เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1935 อยู่ข้างไหนกันแน่
“ได้ยินมาว่าคนขององค์กรพาพวกปีศาจในมณฑลหนานไป
หมดแล้ว หลังจากตรวจสอบเสร็จ ถ้าไม่มีปัญหาก็จะปล่อยตัวทั้งหมด
ใช่ไหมคะ?”
หมิงคุนถอนหายใจ “ในที่สุดก็จะได้ออกจากที่นี่แล้ว! ถ้ารู้ว่า
ออกจากภูเขามาจะยุ่งยากขนาดนี้ ตอนนั้นข้าก็ไม่ควรมาโลกมนุษย์
เลย อยู่ในป่าลึกบนภูเขาต่อไปยังดีกว่า อย่างน้อยก็ไม่มีใครมายุ่ง”
พวกปีศาจทั้งหมดที่อยู่ในที่นั้นต่างมองฉู่ลั่วด้วยสายตาคาดหวัง
ฉู่ลั่ว “ไม่ใช่แบบนั้น ตอนนี้องค์กรมีแต่นักพรต โลกภายนอกได้
ละทิ้งปีศาจทั้งหมดแล้ว”
เมื่อสิ้นเสียง ทุกคนก็เงียบลง
หมิงคุนดวงตามืดลง “ข้าบอกแล้วไงว่ามนุษย์กับปีศาจไม่มีทาง
อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขหรอก!”
“มนุษย์ เทพ และปีศาจ ต่างก็ต่อสู้กันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว! หาก
มนุษย์ยอมสวามิภักดิ์ต่อเทพ พวกเราก็กลายเป็นส่วนเกิน! ตอนนี้
เทพจะลงมาแล้ว มนุษย์ต้องกวาดล้างเผ่าปีศาจแน่ ๆ”
“แล้วจะตราหน้าพวกเราว่าเป็นปีศาจร้ายอีก!”
หมิงคุนโกรธจัด ทำให้บรรดาปีศาจรอบข้างต่างพากันเดือดดาล
อยากจะพุ่งออกไปสู้รบกับมนุษย์และเทพทันที
เทพเอกเก้าญาณมองฉู่ลั่ว “ยังมีทางแก้ไขอีกไหม?”
ฉู่ลั่ว “…”
“ถ้าไม่มี พวกเราที่เป็นพาหนะของเทพ คงต้องคิดแผนใหม่แล้ว
ล่ะ” เขาส่ายหัวสิงโต “ในโลกนี้ เทพอยู่สูงสุด มนุษย์เป็นรากฐาน มี
แต่ปีศาจอย่างพวกเราเท่านั้นที่แปลกแยก”
“พวกเราปีศาจมีทางเลือกแค่สองทาง คือละทิ้งร่างปีศาจ บำเพ็ญ
เป็นมนุษย์ และบรรลุเป็นเซียน”
“หรือไม่ก็ตกเป็นพาหนะของเทพ”
เขาหัวเราะเยาะ “สรรพสิ่งถือกำเนิด ไม่ใช่ทุกอย่างว่าล้วนมี
ทางออกของมันเองหรอกเหรอ? ทำไมถึงมีแต่ปีศาจอย่างพวกเราที่
ต่าต้อยกว่าผู้อื่น”
เขาส่ายร่างสิงโตเก้าหัวของตัวเอง “ร่างปีศาจมันไม่ดียังไง!”
พวกปีศาจที่เหลือก็แปลงเป็นร่างปีศาจ แต่ละตัวส่งเสียงคำราม
ลั่นฟ้า
“ปีศาจมันไม่ดียังไง!”
ไห่ถังหดตัวไปอยู่ข้างหลังฉู่ลั่วด้วยความกลัว มองเธอด้วยดวงตา
ที่เอ่อคลอไปด้วยน้าตา
“พี่ลั่วลั่ว หนูกลัว!”
