เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1926 ตายง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอ
วิญญาณร้ายหัวเราะเยาะอีกครั้ง “โลกมันก็เป็นแบบนี้แหละ ปลา
ใหญ่กินปลาเล็ก มนุษย์อ่อนแอก็ต้องถูกพวกเราปีศาจกินสิ”
“เธอช่วยพวกมัน ก็เท่ากับขัดต่อวิถีสวรรค์!”
มือที่ถือดาบของฉู่ลั่วขยับเล็กน้อย “ใครบอกคุณว่าปีศาจกินคน
คือวิถีสวรรค์กัน?”
เธอค่อย ๆ ยกดาบชี้ไปยังวิญญาณร้าย “เทพ? หรือว่าวิถีสวรรค์
กันแน่?”
วิญญาณร้ายหัวเราะอย่างเย็นชา “ในเมื่อเธอรู้อยู่แล้ว ยังจะถาม
ฉันทำไม!”
“กฎแห่งสวรรค์เป็นเช่นนี้ ถ้าฉันไม่กิน จะไม่เป็นความผิดของ
ฉันหรอกหรือ!”
“หรือว่าเธอจะขัดขืน?”
ฉู่ลั่วหัวเราะเบา ๆ “ถ้าอย่างนั้นฉันก็คงต้องใช้เลือดของคุณ มา
ประกาศการตัดสินใจของฉันแล้วล่ะ”
เธอฟันดาบออกไป วิญญาณร้ายยกมือรวบรวมพลังหยินเพื่อปัด
ป้อง พลังดาบทะลวงผ่านพลังหยิน แล้วฟันเข้าใส่ร่างของวิญญาณ
ร้าย
เพียงดาบเดียว วิญญาณร้ายก็สลายเป็นเถ้าธุลี
[อ๊า! ตายง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอ?]
[ไม่ใช่มีคนบอกว่าผีร้ายตนนี้เก่งกาจมากหรือ? แถมยังกินคน
ด้วย]
[ในที่สุดก็แก้แค้นให้คนที่ถูกกินได้แล้ว!]
[เทพธิดาน้อยยังเก่งเหมือนเดิมเลย]
[ไม่รู้ทำไม แค่มีเทพธิดาน้อยอยู่ ฉันก็รู้สึกว่าไม่มีอะไรน่ากลัว
แล้ว]
[เทพธิดาน้อย ฆ่าฉันที!]
[ดาบเมื่อกี้ของเทพธิดาน้อย เท่สุด ๆ ไปเลย!]
การลงดาบครั้งนี้ไม่เพียงทำให้คนธรรมดาที่กำลังดูไลฟ์ตกตะลึง
แต่ยังทำให้วิญญาณร้ายที่แอบดูการถ่ายทอดสดตกใจด้วย
แค่ดาบเดียว?
ใช่ แค่ดาบเดียว!
ไม่เปิดโอกาสให้หนีหรือแก้ตัว สลายไปเป็นผุยผงในทันที
วิญญาณร้ายมองดวงตาเย็นชาของฉู่ลั่วในถ่ายทอดสด หัวใจ
สั่นระรัวไม่หยุด
ตอนที่เจ้าหน้าที่จากองค์กรวิ่งเข้ามา มันก็คุกเข่าลงทันที “ฉัน
ยอมรับผิด ขอให้ตัดสินคดีของฉันอย่างยุติธรรมด้วย! ฉันแค่ขโมย
ของของมนุษย์ไปไม่กี่ชิ้นเท่านั้น ฉันไม่ได้ทำร้ายใครเลยนะ”
“ถ้าพวกคุณต้องการ ฉันสามารถเป็นพยานให้ได้!”
“การแจ้งเบาะแสสามารถลดโทษได้ใช่ไหม?”
หนงฉานมองวิญญาณร้ายที่คุกเข่าอย่างคล่องแคล่วด้วยสีหน้า
งุนงง
…….
