เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 2101 ตอนพิเศษ ใช้ชีวิตคู่ห้าร้อยปีอย่างมีความสุข
- Home
- เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
- บทที่ 2101 ตอนพิเศษ ใช้ชีวิตคู่ห้าร้อยปีอย่างมีความสุข
“…อืม ฉันคิดถึงเธอมากเหลือเกิน”
เวินหลิงเยว่ชะงักไป เธอไม่คิดว่าเขาจะยอมรับตรงไปตรงมาแบบ
นี้
ฉู่จ้านมองประตูห้องประชุมที่ปิดสนิทอีกครั้ง “ฉันคิดถึงเธอมาก
คิดถึงมากจริง ๆ แต่ฉันแสดงออกมาไม่ได้ ฉันกลัว…”
เวินหลิงเยว่ไม่พูดอะไร
“ฉันกลัวว่าถ้าฉันแสดงออกมา ตัวเองจะเสียโอกาสที่จะได้พบ
เธอ”
“อาจเป็นเพราะแบบนี้ ถึงทำให้เธอรู้สึกว่าฉันเป็นหุ่นยนต์สินะ!”
เวินหลิงเยว่รู้สึกเจ็บใจเล็กน้อย เธอกำลังจะเอ่ยปาก แต่ประตูห้อง
ประชุมก็เปิดออก
กว่านหว่านพาเด็กหนุ่มกว่านซีเดินออกมา พาเขามาหยุดอยู่
ตรงหน้าเวินหลิงเยว่ “เยว่เยว่ ต่อไปนี้ฉันขอฝากอาซีไว้กับเธอนะ”
“ที่จริงแล้วเขาเป็นเด็กดี มีจิตใจดีงามมาก แค่นิสัยดื้อรั้นไป
หน่อย ถ้าต่อไปเขาก่อเรื่อง เธอก็สั่งสอนเขาได้เลย”
กว่านหว่าน “ฉันกับอาเล็กของเธอกำลังจะไปโลกอื่น อาจจะ
ไม่ได้กลับมาอีกหลายปี ถ้าในอนาคต… ในอนาคตเขาถูกรังแก เยว่
เยว่ ถ้าเธอมีความสามารถ ก็ช่วยเหลือเขาด้วยนะ”
“ฉันขอขอบคุณเธอล่วงหน้าตรงนี้เลย!”
พูดจบ เธอก็โค้งคำนับให้เวินหลิงเยว่
เวินหลิงเยว่รีบพยุงเธอขึ้นมาทันที “อาหญิงเล็ก คุณกำลังพูด
อะไรคะ! ฉันไม่ได้บอกไปแล้วเหรอว่าฉันกับเขาเป็นเพื่อนกัน!”
เธอคว้ามือของกว่านซีมาชูขึ้นต่อหน้ากว่านวาน “พวกเราเป็น
เพื่อนกัน ถ้าเพื่อนมีปัญหา ฉันก็ต้องช่วยเขาแน่นอน ถึงจะเพราะเห็น
แก่หน้าคุณ ฉันก็จะช่วยเขาอยู่ดีค่ะ”
เวินหลิงเยว่หันหน้าไปส่งสายตาให้กว่านซี
กว่านซีสบตากับเธอ แล้วถามเสียงเบาว่า “เธออยากเป็นเพื่อน
กับฉันเหรอ?”
เวินหลิงเยว่ตอบว่า “แน่นอนสิ”
“เพื่อนกันตลอดชีวิตเลยหรือเปล่า?”
