เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1962 หัวหน้าองค์กรตัวจริง
การที่เขาเปิดไลฟ์เพื่อยั่วยุฉู่ลั่ว ก็เพื่อต้องการโยนความผิดใน
การก่อความขัดแย้งระหว่างสองเผ่าให้ฉู่ลั่ว
แต่ตอนนี้…
ในไลฟ์ก็เดือดดาลขึ้นมาเพราะคำพูดของฉู่ลั่ว
[พูดตามตรง กระต่ายน้อยตัวนั้นก็น่ารักดี แถมยังไม่ได้ทำอะไร
ผิด กินแต่ผัก แล้วทำไมต้องจับด้วย!]
[ถ้าจะจับปีศาจทุกตัว ก็ต้องจับมังกรดำไปด้วยสิ! อย่ามารังแก
แต่ปีศาจตัวเล็ก ๆ !]
[นี่มันอะไรกัน ตอนนี้มนุษย์ก็ลำบากมากพออยู่แล้ว ทำไมยังจะ
ไปยั่วยุเผ่าปีศาจอีก! จะไม่ให้มนุษย์มีที่ยืนกันแล้วหรือไง!]
[ช่วงนี้องค์กรกำลังทำอะไรกันอยู่? มั่วแต่จับผี จับปีศาจ]
[จับผีร้าย จับปีศาจร้าย ยังพอเข้าใจได้ แต่นี่มารังแกปีศาจ
กระต่ายน้อย เพิ่งเคยเห็นนี่แหละ]
[ยุคนี้ถ้าวันหนึ่งแมวที่บ้านฉันกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ วันรุ่งขึ้น
มันคงถูกจับไปแล้วแน่ ๆ]
[ฉันกอดหมาของตัวเองแล้วถามว่า แกกลายเป็นมนุษย์ได้มั้ย
มันเห่าตอบด้วย ก็คงไม่ได้สินะ]
เหยียนอันไม่จำเป็นต้องดูความคิดเห็น ก็พอจะเดาออกว่าตอนนี้
กระแสในเน็ตคงเปลี่ยนไปแล้ว
เขากัดฟันแน่น “ปรมาจารย์ฉู่ คุณรู้ไหมว่าตอนนี้มนุษย์ลำบาก
แค่ไหน! พวกปีศาจมีอายุยืนยาว พวกผีไม่แก่ไม่ตาย มีแต่พวกเรา
มนุษย์เท่านั้นที่อายุสั้น ไม่ใช่แค่นั้น ยังถูกสองเผ่านี้รังแกอีก”
“อนาคตของมนุษย์ มีเพียงการเป็นเทพเท่านั้น!”
“ก่อนที่จะเป็นเทพ พวกเราที่เป็นนักพรต ไม่สมควรปกป้องคน
ธรรมดาเหรอ จะต้องปกป้องพวกเขาไม่ให้ถูกปีศาจและผีรังแกสิ!”
“นี่คือหน้าที่ขององค์กรของพวกเรา”
“ถ้าปรมาจารย์ฉู่มีวิธีที่ดีกว่านี้ ผมก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว”
เขาทั้งโกรธทั้งดูเป็นคนชอบธรรม ทำให้ผู้ชมบางส่วนที่กำลัง
ดูไลฟ์เปลี่ยนความคิด
มนุษย์ แน่นอนว่าต้องปกป้องเผ่าพันธุ์มนุษย์
วนเผ่าพันธุ์อื่นที่เป็นอันตราย ก็ต้องกำจัดออกไป
[ฉันเห็นด้วยกับวิธีนี้ สู้ฆ่าผิด ดีกว่าปล่อยให้รอด]
[พวกเรามนุษย์ก็อ่อนแออยู่แล้ว ยังต้องเผชิญกับอันตราย
มากมายขนาดนี้ แน่นอนว่าต้องระวังภัยไว้ก่อน]
[ฉู่ลั่วบำเพ็ญจนเก่งกาจ เธอสามารถรักทุกสรรพสิ่งได้ แต่พวก
เราที่เป็นคนธรรมดาจะทำยังไง?]
