เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 2065 ตอนพิเศษ เขาบ้าไปแล้วหรือไง
“ตระกูลฉู่ยังไม่ได้ตกต่านี่! ทำไมต้องให้คนจากตระกูลฉู่ออกมา
ทำงานเป็นยมทูตรับวิญญาณด้วยล่ะ!”
“ไม่เคยได้ยินว่าตระกูลฉู่ตกต่านะ! หรือว่านี่จะเป็นแผนการของ
ตระกูลฉู่กันแน่? พวกเขากลัวว่าหลังปรมาจารย์ฉู่จากไป ตำแหน่ง
ของตระกูลฉู่ในลัทธิเต๋าจะตกต่าลงหรือเปล่า?”
ยมทูตขาวดำโบกมือไล่ยมทูตรับวิญญาณทั้งหมดออกไป
ยมทูตขาวก้มลงมองสมุดในมือ “ฉู่จ้านคนนี้มีอะไรบางอย่างจริง
ๆ คนธรรมดาถึงแม้จะบังคับตัวเองได้ แต่ก็ไม่สามารถยอมรับการนำ
วิญญาณหลายสิบดวงได้เร็วขนาดนี้ โดยเฉพาะภายในเวลาเพียง
ไม่กี่ชั่วโมง”
ยมทูตดำเอ่ย “อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เขาจะทำได้ดีแค่ไหน ก็
เป็นไปไม่ได้ที่จะให้เขาไปโลกอื่น”
ทั่วทั้งปรโลก ยมทูตที่สามารถจัดให้ไปโลกอื่นได้นั้นมีน้อยมาก
ทั้งหมดล้วนเป็นคนที่จงรักภักดีต่อปรโลกอย่างที่สุด
ฉู่จ้านคนนี้ ต่อให้พยายามไปอีกหมื่นปี ก็คงไม่มีโอกาสได้ไป
โลกอื่นหรอก
ยมทูตขาวคิดสักครู่ ก่อนจะรู้สึกว่าเรื่องราวถูกต้อง จึงโยนสมุด
ในมือทิ้งไป
“ยังไงปรโลกก็ไม่เคยขาดแคลนงาน มียมทูตที่ขยันเพิ่มอีกคนก็
ไม่ได้แย่อะไรนัก”
ยมทูตดำหันกลับไปมองทางที่ฉู่จ้านจากไป
“แต่ฉู่จ้านคนนั้นเหมือนจะยังปรับตัวไม่ได้เร็วขนาดนั้น! สีหน้า
ของเขา…”
“ฉันก็เห็นเหมือนกัน ดูแย่กว่าพวกเราที่เป็นผีเสียอีก”
“ก็นั่นแหละ เป็นครั้งแรกที่เขาต้องไปรับวิญญาณ แถมยังรับมา
มากขนาดนี้”
ทั้งสองสบตากันแล้วยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ
นี่เป็นสิ่งที่ฉู่จ้านเลือกเอง ถ้าเขาไม่อยากทำแล้วก็ไม่มีใครบังคับ
เขาได้
สิบปีต่อมา
ฉู่จ้านที่มีสีหน้าเย็นชาส่งมอบผีร้ายสิบกว่าตนที่ดูโหดเหี้ยมน่า
กลัวในมือให้กับยมทูตขาวดำ
“เสร็จแล้ว”
ยมทูตขาวดำรับกลุ่มผีร้ายเหล่านั้นมา
“คุณทุ่มเทมากเกินไปแล้วนะ! พวกนี้เป็นผีร้ายทั้งหมดเลย! ทุก
ตนล้วนเคยทำร้ายคน คุณ…ไม่ได้รับบาดเจ็บใช่ไหม!”
ยมทูตขาวมองสำรวจฉู่จ้านขึ้นลง
“ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา แม้ว่าการบำเพ็ญของคุณจะก้าวหน้า
อย่างรวดเร็ว แต่คุณก็ไม่ควรทุ่มเทมากเกินไปนะ”
สิบปีที่ผ่านมา ฉู่จ้านไม่เคยหยุดพักเลยสักวัน
ทุกภารกิจที่มอบหมายให้เขา เขาจะทำให้สำเร็จรวดเร็วที่สุด
ไม่กี่ปีก่อน เพื่อกำจัดความตั้งใจของฉู่จ้าน พวกเขาถึงกับส่งฉู่
จ้านไปจับผีร้าย
นั่นเป็นผีร้ายที่มีวิชาอาคมร้อยปี ถ้าตอนนั้นพวกเขาไปไม่
ทันเวลา ฉู่จ้านคงจบชีวิตลงที่นั่นแล้ว
ใครจะรู้ว่าหลังจากพวกเขาไปถึง ประโยคแรกที่ฉู่จ้านถามกลับ
เป็น
“ถ้าจับผีร้ายตนนี้ได้ ระดับของผมจะเพิ่มขึ้นไหม?”
ฉู่จ้าน “ผมสามารถเลื่อนขั้นได้แล้วใช่ไหม”
ยมทูตขาวแสดงสีหน้าราวกับคาดการณ์เอาไว้อยู่แล้ว
“ตอนนี้คุณเริ่มจับผีร้ายแล้ว คุณยังอยากจับอะไรอีก! คุณ
บำเพ็ญมาแค่ไม่กี่ปี ระวังจะเอาชีวิตไปทิ้งนะ! คราวที่แล้วมันก็เป็นแค่
เรื่องบังเอิญที่พวกเราไปปฏิบัติหน้าที่ที่นั่นพอดี แต่คราวหน้าล่ะ?”
ฉู่จ้านจัดเรียงเครื่องมือในมือ แล้วถามอีกครั้ง
“ผมสามารถเลื่อนขั้นได้แล้วใช่ไหม”
ยมทูตขาวถอนหายใจพลางกลอกตาอย่างจนปัญญา “ไม่ได้!”
ฉู่จ้านไม่ได้เรียกร้องอีก แต่กลับพูดว่า “งั้นก็มอบภารกิจใหม่ให้
ผมสิ!”
ยมทูตดำส่งสมุดเล่มใหม่ให้เขา ฉู่จ้านหมุนตัวเดินจากไปทันที
หลังจากที่เขาเดินไปไกลแล้ว ยมทูตขาวดำถึงได้มองหน้ากัน
“เขาบ้าไปแล้วหรือไง! ไม่สนใจชีวิตของตัวเองเลย คิดจะไปโลกอื่น
ให้ได้งั้นเหรอ?”
“เขากลัวตายหรือเปล่าล่ะ? เขาไม่กลัวตายเลยสักนิด สิ่งที่เขา
กลัวคือหลังจากตายแล้ว จะยังทำงานเป็นยมทูตรับวิญญาณได้อีก
หรือเปล่า นายว่าเขาเสียสติไปแล้วใช่ไหมล่ะ”
ยมทูตขาวพยักหน้า
“ช่างเหมือนกับปรมาจารย์ฉู่จริง ๆ คนเป็นพี่น้องกัน บ้า
เหมือนกันเลย”
“ท่านยมทูตทั้งสอง!”
ยมทูตรับวิญญาณคนหนึ่งวิ่งมาหาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“พวกเราจับตัวผีร้ายจากเขาชางอวิ๋นไม่ได้ครับ ตอนนี้มันหนีไป
แล้ว แถมยังทำให้ยมทูตรับวิญญาณของเราบาดเจ็บไปกว่าสิบคน”
สายตาของยมทูตขาวดำเปลี่ยนไปเล็กน้อย “แค่ผีสาวที่ตายมา
สิบกว่าปีเท่านั้น พวกนายยังจับกลับมาไม่ได้เหรอ”