เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 2059 ตอนพิเศษ ไม่มีเผ่าเทพ
“ใครจะคิดว่าวันหนึ่งเผ่าปีศาจและเผ่ามนุษย์จะสามารถอยู่
ร่วมกันได้อย่างกลมเกลียวเช่นนี้ ถึงขนาดยอมให้เด็ก ๆ ของทั้งสอง
เผ่ามาเรียนร่วมกันอย่างเปิดเผย”
“ยังมีการมอบใบรับรองให้กับคู่รักต่างเผ่าที่แต่งงานกันอีกด้วย”
ฉู่ลั่วเอ่ย “สันติภาพระหว่างสามเผ่า กว่าจะได้มาไม่ใช่เรื่องง่าย
ไม่มีใครอยากทำลายสันติภาพที่มีอยู่ในตอนนี้หรอกค่ะ”
เง็กเซียนหันมามองฉู่ลั่ว แล้วพูดว่า “แต่ไม่มีเผ่าเทพ”
ฉู่ลั่ว “…”
“ฉู่ลั่ว สามเผ่าสงบสุข ทว่าไม่มีเผ่าเทพ มนุษย์และปีศาจรวมเป็น
หนึ่งเดียว แต่ไม่มีเผ่าเทพ มนุษย์และปีศาจแต่งงานกัน แต่เผ่าเทพ
กลับไม่มี”
ฉู่ลั่ว “พวกเราไม่ได้ขัดขวางการรวมตัวกันของเผ่าเทพกับอีก
สองเผ่า และไม่ได้ขัดขวางการแต่งงานระหว่างเผ่าเทพกับอีกสองเผ่า
นะคะ”
เง็กเซียนมองฉู่ลั่วด้วยแววตาอ่อนโยน
ส่วนฉู่ลั่วเบือนหน้าหนี
เผ่ามนุษย์และเผ่าปีศาจต่างระแวงเผ่าเทพมาก ในช่วงสิบปีที่ผ่าน
มา แทนที่จะเรียกว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างสามเผ่าที่ไม่มีวันจบสิ้น ก็
น่าจะเรียกว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างเผ่าเทพกับเผ่ามนุษย์และปีศาจที่ไม่
มีวันจบสิ้นมากกว่า
มนุษย์และปีศาจแม้จะมีความขัดแย้งกันบ้าง แต่การสื่อสาร
ระหว่างสองเผ่านั้นราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารหรือคนธรรมดากับ
ปีศาจธรรมดา ดูเหมือนทั้งสองฝ่ายจะสามารถยอมรับการผสมผสาน
ชีวิตของกันและกันได้
แต่เผ่าเทพนั้นต่างออกไป
เง็กเซียนกล่าว “ทั้งสามเผ่าเหมือนจะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข แต่
มันเป็นเพียงภาพลวงตาในน้าเท่านั้น”
“นี่ก็เป็นเหตุผลที่ข้าต้องจับชางฮ่าวมา”
“ข้าไม่เพียงต้องจับเขา แต่ยังต้องผนึกเขาด้วย”
ฉู่ลั่วมองเง็กเซียนแล้วเม้มริมฝีปากเบา ๆ
“ชางฮ่าวเป็นมังกรบรรพกาล เขาควรจะอยู่ฝ่ายเทพ แต่เขากลับ
ยืนอยู่ข้างเจ้า ยืนอยู่ข้างมนุษย์ มนุษย์มีคุณ ซ้ายังมีชางฮ่าวอีกคน”
“ไม่นับสองเผ่าที่รวมตัวกัน”
“แล้วอนาคตของเผ่าเทพจะเป็นอย่างไรเล่า?”
“สามภพจะยังมีที่ยืนสำหรับเผ่าเทพอีกหรือเปล่า?”
