เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 311 ฆ่าอย่างไม่เลือกหน้า
บทที่ 311 ฆ่าอย่างไม่เลือกหน้า
พูดจบ เวินอวิ๋นเสาก็พยักหน้าให้พนักงาน
พนักงานกดปุ่มเปิดประตู
ทันทีที่ประตูพับเปิดออกจนเป็นช่องเล็ก ๆ เวินอวิ๋นเสาก็ลอดตัวออกไป
เธอรีบตรวจดูบาดแผลของเด็กน้อยทันที พร้อมพันบาดแผลอย่างรวดเร็วด้วยความชำนาญ ก่อนจะหันไปพูดกับพนักงานที่อยู่ในร้านทอง “พันแผลไว้อย่างดีแล้วค่ะ ตอนนี้อุ้มเด็กเข้าไปได้แล้ว”
คนที่อยู่ในร้านต่างก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ทันใดนั้นก็มีเสียงคนกรีดร้องดังขึ้น “ไอ้โรคจิตนั่นมาอีกแล้ว รีบให้พวกเธอเข้ามา!”
“!?”
เวินอวิ๋นเสาหันไปมอง ก็เห็นคนร้ายคนนั้นที่ถือมีดพร้าขนาดใหญ่กำลังเดินตรงเข้ามาทางนี้แล้ว
เขาถือมีดไว้ แล้วเดินเข้ามาทีละก้าว ๆ
“รีบเปิดประตูสิ!”
แต่กลับมีบางคนในร้านทองเข้าไปห้ามคนที่จะเปิดประตู “ถ้าเปิดประตูแล้วคนร้ายมันเข้ามาจะทำยังไง? เขาฆ่าคนไม่เลือกหน้านะ! ถ้าตายก็ถือว่าตัวเองโชคร้ายแล้วกัน!”
พอมีคนพูดขึ้นมาคนหนึ่ง หลายคนก็เข้าไปขวางพนักงานที่จะเปิดประตูเอาไว้
เวินอวิ๋นเสารีบพูดปกป้องเด็กก่อน “อุ้มเด็กเข้าไปเถอะค่ะ!”
ในร้านทองมีเสียงถกเถียงกัน แต่ประตูกลับไม่เปิดออกซะที
เวินอวิ๋นเสาทำได้เพียงอุ้มเด็ก วิ่งออกไปอีกทางหนึ่ง
ทันทีที่เธอก้าวขา คนร้ายก็วิ่งตามหลังมาเช่นกัน!
ทว่าโทรศัพท์มือถือของเวินอวิ๋นเสากลับถูกทิ้งเอาไว้ที่เดิม
ฉู่เหิงเห็นเพียงแผ่นหลังของเวินอวิ๋นเสา กับคนร้ายวิ่งตามเธอไป
เวินอวิ๋นเสาจะวิ่งหนีคนร้ายได้ยังไง คนร้ายยกมีดพร้าเล่มใหญ่ที่มีเลือดหยดขึ้นมา ก่อนจะออกแรงฟันใส่เธอ!
โครม!
เวินอวิ๋นเสาล้มลงบนพื้น
สีหน้าของฉู่เหิงขาวซีดขึ้นมาแล้ว
ขาสองข้างของเขาอ่อนแรง เกือบจะร่วงลงไปกองกับพื้น
เขาจับแขนของฉู่ลั่วเอาไว้ พูดด้วยน้ำเสียงไม่มั่นคงว่า “อวิ๋นเสาไม่เป็นอะไรใช่ไหม! ไม่ได้เกิดอะไรขึ้นกับเธอใช่หรือเปล่า?”
สายตาของฉู่ลั่วยังคงจ้องไปที่หน้าจอ เพราะภาพเมื่อสักครู่นี้ ทั่วทั้งร้านทองต่างก็มีเสียงกรีดร้อง ฉากหลังเต็มไปด้วยความโกลาหลและเสียงของความกลัวทุกรูปแบบ
เมื่อคนร้ายยกมีดพร้าขึ้นมาอีกครั้ง ตัวเขาก็ล้มตึงลงไปบนพื้นแล้ว
“ตำรวจมาแล้ว!”
“เป็นเจ้าหน้าที่จากกองกำลังพิเศษ เจ้าหน้าที่กองกำลังพิเศษยิงเขาตายแล้ว!”
“หมอคนนั้นกับเด็กน้อยเป็นยังไงบ้าง!”