[พวกเราแก่ เจ็บ ตาย ส่วนพวกมันก็ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ…แค่คิดก็
โมโหแล้ว]
เหยียนอันถอนหายใจเบา ๆ “ถ้าปรมาจารย์ฉู่เสนอวิธีที่ดีกว่า
ไม่ได้ ก็อย่าขัดขวางงานของพวกเราเลย”
เขามีสีหน้าเศร้าสร้อยและดูจนปัญญา ราวกับว่าเพื่อมนุษย์แล้ว
เขายอมแบกรับบาปทั้งหมด
ฉู่ลั่วเอ่ย “ใครบอกว่าฉันไม่มีวิธี?”
เมื่อได้ยินดังนั้น เหยียนอันก็อดหัวเราะไม่ได้ “ปรมาจารย์ฉู่กำลัง
บอกว่าตัวเองสามารถแก้ปัญหาที่มนุษย์กำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ได้
เหรอ?”
“ใช่!”
“งั้นปรมาจารย์ฉู่ช่วยบอกหน่อยสิว่ามีวิธีไหนบ้าง ที่จะช่วยให้
มนุษย์หลุดพ้นจากสถานการณ์ที่ยากลำบากแบบนี้ได้?”
ฉู่ลั่วมองเหยียนอันด้วยสายตาเย็นชา “แล้วคุณมีคุณสมบัติ
พอที่จะถามฉันเหรอ?”
เหยียนอัน “…”
“แจ้งรองหัวหน้าองค์กรซีไป๋ให้หน่อย ว่าหัวหน้าองค์กรตัวจริง
อย่างจริงกำลังจะเข้าไปรับตำแหน่ง หวังว่าเขาจะจัดการเอกสาร
ทั้งหมดให้เรียบร้อยโดยเร็ว”
เหยียนอันไม่คิดว่าฉู่ลั่วจะเปลี่ยนหัวข้อสนทนาเร็วขนาดนี้
“หัวหน้าองค์กรตัวจริงอะไรกัน?”
ฉู่ลั่วเลิกคิ้วเล็กน้อย “ยังไม่มีเอกสารออกมา แต่ไม่นานพวกคุณ
ก็จะได้รับ ทางเบื้องบนสั่งให้ฉันมารับช่วงต่องานขององค์กร”
เธอมองบรรดาเจ้าหน้าที่ที่อยู่รอบ ๆ “เบื้องบนไม่พอใจมากที่
พวกคุณจับผีและพวกปีศาจตามอำเภอใจ วันนี้พวกคุณสามารถจับ
ผีและปีศาจได้โดยไม่มีหลักฐาน แล้วใครจะรับประกันได้ว่าพรุ่งนี้พวก
คุณจะไม่ไปจับมนุษย์ด้วยกันเอง?”
“ดังนั้น จึงให้ฉันกลับไปรับช่วงต่อ”
เหยียนอันมีสีหน้าไม่อยากเชื่อ
ตอนนี้องค์กรกลายเป็นของสำนักเต๋าใหม่ของพวกเขาแล้ว
ตั้งแต่ระดับบนลงล่าง เกือบทุกคนในองค์กรล้วนเป็นนักพรตของ
สำนักเต๋าใหม่ของพวกเขา ทุกคนต่างเคารพซีไป๋ที่สุด
เบื้องบนย่อมรู้อยู่แล้ว จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะให้คนอื่นมาดูแล
องค์กร?
เป็นไปไม่ได้!
เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!
แต่เมื่อมองไปที่แววตาแน่วแน่ของฉู่ลั่วที่อยู่ตรงหน้า เขาก็อด
สงสัยไม่ได้
ฉู่ลั่วไม่ใช่คนอื่น!
เธอคือหัวหน้าองค์กรคนแรกขององค์กร
เธอเป็นคนก่อตั้งองค์กร
เธอเป็นคนเชื่อมโยงลัทธิเต๋ากับรัฐบาลเข้าด้วยกัน
ไม่ว่าจะเป็นในลัทธิเต๋าหรือในรัฐบาล หรือแม้แต่ในหมู่ประชาชน
เธอก็มีชื่อเสียงมาก