“นับตั้งแต่ปรมาจารย์ฉู่เริ่มไลฟ์สตรีมการจับวิญญาณร้าย เหล่า
วิญญาณร้ายที่มารายงานตัวที่องค์กรก็กระตือรือร้นมากขึ้น”
“บางตนถึงกับสารภาพความผิดด้วยตนเอง”
หนงฉานอุทานออกมาสองสามคำ “มีแต่เธอ…เท่านั้นที่มีพลัง
มากมายขนาดนี้”
หมี่สวิ้นยิ้ม “ก็การสลายเป็นผุยผง ใคร ๆ ก็กลัวทั้งนั้นแหละ”
หนงฉานขยับเข้าไปใกล้หมี่สวิ้น”ฉันว่าเธอก็คือ…”
“นอกจากหัวหน้าองค์กรรุ่นแรกแล้ว จะมีใครอีกที่สามารถ
ควบคุมสถานการณ์ในมณฑลหนานได้รวดเร็วขนาดนี้” หนงฉาน
นึกถึงอดีต “ตัวปลอมคนนั้นไม่เคยคิดที่จะแก้ปัญหาในมณฑลหนาน
ด้วยซ้า”
หมี่สวิ้น “ก็เพราะเคยมีฉู่ลั่วตัวปลอมมาก่อน ฉันถึงไม่กล้าเชื่อ
ง่าย ๆ”
“ใครจะรับประกันได้ว่าฉู่ลั่วคนนี้ไม่ใช่ตัวปลอมล่ะ?”
เขามองหนงฉาน “เธอมั่นใจได้ไหม?”
หนงฉานอยากจะบอกว่าเธอมั่นใจ
แต่เธอก็พูดไม่ออก
พวกเขา… และมณฑลหนาน ไม่สามารถแบกรับผลลัพธ์ที่เกิด
จากฉู่ลั่วตัวปลอมได้อีกแล้ว
ถ้าผิดพลาดอีกครั้ง…
พวกเขาเจ้าหน้าที่องค์กรคงสติแตกกันแน่
ขณะที่ทั้งสองคนกำลังคุยกันอยู่ ฉู่ลั่วเดินเข้ามา “ฉันมีเรื่องจะ
ปรึกษากับพวกคุณ”
หน้าหมี่สวิ้นดูจริงจังขึ้นทันที “เชิญปรมาจารย์ฉู่พูดได้เลยครับ”
ฉู่ลั่ว “สาเหตุที่คนธรรมดารู้สึกไม่ปลอดภัย ก็เพราะพวกเขาไม่
สามารถต่อสู้กับวิญญาณร้ายได้ ไม่ใช่แค่วิญญาณร้ายที่แข็งแกร่ง
เท่านั้น แม้แต่วิญญาณร้ายธรรมดา พวกเขาก็ต่อสู้ไม่ได้”
หมี่สวิ้นพยักหน้า “ช่วงนี้พฤติกรรมการกราบไหว้บูชาเทพลดลง
มาก แต่มันก็ไม่ได้หายไป”
“ถ้าจะกำจัดพฤติกรรมการบูชาเทพให้หมดสิ้น มีแต่ต้องทำให้
คนธรรมดามีวิธีที่จะต่อสู้กับวิญญาณร้ายธรรมดาได้”
หมี่สวิ้นยิ้ม “เราก็อยากทำอย่างนั้น แต่ว่ามันยากมากครับ!”
“ไม่ยากหรอกค่ะ!”
หมี่สวิ้นและหนงฉานมองไปที่ฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วกระดาษยันต์ออกมาแผ่นหนึ่ง “ยันต์ที่สามารถเคลือบพลัง
วิญญาณลงบนวัตถุแบบนี้ คนส่วนใหญ่ในองค์กรทำได้”
“ตั้งแต่โบราณกาล การต่อสู้ของมนุษย์ล้วนมาจากการประดิษฐ์
อาวุธ ตราบใดที่มีอาวุธ มนุษย์ก็จะไม่หวาดกลัว และจะไม่กราบไหว้
เทพเจ้าเพราะความกลัวอีก”
หมี่สวิ้นมองดูฉู่ลั่วโยนยันต์ไปที่ไม้พลองธรรมดาอันหนึ่ง ทันใด
นั้นไม้พลองก็ถูกปกคลุมไปด้วยพลังวิญญาณ
ไม้พลองธรรมดาอันนี้สามารถสัมผัสและโจมตีวิญญาณร้ายได้
แล้ว