ฉู่ลั่วมองไปที่เง็กเซียน “ชางฮ่าวเป็นอิสระ เขาอยากจะเลือกแบบ
ไหนก็เลือกได้ค่ะ”
“เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ได้กำลังพูดถึงชางฮ่าว” เง็กเซียนหันหน้าไปมอง
นอกวัง “สันติภาพของสามเผ่าในตอนนี้ เป็นเพียงภาพลวงตาในน้า
ภายใต้พลังของพวกเรา”
“ทนต่อความผันผวนเพียงเล็กน้อยไม่ได้”
ฉู่ลั่วมองม้วนภาพ ภาพด้านในเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ
“การผนึกชางฮ่าว เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น”
เธอพูดอย่างหนักแน่น
เง็กเซียนพยักหน้า “ใช่ และยังมีเจ้ากับข้า”
“เมื่อพวกเราจากไปอย่างสมบูรณ์แล้ว ทั้งสามเผ่าถึงจะสามารถ
หลอมรวมกันได้อย่างแท้จริง และสร้างกฎเกณฑ์ใหม่ขึ้นมา เป็น
กฎเกณฑ์ที่เป็นของพวกเขาเอง”
“แม้ว่าการโค่นล้มสวรรค์จะสำเร็จ แต่วิถีวสรรค์เพียงหลับใหลไป
เท่านั้น”
“หากเขาตื่นขึ้นมาและโลกยังไม่ได้สร้างกฎเกณฑ์ของตัวเอง
ขึ้นมา วิถีสวรรค์ก็จะนำกฎเกณฑ์ของตัวเองมาใช้”
ฉู่ลั่ว “คุณสังเกตเห็นอะไรไหมคะ?”
เง็กเซียนไม่พูดอะไร
สายตาของฉู่ลั่วกระตุกเล็กน้อย “มันเพิ่งผ่านไปแค่สิบปีเท่านั้น”
การโค่นล้มสวรรค์สำเร็จ แต่เพิ่งผ่านไปแค่สิบปี
เง็กเซียนเอ่ย “วิถีสวรรค์ก็คือวิถีสวรรค์”
ขณะที่ฉู่ลั่วชะงักงันไป เง็กเซียนก็ยกมือขึ้นโบก
ฉู่ลั่วถูกผลักออกจากวังม่วงเมฆาราวกับเป็นขนนกที่ลอยล่อง
ภูเขาไท่ซาน
เผ่าเทพและเผ่ามนุษย์ยืนแยกกันอยู่คนละฝั่ง
การเจรจาครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อน ๆ คราวนี้เง็กเซียนจากเผ่า
เทพมาปรากฏตัวด้วย
เทพทั้งเผ่ารู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่ง
ส่วนทางฝั่งมนุษย์ แม้จะมีฉู่ลั่วอยู่ด้วย แต่ทุกคนก็ยังมีสีหน้า
เคร่งเครียด
บนโต๊ะหยกสีเขียวมรกต มีป้ายชื่อของแต่ละคนวางอยู่ทั้งสอง
ข้าง
เซียวเมิ่งหันไปพูดกับฉู่ลั่วว่า “ทำไมเทพเง็กเซียนถึงต้องออก
หน้าด้วยล่ะคะ? ก็แค่ซีไป๋ตายไปคนเดียวเท่านั้นเอง”
หยวนเป่ยเป่ยนั่งอยู่อีกด้านของฉู่ลั่ว
“ฉันรู้สึกว่าพวกเทพกำลังใช้เรื่องของซีไป๋มาก่อกวนนะคะ! ไม่รู้
ว่าต่อไปพวกเขาจะเรียกร้องอะไรอีก”
เซียวเมิ่งก้มหน้าลงแล้วยิ้มทันที “ปรมาจารย์คะ ชางฮ่าวเก่งจริง
ๆ! เขากล้าลงมือกับซีไป๋ในช่วงเวลาแบบนี้”
แม้จะเป็นเพียงเทพระดับล่าง แต่ก็เป็นช่วงสถานการณ์
ละเอียดอ่อน