เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 350 ฮั่วเซียวหมิงโกรธเคือง
บทที่ 350 ฮั่วเซียวหมิงโกรธเคือง
รถขับมาถึงโรงพยาบาลอย่างราบรื่น เพื่อรักษาความลับจึงใช้โรงพยาบาลเอกชนของฮั่วกรุ๊ป
หลังการจัดการของฮั่วเซียวหมิง แพทย์ภายในโรงพยาบาลพร้อมแล้วและตรวจวินิจฉัยผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทุกคนอย่างรวดเร็ว
“คุณหนูฉู่ปอดอักเสบ จำเป็นต้องพักฟื้น ไม่ต้องทำการผ่าตัด” แพทย์มองดูภาพแล้วเอ่ยกับฮั่วเซียวหมิง
เขาส่งเสียงตอบรับ ขณะที่หัวหว่านเดินตามหมอไปรับยาอย่างเชื่อฟัง
ภายในห้องพักผู้ป่วยเหลือเพียงแค่ฉู่ลั่วและฮั่วเซียวหมิง
สายตาชายหนุ่มผลุบลงต่ำเล็กน้อยและนั่งบนขอบเตียงผู้ป่วย เมื่อรู้สึกว่าฉู่ลั่วขยับตัว เขาจึงเงยหน้า “อยากได้อะไรหรือเปล่า?”
“น้ำ”
ฮั่วจิ่วลุกขึ้นรินน้ำอุ่นให้กับฉู่ลั่ว กระทั่งเธอดื่มน้ำเสร็จ เขาจึงรับแก้วน้ำมาและวางลงด้านข้าง ก่อนกลับไปนั่งเงียบ ๆ บนขอบเตียงอีกครั้ง
ฉู่ลั่ว “…”
เมื่อเห็นว่าฮั่วเซียวหมิงเปลี่ยนห้องพักผู้ป่วยให้เงียบเป็นป่าช้า เธอจึงเอ่ยเสียงแผ่วเบา “อาการบาดเจ็บของฉันเดี๋ยวก็หายเป็นปกติแล้ว ผู้บำเพ็ญไม่เหมือนกับคนทั่วไป ร่างกายแตกต่างจากคนธรรมดา”
ฮั่วเซียวหมิงเงยหน้าขึ้นมองเธอ มุมปากขยับเล็กน้อย ยิ้มเหมือนกับไม่ได้ยิ้ม “ปรมาจารย์ฉู่คงลืมไปแล้วใช่หรือเปล่า ว่าเมื่อเดือนก่อนท่านเกือบตายด้วยมีดสั้น”
ฉู่ลั่วขมวดคิ้ว “เรื่องนั้นเป็นอุบัติเหตุ”
“อุบัติเหตุครั้งหนึ่งเกือบคร่าชีวิตคุณ!”
ฉู่ลั่วเอ่ยเสียงเรียบ “…นี่มันชีวิตฉัน”
นัยน์ตาของฮั่วเซียวหมิงมืดมนลงทันใด
ความเงียบงันครอบงำจนกระทั่งพวกเขากลับไปยังโรงแรม
หัวหว่านหายใจไม่ทั่วท้องตลอดทาง กระทั่งเข้ามาภายในห้องพร้อมกับฉู่ลั่ว เธอพลันถอนหายใจอย่างหนักหน่วง “ฮั่วเซียวหมิงสมแล้วที่เป็นคุณชาย แรงกดดันนี่มัน…”
ฉู่ลั่วนั่งลงด้านข้างแล้วขัดสมาธิ ปรับลมหายใจ
“คุณหนูเองก็โกรธเหรอคะ?”