ฉู่ลั่วประคองพี่ชายใหญ่ พลางเอ่ยกับเขาว่า “วางใจค่ะ พี่สะใภ้ไม่เป็นอะไร”
ฉู่เหิงถอนหายใจออกมาอย่างแรง ทันทีที่ปล่อยมือ ตัวเขาก็ทรุดนั่งลงบนพื้นอย่างหมดสภาพ
สูทราคาแพงเปื้อนฝุ่นบนพื้น แต่เขาไม่ได้สนใจเลยแม้แต้น้อย
ผ่านไปสักพักหนึ่ง เขาค่อย ๆ กลับมามีแรงแล้ว จึงลุกขึ้นมา
ใบหน้าที่ซีดขาวก็มีสีเลือดขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว “ลั่วลั่ว ตอนนี้พี่ไปส่งเธอกลับบ้านไม่ได้แล้ว พี่ต้องไปโรงพยาบาลก่อน”
“ค่ะ หนูไปกับพี่ใหญ่ด้วย”
แม้เธอจะคำนวณออกมาได้ว่าเวินอวิ๋นเสาไม่เป็นอะไร แต่คำนวณไม่ได้ว่าอีกฝ่ายจะได้รับบาดเจ็บร้ายแรงหรือไม่
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล หลังจากถามถึงห้องพักผู้ป่วยของเวินอวิ๋นเสาชัดเจนแล้ว ฉู่เหิงก็วิ่งตรงไปทันที เขาผลักประตูห้องพักผู้ป่วยเข้าไปเสียงดัง
ปัง!
ที่แขนของเวินอวิ๋นเสามีผ้าพันแผลพันเอาไว้ ที่หน้าผากก็มีผ้าพันแผลพันอยู่เช่นกัน ยาล้างแผลสีม่วงแดงซึมผ่านผ้าพันแผลออกมา ดูน่าตกใจเป็นอย่างมาก
“อาเหิง!”
“เวินอวิ๋นเสา!” ฉู่เหิงพุ่งเข้าไปตรงหน้าเตียงผู้ป่วย เขารีบมองสำรวจเธอหนึ่งรอบ พยายามข่มความโกรธ พร้อมกับเอ่ยถามว่า “ทำไมต้องออกไปด้วย? ทั้งที่รู้ว่าออกไปแล้วจะต้องเจออันตราย แล้วทำไมต้องออกไป?”
เวินอวิ๋นเสาทำได้เพียงเงียบงัน แล้วฟังฉู่เหิงโดยไม่พูดอะไร
“ลั่วลั่วบอกแล้วไม่ใช่เหรอ? บอกว่าไม่ให้เธอออกมา”
“เธอไม่สนใจชีวิตตัวเองเลยเหรอ? ไม่สนใจลูกที่อยู่ในท้องเลยเหรอ? ไม่สนใจฉันด้วยใช่ไหม?”
“เธอคิดบ้างหรือเปล่า ถ้าตัวเองเป็นอะไรไป แล้วฉันจะทำยังไง?”
“เวินอวิ๋นเสา เธออยากให้ฉันกังวลจนบ้าตายหรือไง?”
ฉู่เหิงเป็นคนสุภาพและมีมารยาทมาตลอด ต่อให้เผชิญหน้ากับคนตระกูลฉู่ ก็ยังรักษาท่าทีของคุณชายผู้สูงศักด์เอาไว้ได้
แต่ตอนนี้กลับเหมือนเด็กน้อยที่กระวนกระวายจนทำอะไรไม่ถูก
นอกจากใช้คำพูดระบายความอัดอั้นตันใจใส่คนรัก เขาก็คิดหาวิธีอื่นที่จะปลอบประโลมหัวใจอันหวาดกลัวของตนเองไม่ได้แล้ว
เวินอวิ๋นเสายื่นมือออกมาจับมือของฉู่เหิงไว้
เสียงว่ากล่าวของฉู่เหิงถึงได้หยุดลง ดวงตาสีดำขลับจ้องมองเธอ พร้อมขอบตาแดงก่ำ เขารีบหันหน้าไปอีกทางอย่างรวดเร็ว
เวินอวิ๋นเสาดึงมือเขาเบา ๆ “อาเหิง คุณ… จะทักทายพ่อแม่ของฉันสักหน่อยไหม?”
ฉู่เหิง “…”
ชายหนุ่มหันหน้าไปทันที ก็เห็นว่าคนตระกูลเวินกำลังมองมาด้วยความตกตะลึงจากอีกด้านหนึ่งของเตียงผู้ป่วย