เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 352 องค์กรศักดิ์สิทธิ์
บทที่ 352 องค์กรศักดิ์สิทธิ์
ผู้นำเหล่าทัพกล่าวจบก็มองดูพวกเขา “แน่นอน รัฐบาลของพวกเราไม่คุ้นเคยกับเรื่องเหล่านี้เหมือนกับพวกคุณ ดังนั้นหวังว่าจะได้ร่วมมือกัน”
ชิงหยางหัวใจเต้นแรง เขาตื่นเต้นและกระสับกระส่ายเล็กน้อย
นี่เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลยอมรับและต้องการร่วมมือกับเหล่าคนในลัทธิเต๋า
ซู่เซี่ยงหยางที่อยู่ด้านข้างก็เอ่ย “จากการสืบสวนของพวกเราในช่วงสองวันนี้ อันที่จริงแล้วมีเหตุการณ์ที่ไม่สามารถยืนยันได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นทั่วทุกหนทุกแห่ง เพียงเพราะเจ้าหน้าที่รับผิดชอบไม่รู้ว่าเหตุการณ์นั้นเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ไม่ใช่หลักวิทยาศาสตร์ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะจัดการได้”
เช่นอุบัติเหตุทางแยกในคืนพระจันทร์เต็มดวง บ่อน้ำคร่าชีวิตคน โรงเรียนผีสิง…
เจ้าหน้าที่มักจะไม่มีหลักฐานมาจัดการเรื่องราวเหล่านี้เสมอ
“พวกเรายังตรวจสอบพบด้วยว่าช่วงตลอดยี่สิบปีมานี้ ไม่เพียงแต่จะมีเรื่องที่ไม่สามารถยึดหลักวิทยาศาสตร์มากขึ้น แม้แต่…” ซู่เซี่ยงเหลียงเงียบงันไปสองวินาที ราวกับว่าไม่เต็มใจพูดคำนี้อย่างไรอย่างนั้น “ภูตผีเองก็ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางหมู่มนุษย์เช่นกัน”
“เรื่องราวก่อนหน้านี้ล้วนได้รับการจัดการโดยคนของลัทธิเต๋า”
“แต่ด้วยความร่วมมือครั้งนี้ พวกเรารู้สึกได้ว่ารัฐบาลสามารถร่วมมือกับสำนักได้”
ความร่วมมือครั้งนี้ประสบความสำเร็จและราบรื่นเป็นอย่างมาก
นี่ก็เป็นเหตุผลที่ทางรัฐบาลตอบรับการจัดตั้งองค์กรจัดการเรื่องเหนือธรรมชาติได้อย่างรวดเร็ว
“สำหรับกฎระเบียบข้อบังคับบางอย่างขององค์กรนี้ พวกเราสามารถกำหนดขึ้นพร้อมกับทุกคนได้”
ซู่เซี่ยงหยางเอ่ยจบก็มองนักพรตชิงหยาง
ชิงหยางเองก็มองไปทางทุกคน สีหน้าของเหล่าผู้บำเพ็ญแตกต่างออกไป
ทุกวันนี้รัฐบาลต่างก็เชิดชูความเชื่อทางหลักวิทยาศาสตร์ไว้สูงมาก วัดเต๋ากลายเป็นแค่สถานที่ท่องเที่ยวเท่านั้น
แม้แต่ตระกูลเก่าแก่ที่ได้รับวิชาการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ เหล่าลูกหลานต่างก็ไม่ยินยอมร่ำเรียนวิชาคาถา อีกทั้งยังกล่าวว่าพวกเขานั้นงมงายกับความเชื่อล้าสมัย
ความแตกต่างนี้ทำให้หัวใจผู้บำเพ็ญนั้นรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก
แต่หากได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ทุกอย่างก็จะแตกต่างออกไป
พวกเขาจะได้รับความน่าเชื่อถือและไว้วางใจ
ชิงหยางคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ย “นี่เป็นเรื่องใหญ่ ผมไม่สามารถตัดสินใจคนเดียวได้ จำเป็นจะต้องเชิญให้สำนักทั้งหมดมาหารือกัน”
ยังมีเรื่องกฎระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ อีก สิ่งเหล่านี้ต้องได้ถูกกำหนดและบัญญัติให้เสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์
ผู้นำเหล่าทัพยิ้มและพยักหน้า “สมควรแล้ว พวกเราไม่เข้าใจกฎระเบียบของลัทธิเต๋าของพวกคุณ ทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามกฎระเบียบของลัทธิเต๋า แต่ว่า…”
เขายังคงยิ้ม แต่นัยน์ตากลับจริงจังและเคร่งขรึมเป็นอย่างมาก “หวังว่าทุกคนจะคำนึงถึงความยุติธรรมและเกียรติยศของประเทศชาติ รวมถึงความเป็นความตายของประชาชนเป็นอันดับแรก”
สิ่งเหล่านี้นั้นอยู่เหนือสิ่งอื่นใด
ชิงหยางพยักหน้า “แน่นอน แน่นอนอยู่แล้ว”
การประชุมเสร็จสิ้นลงอย่างราบรื่น
ซู่เซี่ยงหยางและผู้นำเหล่าทัพได้ส่งพวกเขากลับเป็นการส่วนตัว
เมื่อมองดูผู้บำเพ็ญเหล่านี้ขึ้นรถแล้ว ซู่เซี่ยงหยางเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา “ผู้นำเหล่าทัพ ผู้บำเพ็ญเหล่านี้แต่ละคนนั้นเย่อหยิ่งมาก พวกเขาจะตกลงไหมครับ?”