หัวหว่านมองออก ไม่ใช่เพียงแค่ฮั่วเซียวหมิงที่โกรธเคือง แม้แต่ฉู่ลั่วเองก็กำลังไม่สบอารมณ์เช่นกัน
มือทั้งสองข้างของฉู่ลั่วรวบรวมพลังวิญญาณโดยไม่เอ่ยอะไร
หัวหว่านนั่งลงด้านข้างพลางเก็บกระเป๋าสะพาย “คุณหนู คุณไม่รู้หรอกว่าคุณชายฮั่วร้อนใจมากขนาดไหน หลังจากเขาไปถึงก็จะบุกเข้าไปด้านใน แต่ถูกทหารสกัดไว้ก่อน”
“หลังจากนั้นด้วยความสัมพันธ์ของตระกูลฮั่วทำให้รู้ถึงแผนการของพวกคุณและรู้สึกเป็นกังวลมาก”
“เขาไม่ได้นอนมาสองคืนแล้วนะคะ”
แม้ว่าหัวหว่านจะเป็นห่วงฉู่ลั่ว แต่ก็ไม่สามารถต้านทานร่างกายได้ เธอเอนตัวลงและพักสายตาอยู่หลายชั่วโมง
ทุกครั้งที่เธอลืมตาขึ้น ก็จะเห็นฮั่วเซียวหมิงขมวดคิ้วและหันหน้าไปทางสะพานหิน
ราวกับจะมองให้ทะลุอย่างไรอย่างนั้น
“คุณหนู คุณฮั่วเป็นห่วงคุณมากจริง ๆ นะคะ”
“ฉันรู้ว่าคุณหนูยอดเยี่ยมมาก แม้ว่าจะเป็นกังวลแต่ยังคงเชื่อมั่นในตัวคุณหนู ทว่าคุณชายฮั่วนั้นแตกต่างออกไป…”
หัวหว่านครุ่นคิดและค้นพบวิธีการพูดอย่างหนึ่ง “คุณชายฮั่วเป็นห่วงคุณหนูในฐานะที่คุณหนูเป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง”
“แม้คุณหนูจะเก่งกาจขนาดไหน คุณชายฮั่วเองก็อดเป็นห่วงไม่ได้”
ฉู่ลั่วลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า บนร่างกายของเธอยังคงสวมชุดแต่งงานสกปรก
หัวหว่านเห็นเธอลืมตาขึ้นจึงหยิบเสื้อผ้าที่สะอาดสะอ้านออกมา “คุณหนู อยากอาบน้ำหรือเปล่าคะ? เปลี่ยนเสื้อผ้าไหมคะ?”
“อือ”
…
5802
นี่คือหมายเลขห้องของฮั่วเซียวหมิง
ฉู่ลั่วยืนอยู่ด้านหน้าห้องหมายเลขนี้ พลางยื่นมือออกไปเคาะประตูห้อง
ประตูเปิดออก
ร่างกายของฮั่วเซียวหมิงอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำอุ่น ยืนอยู่ด้านหลังประตู
เขาสวมเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวและผ้าขนหนูสีขาวพาดอยู่เหนือศีรษะ หยดน้ำบนเส้นผมสีดำขลับกลิ้งหล่นลงมาทีละหยด
บ้างก็กลิ้งลงมาบนชุดคลุมอาบน้ำ บ้างก็หยดลงมาจากปลายเส้นผมและกระทบบริเวณต้นคอ จากนั้นไหลลงไปด้านล่างหายเข้าไปภายในช่องว่างของชุดคลุมอาบน้ำที่เปิดอยู่เล็กน้อย
“เข้ามาสิ” เขาเบี่ยงตัวหลีกทางให้ ฉู่ลั่วลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนเดินเข้าไปด้านใน
เสียงปิดประตูดังขึ้นตามหลัง
ฮั่วเซียวหมิงเช็ดผมพลางเดินเข้ามาด้านใน “อยากดื่มอะไรไหม?”
“ไม่ต้องหรอก ฉันมาเพื่อขอโทษคุณ”
ฮั่วเซียวหมิงที่กำลังรินน้ำอยู่หยุดชะงัก เขาดึงผ้าขนหนูออก ผมสีดำขลับเปียกชื้นพลันปรกลงมาบริเวณหน้าผากบดบังการมองเห็นเล็กน้อย “ขอโทษเหรอ?”
“คุณเป็นห่วงฉัน ฉันไม่ควรพูดแบบนั้น”
ตั้งแต่เล็กจนโต หญิงสาวก็มักจะตัดสินใจเอง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ เธอก็รับผิดชอบตนเองทั้งนั้น
รวมถึงในชาตินี้ด้วย
ฉู่ลั่วไม่เข้าใจว่าทำไมฮั่วเซียวหมิงถึงโกรธ?
เห็นอยู่ว่าเธอไม่ได้เป็นอะไร อีกทั้งยังจับจักรพรรดิภูตผีซางหัวได้อีกด้วย
หากสอบปากคำซางหัวก็สามารถรู้วิธีการคลายอักขระเซียนได้แล้ว สิ่งนี้ก็เป็นประโยชน์สำหรับฮั่วเซียวหมิงเช่นกัน
ทว่าเขากลับแสดงท่าทีไม่พอใจมาก
ฉู่ลั่วไม่เข้าใจ
แต่ว่า…
หัวหว่านพูดถูก
ฮั่วเซียวหมิงเป็นห่วงขนาดนี้ เธอไม่ควรพูดจาเย็นชา ดังนั้นจึงมาเพื่อขอโทษ
ฮั่วเซียวหมิงถือแก้วน้ำเดินเข้ามาและวางแก้วไว้ด้านข้าง “รู้หรือเปล่าว่าทำไมผมถึงโกรธ?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “ฉันไม่รักชีวิต ไม่ถนอมร่างกายจนทำให้คุณเป็นห่วง”
ฮั่วเซียวหมิงตอบ “พูดถูกครึ่งหนึ่ง”