เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1864 สายตาในการเลือกโฮสต์
รูปลักษณ์เปลี่ยนไปมาก บุคลิกก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
แต่…มีบางสิ่งที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้
ฉู่ลั่วปิดสมองกลลง
“ซีไป๋ ฉันหวังว่าตัวเองจะไม่ได้หาคนผิด”
เธอเหยียบเท้าเบา ๆ แล้วร่างทั้งร่างก็ลอยตรงขึ้นไปยังชั้นบนสุด
ชั้นนี้ต่างจากชั้นอื่น ๆ มันไม่ใช่พื้นที่ทำงาน แต่เป็นที่พักอาศัย
ของซีไป๋
ตอนนี้ภายในมืดสลัว
ฉู่ลั่วยืนอยู่หน้ากำแพงกระจก ยื่นมือออกไป
แสงสีทองเจิดจ้าแผ่ออกจากปลายนิ้วของเธอ กระจายออกอย่าง
รวดเร็ว ห่อหุ้มชั้นบนสุดทั้งหมดเอาไว้
“ในเมื่อปรมาจารย์ฉู่อยากจะมา ทำไมไม่เข้ามาทางประตูหน้าล่ะ
ครับ?” เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นหลังผนังกระจก
ฉู่ลั่วตอบ “มีคำถามบางข้อที่ต้องการให้คุณซีไป๋ตอบ”
“หากปรมาจารย์ฉู่ถามมา ผมก็ย่อม…ต้องพิจารณาดูก่อน”
ฉู่ลั่วโบกมือ ดาบชิงเจวี๋ยก็ปรากฏขึ้นในมือของเธอ
ซีไป๋ “ปรมาจารย์ฉู่ต้องระวังหน่อยนะครับ! ชั้นนี้ของผมไม่ได้รับ
ผลกระทบใด ๆ แต่พนักงานชั้นล่างอาจไม่แน่”
ฉู่ลั่ว “…”
ซีไป๋ก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว เขาสวมเสื้อคลุมอาบน้าสีขาว ถือ
แก้วไวน์แดงในมือ มองออกไปนอกหน้าต่างที่ฉู่ลั่วยืนอยู่ด้วยสีหน้า
เกียจคร้าน
“ปรมาจารย์ฉู่อยากถามอะไรผมครับ?”
“ถามมาสิ!”
“วันนี้อารมณ์ผมไม่ค่อยดี บางทีอาจจะพิจารณาตอบให้
ปรมาจารย์ฉู่ก็ได้”
ฉู่ลั่วหัวเราะออกมาทันที “เป็นนายใช่ไหม?”
ซีไป๋ชะงักไป ไม่เข้าใจว่าฉู่ลั่วกำลังพูดอะไร
“ประตูแดนเทพเปิดแล้ว แต่เทพสูญเสียความศรัทธาจากมนุษย์
ไป นายต้องการหาความศรัทธากลับคืนมาให้เหล่าเทพ ดังนั้นคุณถึง
เลือก…เขา?”
ฉู่ลั่วมองสำรวจซีไป๋ขึ้นลงด้วยสายตาดูแคลน “มีพรสวรรค์ มี
ความทะเยอทะยาน มีวิธีการ แต่น่าเสียดายที่…พรสวรรค์ไม่เพียงพอ
ความทะเยอทะยานไม่มากพอ ส่วนวิธีการก็ต่าช้า”
“สายตาในการเลือกโฮสต์ของนาย แย่ลงเรื่อย ๆ จริง ๆ”
ซีไป๋บีบแก้วไวน์แน่น “คุณกำลังพูดอะไร!”
ฉู่ลั่ว “พูดกับเจ้านายที่ควบคุมคุณอยู่สิ หุ่นเชิดอย่างคุณมีสิทธิ์
ตอบคำถามของฉันหรือ?”
