เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1867 ฉู่ลั่ว ฉันจะฆ่าเธอ
ซ่งหวายยิ่งรู้สึกมั่นใจขึ้นมาก “ฉู่ลั่ว คุณบุกรุกห้องขัง พยายาม
ช่วยครึ่งปีศาจหนีไป ในฐานะหัวหน้าองค์กรคนปัจจุบัน ผมคงต้อง
จัดการคุณ!”
พลังวิญญาณของร่มสีแดงในมือของเขาพุ่งสูงขึ้น มีอักขระสี
ทองกระจายตัวบนผิวร่มอย่างเลือนราง
เขาปล่อยมือ แล้วร่มสีแดงก็พุ่งตรงไปที่ฉู่ลั่ว
“เสวี่ยหลวน!”
ฉู่ลั่วเรียกเบา ๆ
เสวี่ยหลวนที่กำลังโจมตีฉู่ลั่วอยู่ ทันใดนั้นก็หยุดการโจมตีและ
ตกลงมาอยู่ในมือของฉู่ลั่วอย่างมั่นคง
ฉู่ลั่วเอ่ย “ขอบคุณที่ส่งมันกลับมา”
ซ่งหวาย “…”
คนอื่น ๆ ในองค์กร “…”
ซ่งหวาย “เป็นไปได้ยังไง?”
เหลียงอัน “มันชื่อว่าเสวี่ยหลวน ตอนอยู่ที่อิ๋งเซียง ฉู่ลั่วก็เคย
เรียกมันแบบนี้ครับ”
“เสวี่ยหลวน! เสวี่ยหลวน!” ซ่งหวายตะโกนเรียกหลายครั้ง แต่ร่ม
สีแดงบนมือของฉู่ลั่วไม่ขยับเขยื้อนเลย
ฉู่ลั่ว “มันค่อนข้างมีอิสระ เวลาที่เจ้าของไม่อยู่ มันจะฟังใครก็ได้
แต่เมื่อเจ้าของมาแล้ว มันจะฟังแค่เจ้าของเท่านั้น”
ซ่งหวาย “ร่มนี่เป็นของคุณเหรอ?”
ฉู่ลั่วหมุนร่มเลือดเล็กน้อย เพียงแค่ป้อนพลังวิญญาณเข้าไปนิด
หน่อย ก็ทำให้ร่มเลือดทั้งคันเปล่งประกายออกมาอย่างน่าทึ่ง
ผ้าร่มส่องแสงสีทองวับวาว
ด้ามร่มปล่อยจิตสังหารรุนแรงออกมา
ส่วนกระดิ่งทองแดงที่แขวนอยู่ ส่งเสียงไพเราะ
แม้เสียงจะไพเราะน่าฟัง แต่เมื่อได้ยินกลับรู้สึกว่าจิตวิญญาณ
สั่นสะเทือน
ฉู่ลั่วถือเสวี่ยหลวนด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกมือถือดาบชิงเจวี๋ย
เดินเข้าไปหาซ่งหวาย
ซ่งหวายกำลังจะยกมือขึ้นทำท่าร่ายเวทย์ ดาบชิงเจวี๋ยก็กดล
งบนลำคอของเขาแล้ว
“คุณ…คุณจะทำอะไร? คุณกล้าฆ่าผมหรือ?”
“ฆ่าคุณ ถือว่าเป็นการให้คุณตายอย่างสงบเท่านั้นค่ะ” ฉู่ลั่วพับ
ร่ม โยนไปให้หลิงฟางที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
หลิงฟางรีบรับไว้ทันที
มือของเธอพลันกดลงบนกระหม่อมของซ่งหวาย
“คุณจะทำอะไร? ฉู่ลั่ว เธอจะทำอะไรกันแน่?”
“คุณไม่คู่ควรที่จะเป็นนักพรต ยิ่งไม่คู่ควรจะดูแลองค์กร” พลัง
วิญญาณที่แข็งแกร่งไหลเข้าสู่จิตธรรมญาณของซ่งหวาย
ซ่งหวายรู้สึกว่าจิตธรรมญาณของเขาที่เคยแข็งแกร่งไม่มีวัน
แตกสลาย บัดนี้เหมือนกระจกที่แตกง่าย มันแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ
เสียงดังกรอบ
“ไม่!”
