เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1913 คุณถูกคนฆ่าใช่ไหม
ยมทูตเห็นหมี่สวิ้นก็ตวาดเสียงดัง “เรียกวิญญาณทำไม? พวก
เราช่วยคุณควบคุมวิญญาณหยินที่มีความแค้นรุนแรงแล้ว แต่พวก
คุณยังกล้าเรียกวิญญาณอีก! ลืมกฎระหว่างปรโลกกับมณฑลหนาน
แล้วเหรอ?”
หมี่สวิ้นรีบประสานมือ ท่าทางนอบน้อม “ท่านยมทูต ไม่ใช่ผมที่
เรียกวิญญาณ แต่เป็นเธอฉู่ลั่ว!”
ยมทูตหันมอง แล้วตาเบิกกว้างทันที “ท่านปรมาจารย์!”
เขารีบวิ่งมาหา “ตอนผมมาก็ได้ยินพวกเขาบอกว่าท่าน
ปรมาจารย์จะมามณฑลหนานด้วย ผมไม่เคยมีโอกาสได้พบท่าน
ปรมาจารย์เลย นึกว่าเป็นข่าวลวงเสียอีก”
“ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง”
ฉู่ลั่ว “ฉันอยากเรียกวิญญาณค่ะ วิญญาณของหมิงจื่อผู”
“ไม่ต้องเรียกหรอกครับ! ผมจะให้ยมทูตนำวิญญาณเขามาเอง”
ยมทูตรีบสั่งให้ยมทูตคนหนึ่งไปนำวิญญาณของหมิงจื่อผูมา แล้ว
เตือนฉู่ลั่วอย่างกระตือรือร้นว่า “ท่านปรมาจารย์ คุณต้องระวังหน่อย
นะครับ! หมิงจื่อผูคนนั้นตายอย่างน่าอนาถ ความอาฆาตรุนแรงมาก”
“ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเราทำงานรวดเร็ว คืนนี้มณฑลหนานอาจจะ
ต้องสูญเสียชีวิตผู้คนไปอีกเป็นร้อยก็ได้ครับ”
ฉู่ลั่วพยักหน้าเบา ๆ
ไม่นานนัก ยมทูตก็พาวิญญาณของหมิงจื่อผูมา
เป็นไปตามที่ยมทูตบอก วิญญาณของหมิงจื่อผูในตอนนี้เต็มไป
ด้วยความอาฆาตแค้น ถ้าไม่ได้ถูกยมทูตควบคุมเอาไว้ เขาคง
กลายเป็นวิญญาณร้ายแล้ว
ทันทีที่เห็นผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยความ
โกรธแค้น “อยากมาดูผมเป็นตัวตลกหรือไง? เหอะ!”
“ผมตายไปแล้ว พวกคุณก็อยู่ได้ไม่นานนักหรอก!”
“ขนาดผมมีรูปเคาระแต่ยังต้องตาย พวกคุณที่ไม่มียิ่งต้องตาย
แน่!”
ฉู่ลั่วเอ่ย “นายไม่ได้ตายด้วยน้ามือของวิญญาณร้ายหรอก ตาย
เพราะมนุษย์ต่างหาก”
หมิงจื่อผูหันขวับมามองฉู่ลั่ว “มันเกี่ยวอะไรกับเธอ!”
ปัง!
ยมทูตฟาดค้อนเหล็กลงบนตัวของหมิงจื่อผูอย่างแรง “พูดกับ
ท่านปรมาจารย์แบบนี้ได้ยังไง?”
“เธอนะเหรอเป็นปรมาจารย์!” หมิงจื่อผูพูด
ตึง!
