เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 303 เบาะแส
บทที่ 303 เบาะแส
การไลฟ์สตรีมร่วมกับผู้โชคดีทั้งสี่คนสิ้นสุดลงแล้ว
แต่ความคิดเห็นในไลฟ์สตรีมยังคงคึกคักอย่างประหลาด
[ดูไลฟ์สตรีมของเจ้าของช่อง ทำให้อารมณ์ฉันขึ้น ๆ ลง ๆ ตลอดเลยล่ะ!]
[เจ้าของช่อง คุณคงไม่ได้จะลงไลฟ์สตรีมแล้วใช่ไหม! ไม่เอานะ! ช่วยไลฟ์ต่อไปอีกหมื่นปีได้ไหม]
[มีแต่ฉันเหรอที่ยังมูฟออนจากเรื่องคุณน้าไม่ได้? คุณน้า คุณมองผมสิ ผมทั้งสูงทั้งหล่อทั้งอายุน้อย!]
[น้องชาย ปล่อยคุณน้าคนนี้ไปเถอะ ให้เป็นหน้าที่พี่ชายเอง!]
ฉู่ลั่วแอบคำนวณดวงชะตาในยามชราของแม่ผู้เอาใจใส่เงียบ ๆ ขอเพียงตัดขาดจากสามีและลูกสาวอย่างสิ้นเชิง วัยชราของอีกฝ่ายจะมีแต่ยิ่งร่ำรวยขึ้นเรื่อย ๆ
“ไลฟ์สตรีมวันนี้ถึงแค่นี้นะคะ ครั้งหน้าก่อนจะไลฟ์สตรีม ฉันจะแจ้งให้ทุกคนทราบก่อน”
ฉู่ลั่วปิดไลฟ์ไปแล้ว
หัวหว่านรีบส่งโทรศัพท์มือถือมาให้ เธอพูดพร้อมรอยยิ้ม “คุณหนู เพราะไลฟ์สตรีมของคุณ ทำให้เกิดการค้นหายอดนิยมมากมายเลยค่ะ! คุณยึดหน้าจอไว้หมดแล้ว”
#บนโลกนี้มีผีจริงไหม
#การเล่นไพ่สามารถช่วยชีวิตคุณได้และเอาชีวิตคุณได้เช่นกัน
#ความเจ้าเล่ห์ของแฟนหนุ่มของคุณ
#ทักษะการแสดงของซุนเยาเยา
#ไม่ใช่หลานชาย แต่เป็นลูกชายของสามี
#ผู้ชายอยากได้ลูกชายทุกคนไหม
…
ฉู่ลั่วเลื่อนมือถือดูไปเรื่อย ๆ ก็ถามว่า “ไม่มีการค้นหายอดนิยมของ ‘เมืองตง’ งั้นเหรอ?”
หัวหว่านส่ายหน้า “ก่อนหน้านี้มีความคิดเห็นเกี่ยวกับเมืองตงน้อยมากค่ะ ถึงจะมีชาวเน็ตบางคนตั้งคำถามบนแพลตฟอร์มใหญ่ แต่กลับไม่เป็นกระแสเลยค่ะ”
ฉู่ลั่วส่งโทรศัพท์มือถือคืนให้หัวหว่าน ก่อนจะลองคำนวณดู “ไม่ต้องเป็นห่วง ประเด็นร้อนนี้กดไว้ได้ชั่วขณะหนึ่ง แต่ก็กดเอาไว้ได้ไม่นานหรอก”
แม้ตอนนี้ทางเมืองตงจะกดข่าวร้อนแรงนี้ไว้ได้ แต่จากการติดตามของชาวเน็ต ไม่นานเรื่องนี้ก็จะถูกเผยออกมา
…
วันต่อมา
ช่วงเช้าตรู่ ฉู่ลั่วเพิ่งฝึกฝนตอนเช้าเสร็จ หัวหว่านก็มาเคาะประตู
ฉู่ลั่วเปิดประตู หัวหว่านมีเรื่องอยากจะเมาท์มอย แต่ก็ข่มน้ำเสียงเอาไว้แล้วบอกว่า “คุณหนูคะ คุณฮั่วมาแล้วค่ะ”
พูดจบ ก็เอ่ยขึ้นมาอีกว่า “ตอนแรกฉันบอกว่าจะขึ้นมาตามคุณหนู แต่คุณฮั่วบอกว่าเวลานี้คุณหนูกำลังฝึกฝนช่วงเช้าอยู่ เลยไม่ให้ฉันมารบกวนค่ะ”
ฉู่ลั่วพูดตอบรับ “ฉันล้างเนื้อล้างตัวแล้วจะลงไป”
เธอพยายามเต็มที่ที่จะบังคับมุมปากไม่ให้ยกขึ้น
จนกระทั่งประตูห้องนอนของฉู่ลั่วปิดลง ครู่หนึ่งเฉิงยวนก็ออกมาจากด้านข้าง “สีหน้าฉู่ลั่วเป็นยังไง? ตกใจมากหรือเปล่า? ตื่นเต้นดีใจไหม?”