ครอบครัวของหัวหว่านก็ยืนอยู่ข้างฉู่ลั่ว สีหน้าเคร่งเครียด
มนุษย์ไม่ยอมให้เทพควบคุม ปีศาจต้องการแย่งชิงพื้นที่เพื่อ
ความอยู่รอด เทพต้องการกลับมาควบคุมสรรพสิ่งอีกครั้ง
สงครามระหว่างสามเผ่ากำลังจะปะทุขึ้น
มันจะรุนแรงยิ่งกว่าสงครามระหว่างมนุษย์และปีศาจในมณฑล
หนานเสียอีก
เมื่อเสียงคำรามของเหล่าปีศาจสงบลง หมิงคุนก็ชูแขนขึ้นและ
ตะโกน “พวกเราต้องสู้! ถ้าไม่สู้ครั้งนี้ พวกเราปีศาจจะไม่มีที่ยืนอีก
ต่อไป”
“พวกมนุษย์ไม่ได้พูดไว้หรอกเหรอ? อำนาจเกิดจากปาก
กระบอกปืน ถ้าอยากมีที่ยืนก็ต้องสู้”
หลังเขาตะโกน พวกปีศาจก็พากันเห็นด้วย
“สู้!”
“สู้!”
“สู้!!!”
หมิงคุนจ้องมองฉู่ลั่วอย่างดุดัน “ฉู่ลั่ว เจ้าจะอยู่ฝ่ายมนุษย์ หรือย
เทพ หรือว่าจะยืนอยู่ฝ่ายพวกเราปีศาจ!”
“วันนี้ เจ้าต้องเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง”
ปีศาจทั้งหมดต่างมองไปที่ฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วมองตามหมิงคุน “พวกคุณทั้งหมดอยากต่อสู้กันใช่ไหม?”
หมิงคุนแข็งคอ “สู้!”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นก็สู้”
เธอกุมมือไห่ถังไว้ข้างหนึ่ง อีกข้างจับมือหัวหว่าน เดินเข้าไปข้าง
ใน
หมิงคุนงงงัน ถามด้วยความสับสน “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?
ตกลงแล้วเจ้าอยู่ข้างไหนกันแน่?”
“ไม่อยู่ข้างไหน พวกคุณอยากสู้ก็สู้ไปเถอะค่ะ”
หมิงคุน “…”
เขาตะลึงงัน ไม่คิดว่าฉู่ลั่วจะพูดแบบนี้
“ทำไมเจ้าถึงทำแบบนี้ได้? ทำไมเจ้าไม่สนใจ? แม้แต่สงคราม
ระหว่างสามเผ่า เจ้าก็ไม่สนใจเหรอ?”
เทพเอกเก้าญาณตบไหล่เขา “ทำไมเจ้าถึงคิดว่านางจะจัดการ
ได้? และทำไมถึงคิดว่านางต้องจัดการด้วย?”
หมิงคุนพูดอย่างเป็นธรรมชาติ “ก็นางคือฉู่ลั่ว ถ้านางไม่จัดการ
แล้วใครจะจัดการ?”
เทพเอกเก้าญาณเงยหน้ามองท้องฟ้า
ตั้งแต่เหล่าเทพลงมา บนท้องฟ้าก็มีพลังปราณสีม่วงสว่างวูบวาบ
เป็นระยะ
นี่คือสิ่งที่ติดตัวเทพมา
“ปัญหาของสามเผ่ามีมาแต่โบราณกาล ทำไมเจ้าถึงต้องให้นาง
แบกรับไว้เพียงคนเดียว?”
หมิงคุน “…”
หลังจากเดินตามฉู่ลั่วเข้าไปในห้องโถง หัวหว่านถามอย่าง
ระมัดระวังว่า “คุณหนู คุณจะไม่สนใจจริง ๆ เหรอคะ?”
ฉู่ลั่ว “ตอนนี้พวกเขาโกรธแค้นกันมาก ถึงฉันจะบอกว่าอยาก
จัดการ พวกเขาก็คงไม่ฟังหรอก ยิ่งกว่านั้น… ฉันก็ไม่แน่ใจว่าจะ
จัดการได้ด้วย”