ค้อนเหล็กฟาดลงมาอีกรอบ
“ถ้าเธอไม่ใช่ท่านปรมาจารย์ แล้วนายเป็นหรือไง?” ยมทูต
กระชากคอเสื้อของมิงจื่อผู แล้วหันไปยิ้มพูดกับฉู่ลั่วว่า “ท่าน
ปรมาจารย์ครับ เดี๋ยวผมจะไปสอนมารยาทให้เขาสักหน่อย”
พูดจบเขาก็ลากหมิงจื่อผูไปที่มุมข้าง ๆ แล้วฟาดค้อนลงไป จนห
มิงจื่อผูร้องครวญคราง หลังสัญญาว่าจะเชื่อฟัง ยมทูตถึงได้หยุดมือ
ยมทูตลากหมิงจื่อผูกลับมา “ท่านปรมาจารย์ ผมสอนมารยาท
ให้เขาเรียบร้อยแล้วครับ ท่านปรมาจารย์สอบถามเขาได้เลย”
หน้าโรงแรม ผู้คนกว่าร้อยคนต่างจ้องมองมาที่ฉู่ลั่ว
โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ขององค์กร ดวงตาของพวกเขาทุกคนเปล่ง
ประกายวาววับ
หนงฉานแทบจะก้าวไปข้างหน้า แต่ถูกหมี่สวิ้นห้ามไว้
หนงฉานกระวนกระวายใจ หมี่สวิ้นส่ายหัวให้เธอ
หนงฉาน “…”
หมิงจื่อผูเดินเข้ามาหน้าฉู่ลั่ว ก้มหน้าลงอย่างว่าง่าย “ปรมาจารย์
ฉู่ มีอะไรจะถามก็เชิญถามได้เลยครับ”
ฉู่ลั่วมองหมี่สวิ้น
หมี่สวิ้นเดินเข้ามา “คุณถูกคนฆ่าใช่ไหม?”
หมิงจื่อผูพยักหน้า
“ใครฆ่า?”
หมิงจื่อผูลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปาก “เป็นคนท้องถิ่นของ
มณฑลหนาน เป็นเด็กสาวคนหนึ่ง เธอ…เธอบอกว่าอยากจะออกจาก
มณฑลหนานไปกับผม ถ้าผมยอมพาเธอออกไป เธอยินดีจะทำทุก
อย่าง”
ไม่คิดว่า…
ผู้หญิงที่ดูบริสุทธิ์อ่อนโยนจะฆ่าคนได้อย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้
หมี่สวิ้น “รูปเคารพบนหลังของคุณ เธอเอาไปแล้วใช่ไหม?”
“ใช่”
“บอกได้ไหมว่าเธอหน้าตาเป็นยังไง?”
หมิงจื่อผูบรรยายลักษณะของผู้หญิงคนนั้นออกมา ข้าง ๆ มี
เจ้าหน้าที่ถือแท็บเล็ตเดินเข้ามา “เจอแล้วครับ”
หมี่สวิ้นมองหมิงจื่อผู “คุณวางใจได้ พวกเราจะหาตัวคนที่ฆ่า
คุณให้เจอ”
แววตาของหมิงจื่อผูหม่นแสงลงทันที “ผม…ตายแล้วจริงเหรอ
ครับ?”
เมื่อวานเขายังเต็มไปด้วยความมั่นใจ จินตนาการว่าด้วยรอยสัก
รูปเทพบนหลังจะสามารถเพ่นพ่านไปทั่วมณฑลหนานได้
แต่วันนี้ เขากลับถูกคนถลกหนังเสียแล้ว
ยมทูตพาวิญญาณของหมิงจื่อผูจากไป ก่อนจะไปพวกเขาก็
คำนับลาฉู่ลั่วอย่างนอบน้อม “ท่านปรมาจารย์ ถ้าต่อไปมีอะไรที่
ต้องการให้พวกเราช่วย บอกได้เลยนะครับ พวกเราจะอยู่ที่มณฑล
หนานไปอีกหนึ่งปี”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
ยมทูตยังไม่วางใจ จึงเตือนเป็นพิเศษ “ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร ขอ
เพียงท่านปรมาจารย์บอกมา ตราบใดที่พวกเราทำได้ พวกเราจะทำ
สุดความสามารถครับ”