เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 333 ภูเขาเฟิงหนิง
บทที่ 333 ภูเขาเฟิงหนิง
ลึกเข้าไปในป่าหนาทึบ ท่ามกลางต้นไม้สูงปกคลุม มีเพียงแสงระเรื่ออยู่กลางอากาศ
กลุ่มคนมากกว่าสิบคนยืนอยู่ด้านนอกป่าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด และที่ด้านหลังของพวกเขามีรถออฟโรดสี่ห้าคันจอดอยู่
ด้านข้างรถออฟโรดคือผู้ชายสวมเครื่องแบบทหาร แต่ละคนมีสีหน้าเคร่งขรึม แววตากวาดมองไปรอบทิศทางราวกับสัตว์ป่า
“ชิงหยาง ทุกคนมารวมตัวกันหมดแล้ว ยังไม่เข้าไปอีกเหรอ?”
หยางเสียนหรือนักพรตชิงหยางส่ายหน้า “ยังมีอีกคนที่ยังมาไม่ถึง”
“ในบรรดาคนของลัทธิเต๋าที่มีชื่อเสียง แม้แต่คนที่เก็บตัวฝึกฝนบำเพ็ญก็ยังออกมาหมดแล้ว ยังมีใครไม่มาอีก?” ชายชราผมหงอกขาวแต่ใบหน้าอ่อนเยาว์มีสีหน้าไม่ดีนัก เขามองเข้าลึกเข้าไปในป่าทึบท่าทางเคร่งเครียด “ครั้งนี้มีทหารสามสิบห้านายหายไป นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กเลย”
“หากพลาดไปแม้แต่วินาทีเดียว ชีวิตของคนที่อยู่ข้างในก็อันตรายขึ้นอีกหนึ่งวินาที”
ชิงหยางยังคงส่ายหน้า “มีเธอไปด้วย พวกเรามีโอกาสทำสำเร็จมากขึ้น”
ชิงหยางมีตำแหน่งเหนือกว่าใครในลัทธิเต๋า
คนในลัทธิเต๋ามักหลีกหนีจากโลก อุทิศตนเพื่อการบำเพ็ญ แต่บางครั้งพวกเขาจำเป็นต้องติดต่อกับรัฐบาล และบุคคลที่รับผิดชอบในการติดต่อก็คือชิงหยาง
รอประมาณสิบนาที ก็มีเสียงของรถยนต์ดังมาจากที่ไกล ๆ ทุกคนต่างมองไปสุดปลายถนนที่อยู่ท่ามกลางอาทิตย์อัสดงสีเลือด
รถสีขาวคันหนึ่งขับเข้ามา ไม่นานก็มาจอดอยู่ข้างรถออฟโรด
ชิงหยางมีสีหน้ายินดีมาก เขาปัดฝุ่นเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปหา
คนอื่น ๆ ต่างก็เดินตามชิงหยางไปทางริมถนน
“คนที่มาเป็นใคร? ทำไมชิงหยางถึงให้ความสำคัญนัก?”
“ไม่รู้เหมือนกัน หรือจะเป็นเจ้าอาวาสผู่เสวียนจากวัดมังกรขาว?”
“เจ้าอาวาสผู่เสวียนหลีกหนีจากทางโลกไปแล้ว กิจที่เกี่ยวข้องกับทางโลกทั้งหมดก็ยกให้ลูกศิษย์ในวัดจัดการ ไม่ออกจากเขาง่าย ๆ หรอก”
“แล้วจะเป็นใครล่ะ? คงไม่ใช่สือไจ้ซานคนนั้นหรอกมั้ง!”