“คิดไม่ถึงเลยว่าฮั่วเซียวหมิงจะเป็นฝ่ายเข้าหาขนาดนี้ ขนาดใช้ขวดแก้วผนึกรักแล้ว ก็ยังมาหาฉู่ลั่วด้วยตัวเอง”
“แหม แหม เจ้าขวดแก้วผนึกรักนี่ไม่ได้ผลเอาซะเลย!”
เธอยิ้มกรุ่มกริ่ม “เจ้าลองทายดูสิว่าฮั่วเซียวหมิงมาที่นี่ เขาจะคุยอะไรกับฉู่ลั่ว?”
“ดูเหมือนคุณฮั่วจะพูดไม่เก่งนะ ไม่น่าสารภาพรักหรอก”
“…” สีหน้าตื่นเต้นของเฉิงยวนจางหายไปทันที
เธอลอยโซซัดโซเซลงมาข้างล่าง “น่าเบื่อ! ต่างคนต่างแข่งกันเย็นชา เมื่อไหร่ข้าจะได้เห็นพวกเขาสองคนจูบกันไปจูบกันมา กอดกันไปกอดกันมาสักทีล่ะ!”
หัวหว่านเดินตามหลังวิญญาณสาวมา พร้อมกระซิบบอกว่า “ต่อให้จูบกันไปจูบกันมา หรือกอดกันไปกอดกันมา จากนิสัยแบบนี้ของคุณหนูกับคุณฮั่ว คงจะแอบไปทำในที่ที่พวกเรามองไม่เห็น”
“เจ้ามองไม่เห็น แต่ข้ามองเห็นนะ! ข้าเป็นผี!” เฉิงยวนภูมิใจไม่น้อย จากนั้นเธอก็ลอยเข้ามา โอบไหล่ของหัวหว่านพร้อมพูดปลอบว่า “เจ้าวางใจได้ ถึงตอนนั้นไม่ว่าข้าเห็นอะไร จะไลฟ์สตรีมให้เจ้าดูเหตุการณ์แน่นอน คิก คิก คิก!”
หัวหว่านก็ขำตามเช่นกัน
หนึ่งคนกับหนึ่งผี คนหนึ่งกำลังยิ้มกรุ่มกริ่ม อีกตนก็หัวเราะแฝงความนัย
“ไลฟ์สตรีมเหตุการณ์อะไร?”
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงฉู่ลั่วถามขึ้นมา ทำเอาทั้งคนทั้งผีที่กำลังหัวเราะร่วนต่างก็หยุดลงกะทันหัน
เฉิงยวนหายตัวไปแล้ว!
เหลือเพียงหัวหว่านที่หันหน้าไปหัวเราะแห้ง ๆ สองที “คุณหนู คุณล้างเนื้อล้างตัวเร็วจังเลยค่ะ?”
ฉู่ลั่วตอบรับ ก่อนจะเดินลงไปข้างล่าง
เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เธอก็หันหน้ากลับมาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “การแอบดูไม่ใช่นิสัยที่ดีนะ”
หัวหว่าน “…”
คุณหนูได้ยินแล้วใช่ไหม?
ต้องได้ยินแน่นอน!
ต้องได้ยินแล้วแน่ ๆ!
อ้ากกกกก!
แม่บ้านสาวกรีดร้องอยู่ในใจ
ฉู่ลั่วเดินลงไปข้างล่างแล้ว
ฮั่วเซียวหมิงกำลังยืนอยู่ตรงหน้าต่างทรงข้าวหลามตัด แสงแดดส่องกระทบลงมาบนตัวชายหนุ่มโดยตรง
เขาสวมชุดลำลองสีเทาอ่อน ผมอ่อนนุ่มถูกเสยไปข้างหลัง ไม่ดูเคร่งขรึมเหมือนก่อนหน้านี้ แต่กลับมีบรรยากาศอบอุ่นมากขึ้น
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า เขาก็หันหน้าไป แววตาไม่สั่นไหว น้ำเสียงก็ราบเรียบ “ไม่ได้มารบกวนคุณใช่ไหม”
ฉู่ลั่วส่ายหน้า
ก่อนฮั่วเซียวหมิงยื่นซองใส่เอกสารที่อยู่ข้างตัวให้เธอ “นี่คือสิ่งที่คุณให้ผมไปสืบ”