เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 211 ผมไม่ได้นอกใจ
พี่ชายย้ายอิฐตระหนักได้ว่ามันฟังดูผิดปกติ แต่เขาไม่ได้ตอบอะไร แค่มองน้องภรรยาที่หัวเราะตาหยีจนแก้มแดงแวบหนึ่งก่อนจะเปิดประตูรถแล้วเข้าไปนั่งที่เบาะหลัง
น้องภรรยาก็ดึงประตูรถไว้จะเข้าไปนั่ง แต่ก็ได้ยินชายหนุ่มพูดว่า “เธอนั่งข้างคนขับเถอะ วันนี้ฉันมีธุระสำคัญ”
น้องภรรยาชะงักไป ก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้มว่า “มีธุระสำคัญอะไรเหรอคะ ทำไมบอกกับฉันไม่ได้! พี่เขย ไม่ใช่ว่าพี่จะดูไลฟ์สตรีมต่อหรอกนะคะ!”
พี่ชายย้ายอิฐ “ไม่ใช่ว่าฉันจะบอกทุกเรื่องให้เธอฟังได้หรอกนะ”
น้องภรรยาเงียบไป “…”
สีหน้าของเธอเปลี่ยนเล็กน้อย แม้จะขึ้นไปนั่งบนที่นั่งข้างคนขับแล้ว แต่หางตาก็ยังชำเลืองมองพี่เขยด้วยความสงสัย
พี่ชายย้ายอิฐใส่หูฟัง ก่อนจะส่งข้อความเข้าไปในไลฟ์สตรีม
[ท่านปรมาจารย์ ผมไม่ได้นอกใจจริง ๆ นะครับ! ก่อนหน้านี้ผมไม่รู้เลยว่าเธอคิดไม่ซื่อกับผม]
ฉู่ลั่วเอ่ย “โหนกแก้มของเธอมีพลัง แสดงให้เห็นว่าเป็นคนชอบเอาชนะมาก และไม่ยอมประนีประนอม”
“ริมฝีปากหนาและอวบอิ่ม แสดงให้เห็นว่าเธอเป็นคนใจกล้า ไม่กลัวถ้อยคำนินทาว่าร้ายของคนอื่น”
“นิ้วชี้ของเธอยาวกว่านิ้วนาง แสดงว่าเป็นคนกล้าแย่งชิงของของคนอื่น ยอมเป็นมือที่สามได้ง่าย ๆ หากคิดว่าของของคนอื่นนั้นดีกว่า”
พี่ชายย้ายอิฐได้ฟังก็คิดตามไปด้วยว่าน้องภรรยาของตนมีลักษณะเช่นนั้นหรือไม่
ยิ่งคิด ก็ยิ่งรู้สึกว่าจริง
สามีเก่าของน้องภรรยา เธอก็ได้มาเพราะแย่งแฟนเพื่อนสนิท แล้วทั้งคู่ก็แต่งงานกัน
ภรรยาก็มักจะพูดอยู่เสมอว่าน้องเป็นลูกคนเล็กสุด พ่อแม่เธอจึงรักมาก
ตั้งแต่เล็กจนโต เธอต้องได้เลือกของทุกอย่างก่อนเสมอ
ชายหนุ่มคิดได้ว่า มีบางครั้งเขาซื้อของขวัญกลับมาหลังจากไปทำงานต่างเมือง
ตนซื้อของมาให้ทั้งสองคนไม่เหมือนกัน และทุกครั้ง น้องภรรยาก็มักจะอยากได้ของที่อยู่ในมือพี่สาวตัวเองเสมอ
หรือต่อให้ของขวัญทั้งสองชิ้นจะคล้ายกัน เธอก็มักจะหาคำพูดที่มีเหตุผลมากมายมาแลกกับของขวัญของพี่สาวอยู่ดี
พี่ชายย้ายอิฐนิ่งงัน “…”
เขาเริ่มมั่นใจในสิ่งที่ฉู่ลั่วพูดมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว
สายตามองเจ้าของช่องด้วยสีหน้ากังวลและอ้อนวอน
“ท่านปรมาจารย์ ช่วยผมด้วยครับ”
ฉู่ลั่วเอ่ย “คุณกลับไปคุยกับภรรยาของคุณก่อนนะคะ”
พี่ชายย้ายอิฐกัดฟันพูด “ยังไงผมก็ไม่ได้นอกใจ!”
