เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1980 สูญเสียพลังวิญญาณ
เขาล้มตะแคงลงพื้น ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด บิดเบี้ยว
ดิ้นรน และทุรนทุราย
ดวงตาเบิกกว้าง เลือดไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง
“หัวหน้าตระกูล!”
คนตระกูลไจ๋ทั้งหมดมองเหตุการณ์นี้ด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่
มีใครกล้าขยับ
จนกระทั่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของไจ๋ฉางค่อย ๆ อ่อนแรง
ลง ใบหน้าที่เคยดูหนุ่มแน่นพลันแก่ชราลงในชั่วพริบตา
ไจ๋โหรวพยายามจะวิ่งเข้าไปข้างใน แต่ทันทีที่ก้าวข้ามธรณีประตู
เธอก็ถูกพลังอันแข็งแกร่งผลักออกมา
“หัวหน้าตระกูล!”
เธอตะโกนเรียกจากด้านนอก
ก่อนจะคว้ามือของฉู่ลั่วไว้แน่น “เจ้านิกาย เราจะทำยังไงดีคะ?
หัวหน้าตระกูลจะเป็นยังไง?”
ฉู่ลั่วมองไจ๋ฉางที่อยู่ในศาลบรรพบุรุษ “นี่คือสัญญาระหว่างลัทธิ
เต๋ากับเผ่าเทพ ฉันก็ทำอะไรไม่ได้หรอก”
ในอดีต ลัทธิเต๋าต้องการบำเพ็ญได้รวดเร็ว จึงได้รับเทพมาเป็น
อาจารย์และสืบทอดวิชาของเทพ
ตอนนี้ลัทธิเต๋าต้องการหลุดพ้นจากเทพ เทพจึงต้องเรียกคืน
หนทางลัดที่เคยมอบให้
ในที่สุด พลังวิญญาณสุดท้ายบนร่างของไจ๋ฉางสลายหายไปจน
หมดสิ้น
ผมของเขากลายเป็นสีขาวโพลนในพริบตา ผิวหนังและเนื้อบน
ร่างกายก็เหี่ยวย่นลงทันที
“หัวหน้าตระกูล!”
ไจ๋โหรวเพิ่งจะวิ่งเข้ามาในศาลบรรพบุรุษได้ เธอพยุงไจ๋ฉางที่ล้ม
ลงบนพื้นขึ้นมา “หัวหน้าตระกูล คุณเป็นอย่างไรบ้างคะ?”
ไจ๋ฉางเงยหน้าขึ้นมองมือของตัวเองที่เต็มไปด้วยริ้วรอย “ฉันคิด
ว่าหลังพลังวิญญาณสลายไป ด้วยวัยขนาดนี้ของฉัน คงจะตายคาที่
แต่ไม่คิดว่า…”
น้าตาของไจ๋โหรวไหลริน คนตระกูลไจ๋ก็ห้อมล้อมไจ๋ฉางเอาไว้
“หัวหน้าตระกูล ทำไมคุณถึงต้องทำแบบนี้ด้วย?”
ไจ๋ฉางพิงร่างกับไจ๋โหรว ดวงตาที่แก่ชรามองเห็นสิ่งต่าง ๆ ไม่
ค่อยชัดเจนนัก “ลัทธิเต๋าถูกสร้างขึ้นเพื่อมนุษย์ พลังวิญญาณ
ทั้งหมดในร่างของฉัน จะกลายเป็นมีดที่ทรยศต่อมนุษย์ไม่ได้”
ไจ๋โหรวยิ่งร้องไห้หนักขึ้น
เสียงของไจ๋ฉางค่อย ๆ อ่อนแรงลง “เจ้านิกาย เจ้านิกาย…”
ไจ๋ฉางตะโกนเสียงดัง
ฉู่ลั่ว “ฉันอยู่นี่ค่ะ”
ไจ๋ฉางยื่นมือออกมา ฉู่ลั่วจับมือที่เหี่ยวย่นนั้น
ไจ๋ฉางบีบมือแน่น “มนุษย์…มนุษย์ยังมีอนาคตอยู่ไหม? ยังมีอยู่
ใช่ไหม?”
