เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1831 ไม่เพียงกั้นคนเป็น
ทางหนึ่งส่งเสียงดังขึ้นทีละเสียง
ทางนี้กลุ่มผีก็ต่างพากันประณาม
สุดท้ายมีวิญญาณที่ชูกำปั้นขึ้นโบกไปมาหลายครั้ง “ถ้ายังกล้า
พูดไม่ดีเกี่ยวกับปรมาจารย์ฉู่อีก ฉันจะต่อยแกแน่!”
“คุณ… พวกคุณ… ปรโลก…”
วิญญาณตนนั้นโกรธจนพูดไม่ออก
“นี่มันปรโลกของพญายมราชหรือว่าปรโลกของฉู่ลั่วกันแน่!”
ผัวะ!
หมัดหนึ่งต่อยลงบนใบหน้าของวิญญาณตนนั้น
วินาทีถัดมา หมัดและเท้ามากมายก็พุ่งเข้าใส่
วิญญาณไม่อาจตาย แต่ยังรู้สึกเจ็บปวดได้
ทางนั้นวิญญาณสามดวงกำลังร้องไห้คร่าครวญ วิงวอนขอความ
เมตตาไม่หยุด
ส่วนทางนี้วิญญาณที่ถูกรุมทำร้ายก็ร้องโหยหวนเรียกหาพ่อแม่
เหมือนกัน
ยมทูตรับวิญญาณมองไปทางโน้นทีทางนี้ที สุดท้ายก็หันไปมอง
ยมทูตขาวดำที่ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ
ไม่กี่วินาที ยมทูตรับวิญญาณก็ทำหน้านิ่งเหมือนยมทูตขาวดำ
ทำตัวเป็นรูปปั้นที่มองดูอยู่ห่าง ๆ พอเห็นแบบนี้ สีหน้าของทุกคนก็
เปลี่ยนไปทันที
ยามดึก
ลัทธิเต๋าต่างพากันตื่นตระหนก
“คุณว่าอะไรนะ? ฉู่ลั่วบุกเข้าไปในปรโลกทำร้ายคน แล้วยมทูต
ขาวดำก็ไม่จัดการอะไรเลยงั้นเหรอ?”
“แถมคนยังโดนซ้อมอีกด้วย”
“ไม่มียมทูตรับวิญญาณมาจัดการเลยหรือไง?”
คนตระกูลอื่นยังพอไหว แต่วิญญาณที่โดนทำร้ายนั้นหนีออกมา
ได้อย่างยากลำบาก แล้วกลางดึกจึงแอบออกจากปรโลกขึ้นมา
รายงาน
แม้ว่าดวงวิญญาณของเขาจะสะอาดและไม่มีบาดแผลภายนอก
เลยแม้แต่น้อย แต่สีหน้าท่าทางกลับดูหมดเรี่ยวหมดแรง
“ปรโลกไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว แม้แต่คนที่ไม่สนับสนุนฉู่ลั่วก็ไม่
กล้าเป็นศัตรูกับเธอ”
“ไม่ใช่แค่ยมทูตขาวดำที่ไม่ยุ่งกับฉู่ลั่ว แม้แต่สิบวังยมราชก็ไม่ยุ่ง
ด้วย”
ดวงวิญญาณนั้นพูดด้วยน้าเสียงที่เต็มไปด้วยคำบ่นและเสียใจ
“อย่าให้ผมไปยุ่งกับฉู่ลั่วอีกเลยเถอะ พวกเราก็รู้ว่าฉู่ลั่วเป็นคนแบบ
ไหน ตอนนี้เราก็รู้แล้วว่าสถานะของเธอในปรโลกเป็นยังไง อย่าให้ผม
ไปหาเรื่องเธออีกเลย”
เขามองไปที่นักพรตที่นั่งอยู่ด้านบน “พี่ใหญ่ คุณยังมีชีวิตอยู่
คุณไม่เป็นไร แต่ผมตายแล้วนะ! ผมไม่รู้ว่าต้องอยู่ในปรโลกอีกกี่ปี
ตอนนี้ทำให้คนทั้งปรโลกโกรธหมดแล้ว แล้วผมจะอยู่ในปรโลกต่อไป
ยังไง?”