ไม่รอให้ซีไป๋เอ่ยปาก ฉู่ลั่วก็พูดต่อ “และต่อให้คุณจะมีสิทธิ์ตอบ
คุณจะตอบได้หรือ?”
เคร้ง!
แก้วไวน์แดงแตกเป็นผุยผงในกำมือของซีไป๋ เขากัดฟันพูด
“คุณพูดว่าอะไรนะ?”
ฉู่ลั่ว “หรือว่าคุณรู้ว่าร่างของปีศาจงูจิ่งเจียเหยียนอยู่ที่ไหนล่ะ?”
ซีไป๋หัวเราะเยาะ “แน่นอนว่าผมรู้ ผม…”
คำพูดต่อไปเขาไม่ได้พูดออกมา เพียงแค่สีหน้าเปลี่ยนไป
เล็กน้อย
สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นหม่นลงทันที ก่อนจะมองไปยังฉู่ลั่วที่
นอกหน้าต่าง “คุณหลอกผม?”
ฉู่ลั่ว “โง่จริง ๆ ถ้านายเลือกเขาเพราะเขาควบคุมง่าย ฉันขอ
บอกว่านายเลือกถูกคนแล้ว”
ฉู่ลั่วเก็บดาบ “แล้วเราจะได้พบกันอีก”
เธอหันหลังแล้วหายไปท่ามกลางความมืด
ซีไป๋จ้องมองความมืดนั้นด้วยสายตาอำมหิต “ฉันอยากให้เธอ
ตาย ไม่สิ ฉันอยากให้เธอคุกเข่าอ้อนวอนฉัน”
ระบบ […ได้ ถ้านายทำได้]
ซีไป๋ “มีนายอยู่ มีเหล่าเทพที่สนับสนุนฉัน มีอะไรที่ฉันทำไม่ได้
กัน”
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้ามืดมิด พูดด้วยความศรัทธาและ
ภาคภูมิใจว่า “เทพเจ้าทั้งหลายคอยหนุนหลังฉัน ใครจะกล้าเป็นศัตรู
กับฉัน”
ระบบ […นายต้องระวังฉู่ลั่วไว้ เธอมีนิสัยต่างจากนาย]
ซีไป๋อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะ “งั้นฉันจะให้นายดูว่าระหว่างพวก
เราสองคน ใครจะเป็นผู้ชนะผู้แพ้”
……
ฉู่ลั่วกลับมาถึงบ้านตระกูลฉู่ในเช้าวันรุ่งขึ้น
ยังไม่ทันจะเข้าบ้าน เธอก็ถูกเวินหลิงเยว่ที่รออยู่หน้าประตูทั้งคืน
ขวางไว้ “อาหญิงคะ เมื่อคืนมีคนจากองค์กรมา พวกเขาพาจิ่งอีกับห
ลิงฟางไปด้วย”
“แถมในอินเทอร์เน็ตยังบอกว่าอาวุธวิเศษของจิ่งอีเป็นของที่
ขโมยมาจากองค์กรด้วยค่ะ”
เวินหลิงเยว่ยื่นสมองกลให้ฉู่ลั่วดู
ฉู่ลั่วเห็นวิดีโอที่โพสต์บนบัญชีโซเชียลขององค์กร ในวิดีโอมี
ภาพการเก็บรักษาเสวี่ยหลวน และการแนะนำเกี่ยวกับเสวี่ยหลวน
สุดท้ายคือภาพที่ซ่งหวายพูดกับกล้องว่า “อาวุธเวทนี้เป็นสมบัติ
ล้าค่าขององค์กร มันหายสาบสูญไปเมื่อหลายปีก่อน ไม่นึกว่าจะมา
อยู่ในมือของนักพรตจิ่งอีคนนี้ ผมหวังว่านักพรตจิ่งอีจะมาที่องค์กร
ด้วยตัวเอง เพื่อชี้แจงเรื่องอาวุธเวทนี้ให้กระจ่าง”