“ความผิดพลาดที่ลัทธิเต๋าทำไว้เมื่อหลายล้านปีก่อน ยังมีโอกาส
แก้ไขได้ใช่ไหม?”
“ชะตากรรมของมนุษย์ สามารถกำหนดได้ด้วยมือของพวกเรา
เองไหม?”
“เจ้านิกาย มันเป็นไปได้ไหม?”
เขาเบิกตาที่ขุ่นมัวของเขา มองไปที่ฉู่ลั่วอย่างแน่วแน่ หวังจะ
ได้รับคำตอบที่แน่ชัดจากฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วเอ่ย “ฉันจะทำสุดความสามารถค่ะ”
เพียงได้ยินคำพูดนั้น ไจ๋ฉางก็ยิ้มน้อย ๆ
เขายกมุมปาก “ดีแล้ว ดีแล้ว! ฉันสบายใจแล้ว!”
ลมหายใจของเขาค่อย ๆ หยุดลง
บนใบหน้ามีรอยยิ้มอ่อนโยนและความพอใจ
ไจ๋โหรวร้องไห้เสียใจซบอยู่บนร่างของไจ๋ฉาง
ฉู่ลั่ววางมือของไจ๋ฉางบนร่างของเขา แล้วมองวิญญาณของไจ๋
ฉางที่อยู่ข้าง ๆ
ไจ๋ฉางก้มมองร่างกายของตัวเอง “ไม่คิดเลยว่าฉันจะตายเร็ว
ขนาดนี้!”
ไจ๋โหรวและคนตระกูลไจ๋ต่างหันไปมองวิญญาณของเขา
“ร้องไห้ทำไม! ตอนนี้ฉันกลายเป็นผีไปแล้ว แถมยังเป็นผีที่ไม่มี
พลังอะไรเหลืออยู่เลยอีกต่างหาก”
“ต่อไปนี้ พวกเธอต้องพึ่งพาตัวเองแล้ว”
เขามองคนตระกูลไจ๋อีกครั้ง “นี่เป็นทางเลือกของฉัน ไม่เกี่ยวกับ
พวกเธอ ส่วนทางเลือกของพวกเธอ ก็ตัดสินใจเองเถอะ”
เขาหันไปมองนอกประตู
ยมทูตมาถึงแล้ว
“ฉันไปละ!”
“ที่เหลือฝากไว้กับพวกเธอแล้วกัน”
ยมทูตก้าวเข้ามาพาเขาไปยังปรโลก
ไจ๋โหรวก้มหน้ามองร่างที่แก่ชราของไจ๋ฉางในอ้อมกอด แล้วเงย
หน้ามองฉู่ลั่ว “เจ้านิกายคะ ในโลกนี้จะไม่มีตระกูลไจ๋แห่งเจ็ดสิบสอง
สำนักเซียนอีกต่อไปแล้ว”
เธอไม่ชอบตระกูลไจ๋
ไม่ชอบไจ๋ฉาง
แต่ว่า…
ตอนที่ต้องเห็นไจ๋ฉางจากไปต่อหน้าต่อตาแบบนี้ มองตระกูลไจ๋ที่
กำลังจะหายไป เธอก็ยังรู้สึกเสียใจมาก
ฉู่ลั่วมองออกไปยังท้องฟ้าภายนอก
ลัทธิเต๋าเปลี่ยนไปแล้ว!
เพียงไม่กี่วัน ทั้งลัทธิเต๋าก็เต็มไปด้วยความโศกเศร้า
แทบทุกสำนักกำลังจัดงานศพ
องค์กรยิ่งเงียบเหงาเป็นพิเศษ
เจ้าหน้าที่ที่ไม่ต้องการสูญเสียพลังไปต่างก็ลาออก
ส่วนเจ้าหน้าที่ที่สูญเสียพลังวิญญาณก็หมดสิทธิ์ทำงานในแนว
หน้า