“เพื่อนกันตลอดชีวิต”
หลังจากผ่านไปสองสามวินาที กว่านซีก็บีบมือของเวินหลิงเยว่
เบา ๆ “ฉันกับเธอเป็นเพื่อนกัน เธอคือเพื่อนคนแรกของฉัน”
กว่านหว่านยิ้มอย่างอิ่มเอมใจ
สามวันต่อมา
ปรโลก
กว่านหว่านมองเวินหลิงเยว่กับกว่านซีที่ยืนอยู่ด้วยกัน
เวินหลิงเยว่จับมือของกว่านซี แล้วโบกมือให้พวกเขา “อาหญิง
เล็ก คุณไปใช้ชีวิตคู่ห้าร้อยปีอย่างมีความสุขกับอาเล็กของฉันเถอะ
ค่ะ! ฉันจะดูแลเขาอย่างดีแน่นอน ฉันจะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเขา
เอง”
กว่านซีก็พยักหน้าอยู่ข้าง ๆ “คุณวางใจได้เลย! ผมจะไม่ก่อเรื่อง
แน่นอน”
กว่านหว่านถึงได้เดินเข้าไปในทางเชื่อมพร้อมกับฉู่จ้าน
ฉู่ลั่วไม่ได้เดินไป เธอยืนอยู่หน้าประตูทางเชื่อม จ้องมองกว่านซี
อยู่ครู่หนึ่งแล้วโบกมือเรียกเวินหลิงเยว่
เวินหลิงเยว่ปล่อยกว่านซีทันที แล้ววิ่งไปหาฉู่ลั่ว “อาหญิงคะ!”
“แส้ใช้ดีไหม?”
“ดีมาก ๆ เลยค่ะ! ขอบคุณอาหญิงที่เอาของขวัญมาให้นะคะ!
ของขวัญชิ้นนี้สะดวกมาก ไม่ว่าจะจับคนหรือจับวิญญาณร้ายก็ตาม
แค่ยังไม่เคยลองจับเทพ…”
เธอชูแส้ของตัวเองขึ้นมา ฉู่ลั่วมองเธออย่างอ่อนโยน
“ตอนนี้เธอเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในบ้าน ถ้าเธอมุ่งมั่น
เส้นทางการบำเพ็ญของเธอจะต้องยาวนานกว่าคนอื่นแน่นอน
ดังนั้น…”
เวินหลิงเยว่มองเธอ
“ดังนั้น ต่อไปบ้านเราก็ต้องพึ่งเธอแล้ว! ฉันไม่อยู่ อาเล็กของเธอ
ก็ไม่อยู่ ต่อไปบ้านเราต้องพึ่งเธอแล้ว!”
เวินหลิงเยว่พยักหน้าอย่างมีความสุข “อาหญิงไม่ต้องกังวลนะ
คะ! หนูจะบำเพ็ญให้ดี ปกป้องครอบครัวให้ดีอย่างแน่นอน”
ฉู่ลั่วใช้นิ้วมือวาดอักขระกลางอากาศ พลังวิญญาณรอบ ๆ
ทั้งหมดต่างพุ่งเข้าหาอักขระของเธอ ทำให้ยมทูตในบริเวณนั้นวิ่งเข้า
มา
ยันต์แผ่นหนึ่งปรากฏขึ้นกลางอากาศ ฉู่ลั่วดีดนิ้วเบา ๆ ยันต์
พลันลอยเข้าไปในจิตธรรมญาณของเวินหลิงเยว่อย่างแผ่วเบา
“นี่คือยันต์ที่ฉันให้เธอ มันจะปกป้องเธอเอง”
“ขอบคุณอาหญิงค่ะ!”
ฉู่ลั่วหันกลับมามองกว่านซีอีกครั้ง
กว่านซีกลืนน้าลายลงโดยไม่รู้ตัว เมื่อเผชิญหน้ากับฉู่ลั่ว เขามัก
รู้สึกถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็น แต่สายตาของฉู่ลั่วผู้ยิ่งใหญ่แห่งโลก
มนุษย์ที่มองมานั้น ก็ไม่เหมือนกับสายตาของคนอื่น ๆ
แต่เป็นสายตาอีกแบบหนึ่ง เป็นสายตาที่เขาไม่สามารถอธิบาย
ได้
ใช้หลายปีต่อมากว่ากว่านซีจะเข้าใจความหมายในสายตาของ
ฉู่ลั่ว
มันคือสายตาที่บอกว่าผักกาดขาวของตัวเองกำลังจะถูกหมูกิน
แต่ก็ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้
ประกาศ เรื่องนี้ได้ชนต้นฉบับล่าสุดแล้ว จำนวนตอนอัปเดตจะ
เป็นไปตามที่ต้นฉบับเผยแพร่นะคะ