วย ถ้าบำเพ็ญไปถึงระดับของเจ้านิกายแล้ว อย่าว่าแต่ฟันครึ่งหัว
เลย กระทั่งถูกตัดหัวไปก็ยังมีชีวิตอยู่ได้”
เจี่ยซีเงียบไปครู่หนึ่ง “ปรมาจารย์ฉู่จะกลับมาเมื่อไหร่?”
หยวนเส้าหยินตอบ “ผมก็อยากรู้เหมือนกัน”
เจ้านิกาย คุณจะอยู่ในโลกอื่นอีกนานแค่ไหนครับ?
คุณรู้ไหมว่าโลกนี้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้วนะ!
หยวนเส้าหยินถามเสร็จก็ปิดสมุดบันทึกลง “ช่วงนี้คุณเจี่ยจะพัก
อยู่ที่องค์กรไปก่อนะครับ หากเรื่องทั้งหมดจบลงแล้ว พวกเราจะส่ง
คุณกลับบ้าน”
เขามองเสื้อผ้าที่เจี่ยซีกำลังใส่อยู่ “ถ้าต้องการอะไรก็บอกได้นะ
ครับ”
เจี่ยซีพูดขึ้น “ผมอยากไปพบสวีจิ้น”
หยวนเส้าหยินก็เตรียมจะไปพบสวีจิ้นเช่นกัน พอได้ยินดังนั้นจึง
พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะพาเจี่ยซีมาที่หน้าประตูห้องของเฉิงยวน
ยังไม่ทันเข้าใกล้ก็รู้สึกได้ถึงพลังหยินรุนแรง พลังหยินที่เข้มข้น
แทบจะไหลทะลักออกมาจากช่องประตู
จิ่งเจียเหยียนและหร่วนย่วนย่วนที่รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ก็
ยืนอยู่หน้าประตูด้วยสีหน้ากังวลใจ
จิ่งเจียเหยียนยื่นมือไปเคาะประตู แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ
มาจากด้านใน
พวกเขาพยายามจะบุกเข้าไป แต่กลับพบว่าตัวเองไม่สามารถ
เข้าไปได้เลย
“ยวนยวน เธอเป็นยังไงไปบ้าง?”
“ยวนยวน ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นพวกเราก็ช่วยกันแก้ไขเถอะนะ”
หร่วนย่วนย่วนก็พูดด้วยความกังวลอยู่ข้าง ๆ “ยวนยวน คุณคง
ไม่ได้ลืมคำพูดของปรมาจารย์ฉู่ใช่ไหมครับ!”
ภายในห้องยังคงไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ กระทั่งหยวนเส้าหยินเข้า
มา
หยวนเส้าหยินเดินไปที่ประตู ใช้พลังวิญญาณสำรวจภายใน
ประตู สัมผัสได้ถึงพลังหยินเข้มข้นจนแทบจะเป็นรูปร่าง
เขามองเจี่ยซีแวบหนึ่ง เจี่ยซีรีบเดินเข้ามาใกล้
หยวนเส้าหยินจับมือเจี่ยซีมาแล้วกรีดนิ้วชี้ของอีกฝ่าย ใช้หยด
เลือดสด ๆ วาดอักขระบนประตู
หลังอักขระวาดสำเร็จ
เขาก็ใช้มือข้างหนึ่งทำท่าร่ายมนตร์ อีกมือหนึ่งกดลงบนประตู
แล้วเปล่งเสียงเบา ๆ
เพล้ง!
ประตูที่เดิมเปิดไม่ออกถูกผลักด้วยพลังวิญญาณอันแรงกล้า
ทุกคนมองเข้าไปข้างในทันที
หยวนเส้าหยินผลักเจี่ยซีที่ยืนอยู่หน้าประตูออกไปอย่างรวดเร็ว
เขารีบร่ายคาถาป้องกันพลังหยินที่พุ่งออกมาอย่างหนัก
“ยวนยวน…”
จิ่งเจียเหยียนเบิกตากว้างมองไปข้างในประตู
เฉิงยวนที่อยู่ในห้องดวงตาแดงก่า เส้นผมสีดำปลิวไสวอยู่
ด้านหลัง ชัดเจนว่าเธอกำลังจะกลายเป็นผีร้ายแล้ว
ส่วนวิญญาณของสวีจิ้นในอ้อมกอดของเธอนั้นช่างเลือนราง
และโปร่งใสมาก
ในขณะที่ประตูเปิดออก เฉิงยวนค่อย ๆ หันหน้ามา ดวงตาสีแดง
เข้มคู่นั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชังและมองมาทางพวกเขา
ตอนที่ทุกคนคิดว่าเธอกำลังจะกลายเป็นผีร้าย พลังวิญญาณ
เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็แผ่ออกมาจากร่างของสวีจิ้น ราวกับดวงดาวที่ลอย
อยู่เต็มท้องฟ้า ขับไล่พลังหยินทั้งหมดไป
เฉิงยวนยังคงอยู่ในท่าคุกเข่าบนพื้น กกกอดร่างของสวีจิ้นไว้
แต่ในอ้อมกอดของเธอนั้น ไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่อีกแล้ว
เธอค่อย ๆ หันหน้ามามองอ้อมกอดของตัวเอง แล้วเหม่อมองทั่ว
ห้องที่เต็มไปด้วยแสงระยิบระยับ
แสงระยิบระยับเหล่านั้นขับไล่พลังอาถรรพ์ทั้งหมดออกไปในชั่ว
พริบตา รวมถึงพลังหยินบนร่างของเฉิงยวนด้วย
“ท่าไม่ดีแล้ว!” หยวนเส้าหยินพูดด้วยความวิตกกังวล “สวีจิ้น
กับสั่วหลิงมีบุพเพสิบชาติ หลังจากเขาตาย พลังของบุพเพสิบชาติ
ทั้งหมดของเขาจะต้องถ่ายทอดไปให้สั่วหลิง”