มีเพียงคนหนุ่มสาวเท่านั้นที่กระซิบกระซาบกันเสียงเบา ส่วนบรรดาผู้อาวุโสต่างก็ยืนอยู่ด้านหลังกลุ่มคนเงียบ ๆ และมองไปที่รถ
จนกระทั่งประตูรถเปิดออก หญิงสาววัยแรกรุ่นหน้าตาสะสวยคนหนึ่งก็เดินออกมา
นักพรตชิงหยางรีบเดินเข้าไปหา “คุณหนูฉู่ สวัสดี ผมเป็นคนส่งข้อความหาคุณเอง คิดไม่ถึงเลยว่าคุณจะมาจริง ๆ ”
ฉู่ลั่วเอ่ย “เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ฉันต้องมาอยู่แล้วค่ะ”
หลังจากชิงหยางทักทายทางฝั่งทหารเสร็จแล้ว ก็พาเธอมาหาคนจากลัทธิเต๋า พลางเอ่ยกับพวกเขาด้วยรอยยิ้ม “นี่คือสหายน้อยฉู่ พวกคุณอย่ามองว่าเธออายุยังน้อย เพราะเธอมีความสามารถที่ทรงพลังมาก มีเธออยู่ด้วย ภารกิจครั้งนี้พวกเราก็เหมือนเสือติดปีก”
ไม่ว่าจะเป็นคนของฝั่งทหารหรือคนของฝั่งลัทธิเต๋า ต่างก็มองเธอด้วยสายตาพิจารณา
ฉู่ลั่วทักทายพวกเขา ทุกคนก็พยักหน้าตอบรับอย่างมีมารยาท
“ไปกันเถอะค่ะ ถ้ายังช้าไปมากกว่านี้ ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง”
ตอนแรกทุกคนต่างก็คาดหวังกับคนที่ชิงหยางตั้งใจเชิญมาเป็นพิเศษ แต่คิดไม่ถึงว่าจะเป็นหญิงสาวคนหนึ่ง
ทางฝั่งของทหารได้จัดเตรียมทหารจำนวนสิบห้านายให้ไปกับพวกเขา
บนหลังของพวกเขามีกระเป๋าสะพายหลัง ภายใต้ชุดทหาร บริเวณเอวนูนออกมา เห็นได้ชัดว่าเป็นอาวุธ
ผู้นำฝ่ายทหาร หรือหัวหน้าหน่วยที่รับผิดชอบภารกิจนี้เป็นผู้ชายวัยสามสิบกว่าปี ผิวราวกับข้าวสาลี ที่คางมีรอยแผลเป็นน่ากลัว ทำให้เขาดูเป็นคนเคร่งขรึมขึ้นหลายส่วน เขามีชื่อว่าซู่เซี่ยงหยาง
ชิงหยางกับฉู่ลั่วไปด้วยกัน “ในข้อความส่วนตัวอธิบายชัดเจนไม่ได้ เรื่องเป็นแบบนี้”
ภูเขาเฟิงหนิง เป็นภูเขาลึกลูกหนึ่งในเมืองหนาน มีหมู่บ้านไม่กี่แห่งกระจายอยู่รอบ ๆ และมีกองกำลังทหารจำนวนมากทำการฝึกอยู่แถวนี้
เมื่อหนึ่งเดือนก่อน เพราะมีเหตุการณ์ที่ชาวบ้านในท้องถิ่นต่างก็ถูกพิษกัน หลังจากตรวจสอบจนแน่ชัดก็พบว่ามีการปนเปื้อนในแหล่งน้ำ จึงมีเจ้าหน้าที่สำรวจทางธรณีวิทยากลุ่มหนึ่งเข้าไปในภูเขาเฟิงหนิง
หลังจากเข้าไปในภูเขาเฟิงหนิง สามวันแรกพวกเขายังติดต่อกลับมา แต่ตั้งแต่เย็นวันที่สาม ก็มีเสียงขอความช่วยเหลือด้วยความหวาดกลัวของเจ้าหน้าที่สำรวจดังเข้ามาในวิทยุสื่อสาร
ทางกองกำลังทหารที่ได้รับข่าวก็ส่งคนเข้าไปในภูเขาทันที
“พวกเขาเข้าไปในภูเขาเจ็ดวันแล้ว หลายวันก่อนยังติดต่อกลับมา บอกว่ากำลังทำการค้นหาบนภูเขา สองวันก่อน ก็ขาดการติดต่อไป”
ซู่เซี่ยงหยางที่อยู่ด้านข้างบอกว่า “พวกเรายังได้ยินเสียงปืนด้วย ในสถานการณ์ปกติ พวกเรายิงปืนกันน้อยมาก”
นอกเสียจากว่าเจอสถานการณ์พิเศษ
“ตอนแรกพวกเราคิดว่าพวกเขาน่าจะเจอสัตว์ร้าย แต่ต่อให้เป็นสัตว์ร้ายที่ตัวใหญ่ขนาดไหน ก็ไม่น่าจะโจมตีทหารสามสิบกว่านายที่มีกระสุนปืนจริงได้”
“หลังจากนั้น พวกเราก็จัดเตรียมกำลังพลเข้าไปสำรวจในภูเขาอีกครั้ง ในสถานที่เกิดเหตุพบกระบอกปืนและเลือดจำนวนมาก แต่กลับไม่พบศพ และไม่มีรอยเท้าของสัตว์ร้ายเลย”
ราวกับว่าศัตรูปรากฏตัวขึ้นมากลางอากาศแล้วโจมตีพวกเขา หลังจากต่อสู้เสร็จแล้ว ก็พาทุกคนกลับไป เหลือทิ้งไว้เพียงแค่อาวุธ
นักสำรวจเกิดอุบัติเหตุในภูเขาลึกก็ยังพอเข้าใจได้ แต่ทหารสามสิบกว่านายเจออุบัติเหตุกันทั้งกลุ่ม อีกทั้งในที่เกิดเหตุยังไม่มีศพทิ้งเอาไว้ เป็นเรื่องผิดปกติอย่างมาก
ซู่เซี่ยงหยางขมวดคิ้ว “มีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับภูเขาเฟิงหนิงจากคนในพื้นที่ เล่าว่าสิบกว่าปีก่อนเมื่อเข้าไปในภูเขา คนที่ข้ามลำธารเล็กสายหนึ่ง จะไม่ได้กลับมาอีกเลย”