มือทั้งสองข้างของผู้นำเหล่าทัพไพล่หลัง แผ่นหลังยังคงตั้งตรงรักษาภาพลักษณ์ของทหารอยู่เสมอ “เซี่ยงหยาง นายดูแม่หนูที่ชื่อฉู่ลั่วคนนั้น?”
ซู่เซี่ยหยางจ้องมองไปและเห็นฉู่ลั่วอยู่ท่ามกลางผู้บำเพ็ญพลางพูดคุยกับพวกเขา แต่กลับไม่พบอะไรเป็นพิเศษ
“เธอมีอะไรผิดปกติงั้นเหรอครับ?”
นัยน์ตาของผู้นำเหล่าทัพปรากฏความล้ำลึก “มีเพียงแม่หนูคนนั้นที่สวมเสื้อผ้าธรรมดา หวีผมธรรมดาและสะพายกระเป๋าธรรมดา”
“มีเพียงเธอเท่านั้นที่ทำตัวเหมือนคนธรรมดาทั่วไป”
“นายเคยดูไลฟ์ของเธอหรือเปล่า?”
ซู่เซี่ยงหยางพยักหน้า “ตอนทำการวิเคราะห์นั้นเคยดูครับ”
“สำหรับเธอแล้ว ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ไม่ว่าสถานะจะสูงหรือจะต่ำ ไม่ว่าจะเลวหรือจะดี เธอก็จะดูดวงให้ตามปกติ”
“เซี่ยงหยาง ภายในหัวใจของแม่หนูคนนั้นไม่มีความแตกต่างระหว่างผู้บำเพ็ญและคนธรรมดาทั่วไป”
หัวใจของซู่เซี่ยงหยางครุ่นคิดคำพูดของผู้นำเหล่าทัพ พลางมองแผ่นหลังของพวกเขาอีกครั้ง
ผู้บำเพ็ญเหล่านั้นหากไม่สวมชุดลัทธิเต๋า เสื้อคลุมยาวก็จะสวมเครื่องประดับศีรษะ มือหากไม่ว่างเปล่าก็จะถืออุปกรณ์ของสำนัก
สีหน้าของแต่ละคนให้ความรู้สึกแปลกแยกเหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไป
และมีเพียงฉู่ลั่วเท่านั้นที่สวมเสื้อผ้าเรียบง่าย มัดผม และสะพายกระเป๋า
สาวน้อยเดินอยู่ท่ามกลางฝูงชนด้วยรูปลักษณ์นี้ ไม่มีใครคิดว่าเธอเป็นผู้บำเพ็ญเลย
ดูเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาที่ไม่สามารถธรรมดาไปมากกว่านี้ได้อีกแล้ว
ราวกับว่าซู่เซี่ยงหยางจะเข้าใจมากขึ้นเล็กน้อย
ผู้นำเหล่าทัพกล่าวต่อ “ไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่ต้องการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้บำเพ็ญ แต่ทว่าผู้บำเพ็ญนั้นไม่ยอมรับคนที่แตกต่าง พวกเขาต้องการสิทธิพิเศษมากมายที่คนธรรมดาทั่วไปไม่มี โดยเชื่อว่าตนเองมีสิทธิ์ที่จะได้รับ”
ซู่เซี่ยงหยางขมวดคิ้ว
สิทธิพิเศษ!
สิ่งนี้ไม่ควรมีอยู่
“แต่แม่หนูคนนี้กลับแตกต่างออกไป” ผู้นำเหล่าทัพยิ้ม “นายดูเถอะ ไม่ว่าเธอจะเป็นนักทำนายที่โด่งดังมากขนาดไหน เธอเองก็กล่าวว่าตนเองนั้นเพียงแค่เล่าเรื่องก็เท่านั้น”
“เธอรู้ถึงความพอดี รู้ถึงขอบเขตจำกัด รู้กฎระเบียบที่ตนเองควรปฏิบัติตาม”
“เธอเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำลายกำแพงกั้นระหว่างลัทธิเต๋ากับรัฐบาล”
บนรถนั้นชิงหยางเองก็พูดคุยเรื่องราวนี้กับคนของลัทธิเต๋าเช่นกัน
ชิงหยางถูบริเวณคิ้วพลางเอ่ย “ไม่ง่ายเลยที่ทางรัฐบาลจะเอ่ยปากและยินดียอมรับพวกเรา ถ้าหากพลาดโอกาสครั้งนี้ ครั้งหน้านั้นไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลาอีกกี่ปี”
“ไม่รู้ว่าครั้งหน้านั้นผู้บำเพ็ญจะต้องสูญเสียคนและวิชาไปมากมายเท่าไร”
ทุกคนต่างก็นิ่งเงียบ
เปียนเหลียงทอดถอนหายใจ “เรียกประชุมกันเถอะ!”