“หรือว่าพี่ใหญ่จะให้ผมเป็นผีเร่ร่อนในโลกนี้หรือ?”
พูดจบเขาก็โมโห “ยังไงผมก็ไม่ยุ่งกับเรื่องนี้แล้ว ถ้าพี่ใหญ่อยาก
จัดการฉู่ลั่ว ก็ไปหาคนอื่นเถอะ”
วิญญาณไม่รอให้พวกเขาพูด ก็หายตัวไปทันที
นักพรตบางคนที่อยู่ในที่นั่นมองหน้ากันไปมา
ไม่มีใครกล้าพูดอะไร
“ตอนนี้พวกเราจะทำยังไงดี?”
“ปรโลกไม่จัดการฉู่ลั่ว ถ้าอย่างนั้นก็ให้องค์กรออกโรงจัดการดู
ไหม?”
มีคนแค่นเสียงเย็นชา “ถ้าพวกเขาจัดการได้ก็คงจัดการไปนาน
แล้ว จะปล่อยให้ฉู่ลั่วปรากฏในไลฟ์อีกหรือ?”
“แล้วจะทำยังไงล่ะ?”
ปรโลกจัดการไม่ได้
โลกมนุษย์ก็จัดการไม่ได้
ไม่มีใครสามารถจัดการฉู่ลั่วคนนี้ได้เลยหรือ?
เมื่อคำถามนี้เอ่ยออกมา ก็ไม่มีใครรู้ว่าควรจะตอบอย่างไร
ตอนนี้ไม่ใช่แค่สำนักต่าง ๆ ของลัทธิเต๋าเท่านั้นที่กำลังถามว่า
ควรทำอย่างไร แต่ยังรวมถึงคนในตระกูลซ่งด้วย
หลังจากที่รู้จากฝั่งฉู่ลั่วว่าซ่งเมี่ยวเมี่ยวไม่เป็นอะไร คนตระกูลซ่ง
ก็โล่งอกทันที
แต่ตอนนี้…ไม่รู้ว่าซ่งเมี่ยวเมี่ยวไปอยู่ที่ไหน
“เธอจะไปที่มณฑลหนานหรือเปล่า?” เสี่ยวลู่ถาม “ตอนที่พวก
เมี่ยวเมี่ยวเกิดเรื่อง เป็นเวลาเดียวกับที่มณฑลหนานตัดขาดกับโลก
ภายนอกพอดี”
พวกเขาทั้งหมดมองไปทางฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วเอ่ย “ตอนนี้ฉันก็เข้าไปมณฑลหนานไม่ได้เหมือนกันค่ะ”
พูดถึงตรงนี้ เธอพลันนึกถึงคำพูดของยมทูตขาวดำที่บอกตอน
อยู่ในปรโลก
“ค่ายกลของมณฑลหนานไม่เพียงปิดกั้นโลกมนุษย์ แต่ยังปิดกั้น
ปรโลกด้วยครับ” ยมทูตขาวดำมองฉู่ลั่วอย่างหมดหนทาง “แต่
มณฑลหนานก็ต้องมีคนเกิดแก่เจ็บตายแน่นอน”
“ดังนั้นทุกปีเมื่อค่ายกลเปิดออก ไม่เพียงแต่คนในโลกมนุษย์จะ
แย่งกันเข้าไป แม้แต่ยมทูตในปรโลกก็แย่งกันเข้าไปด้วย”
ตอนฉู่ลั่วไปตรวจสอบที่มณฑลหนาน ก็พบว่าค่ายกลของ
มณฑลหนานแตกต่างไปจากเดิมแล้ว
ไม่เพียงกั้นคนเป็น ยังกั้นวิญญาณคนตายด้วย