ซ่งหวายร้องตะโกน
ฉู่ลั่วหยุดมือ
เขาล้มลงกับพื้น ก้มมองมือทั้งสองของตัวเอง “ไม่ ฉันเป็น
นักพรต ฉันเป็นนักพรตที่มีพรสวรรค์ หลังจากเหล่าเทพลงมา ฉัน
จะต้องบำเพ็ญตนเป็นเซียน เธอทำได้ยังไง กล้าดียังไงมาทำลายจิต
ธรรมญาณของฉัน?”
เขาเงยหน้าขึ้นจ้องฉู่ลั่วด้วยสายตาดุร้าย
ฉู่ลั่วกลับมองเขานิ่ง ๆ “ฉันไม่เพียงทำได้และกล้าทำ แต่ฉันยังทำ
ไปแล้วด้วย”
เธอไม่แม้แต่จะมองซ่งหวายที่กำลังโกรธ แต่กลับมองคนอื่น ๆ
ภายใต้สายตาของฉู่ลั่ว คนอื่นทั้งหมดต่างถอยหลังไปหนึ่งก้าว
ฉู่ลั่วพาหลิงฟางออกจากห้องสอบสวน เดินไปยังห้องสอบสวน
อีกห้องหนึ่ง
ไม่มีใครกล้าขัดขวาง ไม่มีใครกล้าเอ่ยปาก
ฉู่ลั่วเดินมาถึงหน้าประตู หยิบบัตรออกมาเปิด
จิ่งอีที่นั่งยองอยู่บนเตียงในห้อง ได้ยินเสียงแต่ไม่เงยหน้าขึ้นมอง
“ฉันบอกแล้วว่าร่มนั่นมีเจ้าของ เรื่องที่มันมาอยู่ในมือฉันได้ยังไง
พวกคุณไม่มีสิทธิ์ยุ่ง”
“จิ่งอี!”
หลิงฟางร้องเรียกดีใจ
จิ่งอีรีบเงยหน้าขึ้นทันที “ปรมาจารย์ฉู่ คุณมาช่วยพวกเราแล้ว
หรือคะ?”
เธอรีบลุกขึ้นจากเตียง วิ่งไปที่ประตู พอเหลือบมองก็เห็นคนของ
องค์กรทั้งหมดยืนอยู่ห่าง ๆ ด้วยสีหน้าหวาดกลัว แต่ไม่กล้าเข้าใกล้
ฉู่ลั่ว “ไม่ได้รับบาดเจ็บใช่ไหม?”
จิ่งอีส่ายหน้า
“งั้นก็ไปกันเถอะ!”
จิ่งอี้และหลิงฟางรีบตามหลังฉู่ลั่วออกไปทันที
ตลอดทางไม่มีอุปสรรคใด ๆ แต่เมื่อใกล้จะออกจากพื้นที่กักขัง
ซ่งหวายก็วิ่งพรวดออกมาจากด้านใน
เขาหยิบปืนพกขึ้นมา แล้วยิงติดต่อกันหลายนัด
กระสุนปืนพกเหล่านี้ล้วนผ่านการดัดแปลงพิเศษจากทางนักวิจัย
ไม่เพียงสามารถทำร้ายปีศาจได้ แต่ยังสามารถทำร้ายผู้บำเพ็ญได้
ด้วย
“ฉู่ลั่ว ฉันจะฆ่าเธอ!”
คันร่มถูกกางออก
รับกระสุนทั้งหมดไว้ได้
จากนั้นร่มก็หุบลง
ลูกกระสุนในปืนพกของซ่งหวายหมดแล้ว เขายังคิดจะไปคว้าปืน
ของคนอื่นมา แต่ฉู่ลั่วก็แค่นเสียงเย็นชาใส่
“ดูเหมือนว่าตอนนี้องค์กรคงไม่รับ…คนที่ไม่มีพลังวิญญาณแล้ว
สินะ!”
“บางทีเร็ว ๆ นี้ ฉันอาจจะได้เห็นข่าวในสื่อว่ามีการแต่งตั้งหัวหน้า
องค์กรคนใหม่”