น้องภรรยาที่นั่งข้างหน้าได้ยินประโยคนี้สีหน้าก็เปลี่ยนไป เธอเหลือบมองพี่เขยก่อนจะรีบหันกลับมา ในใจรู้สึกกระวนกระวายไม่น้อย
ไม่นานรถก็ขับมาถึงที่บ้านเดี่ยวหลังหนึ่ง
เมื่อรถจอดสนิท พี่ชายย้ายอิฐก็ผลักประตูรถ แล้วก้าวยาว ๆ เข้าไปข้างในทันที
น้องภรรยารีบตามไป “พี่เขย พี่เขย… พี่ไม่ต้องรีบร้อนหรอกค่ะ พี่อย่าทะเลาะกับพี่สาวเลยนะ ให้ฉันไปคุยกับพี่สาวให้ก่อนดีกว่า”
พี่ชายย้ายอิฐผลักประตูตรงเข้าไป “ไม่ต้อง ฉันจะพูดกับพี่สาวของเธอตรง ๆ!”
น้องภรรยายืนอยู่ในห้องรับแขก ตะโกนเสียงดังว่า “พี่เขย พี่อยากให้พี่สาวโกรธเหรอ? จะหย่ากับพี่สาวแน่ ๆ ใช่ไหมคะ?”
ระหว่างที่พูด หญิงสาวที่สวมชุดเดรสสีเทาคนหนึ่งก็เดินลงมา หลังจากได้ยินประโยคนี้ สีหน้าก็เย็นชา
“เมียจ๋า!” พี่ชายย้ายอิฐเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว คิดจะคว้ามือภรรยาไว้ แต่อีกฝ่ายก็หลบ
“อาเฟิน ผมไม่ได้นอกใจคุณนะ” พี่ชายย้ายอิฐเดินไปข้างหน้าอีกก้าว
หลิวเฟินหัวเราะเย็นชา แล้วผลักเขาออก “เจอกันที่สำนักกิจการพลเรือน!”
“อาเฟิน อาเฟิน!”
หลิวเฟินเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหลิวเฟิ่งผู้เป็นน้องสาว
อีกฝ่ายก้มหน้าด้วยความอับอาย ก่อนจะขวางชายหนุ่มที่ตามมา “พี่เขย รอให้พี่สาวใจเย็นลงก่อนเถอะค่ะ! เรื่องหย่าไว้ค่อยคุยกันทีหลัง ฉันเชื่อว่าพี่สาวต้องเข้าใจ ต้องเข้าใจดีแน่นอนค่ะ!”
หลิวเฟินเหลือบมองพวกเขาด้วยสายตารังเกียจและสะอิดสะเอียน ก่อนจะเดินจากไป
พี่ชายย้ายอิฐยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
ทันใดนั้นก็มีเสียงฉู่ลั่วดังขึ้นข้างหู “ตามไปค่ะ ไม่อย่างนั้นคุณจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต”
พี่ชายย้ายอิฐผลักหลิวเฟิ่งออก แล้วรีบพุ่งตัวออกไป
หลิวเฟินกำลังยืนขวางรถอยู่ที่ริมถนน
เธอโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ รู้ดีว่าตอนนี้ไม่เหมาะจะขับรถเอง จึงเดินไปเรียกรถแทน
ทันใดนั้น รถบรรทุกคันหนึ่งก็พุ่งเข้ามาหาหลิวเฟินตั้งแต่ไกล ๆ!
เธอยังไม่ทันรู้ตัวก็ถูกดึงแขนอย่างแรง จนกลิ้งลงไปบนแปลงดอกไม้ข้างทาง
เกิดเสียงดังลั่นไปทั้งห้องสตรีม
[ให้ตาย รถชนเหรอ?]
[รถชนใช่หรือเปล่า?]
[ไม่เป็นอะไรใช่ไหม!]
[ช่วยคนไว้ได้หรือเปล่า!]
[กรี๊ด ๆๆ! ร้อนใจแล้วนะ!]
ฉู่ลั่วยกมือขึ้นมาคำนวณ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสงบ “พวกเขาไม่เป็นอะไร”