เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 391 ไปเดตกัน
บทที่ 391 ไปเดตกัน
นักศึกษาสาวสองคนรีบวิ่งไปที่เคาน์เตอร์ขายตั๋ว หลังจากเข้าไปแล้ว ก็ไม่ผิดจากที่คาดเอาไว้
ในโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่ มีผู้ชมไม่ถึงสิบคน
พวกเขาตรงไปนั่งอยู่ด้านหลังของพวกฉู่ลั่ว เพื่อนสาวสองคนจับมือกันด้วยความตื่นเต้น
พวกเขาพูดคุยกันด้วยเสียงเบามาก
“เห็นไหม? พี่ชายสุดหล่อถือถังพ็อปคอร์นล่ะ! แปลกไปหน่อย แต่ก็ชอบมากเลย!”
“ปิ่นปักผมของพี่คนสวยสวยมากเลย ทำจากวัสดุอะไรน่ะ?”
สาวสวยทั้งสองคนที่ตอนแรกตั้งใจมาดูคนรักกัน แต่หลังจากภาพยนตร์เริ่มฉาย เสียงพูดคุยกันก็เริ่มหายไป ความสนใจทั้งหมดตกอยู่ที่ภาพยนตร์ซึ่งกำลังฉาย
บางครั้งก็ส่งเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว บางครั้งเมื่อเห็นฉากสะเทือนอารมณ์ ก็สาปแช่งออกมา
“ทำไมถึงมีสัตว์เดรัจฉานแบบนี้อยู่นะ? ฆ่าเขาซะ!”
“ไอ้พวกสารเลว! เป็นผีแล้วก็ยังไม่ยอมปล่อยเธอไปอีก!”
“ทำไมบนโลกนี้ถึงมีไอ้สารเลวแบบนี้อยู่กันนะ! พ่อแม่ต้องเลวทรามกันมาแบบรุ่นสู่รุ่นแน่ ๆ ถึงได้คลอดไอ้สารเลวแบบนี้ออกมาได้!”
จนกระทั่งภาพยนตร์จบ นักศึกษาสาวทั้งสองคนก็ลืมไปแล้วว่าต้องดูหนุ่มหล่อสาวสวย
“ภาพยนตร์เรื่องนี้ดีขนาดนี้ ทำไมคำวิจารณ์ถึงได้แย่นักล่ะ?”
“บางทีกองถ่ายอาจจะไปล่วงเกินใครไว้ก็ได้ ไม่ได้ดูอะไรที่สยองขวัญขนาดนี้มานานแล้ว บทก็เยี่ยมมากเลย! อุตสาหกรรมหนังสยองขวัญของประเทศเรากำลังพัฒนาขึ้นใช่ไหม?”
หญิงสาวทั้งสองคนโพสต์ประสบการณ์และความรู้สึกจากการดูภาพยนตร์เรื่องนี้ลงในบัญชีโซเชียลของตนเอง
แต่สิ่งที่โด่งดังในโพสต์นี้กลับไม่ใช่เพราะหนังผี แต่เป็นเพราะรูปหนุ่มหล่อสาวสวยที่พวกเธอถ่ายไว้ได้
มีคนที่ดูออกทันทีว่าผู้หญิงคนนั้นคือเมฆใสเฝ้ามองตะวัน สตรีมเมอร์ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้
แต่ตอนนี้ฉู่ลั่วกับฮั่วเซียวหมิงได้ออกจากโรงภาพยนตร์ไปแล้ว
“หนังเป็นยังไงบ้างครับ?”
ฉู่ลั่วตอบ “ดีมากค่ะ”
เธอชะงักไปเล็กน้อย “เป็นครั้งแรกที่ฉันได้มาดูหนัง ก็เลยวิจารณ์อะไรไม่ได้มากนัก แค่รู้สึกว่าเนื้อเรื่องสนุกมาก แม้ว่ามนต์คาถาบางอย่างจะผิดไปบ้าง แต่ก็ไม่ใช่จุดบอดที่ใหญ่โตอะไร”
เธอคิดว่าฮั่วเซียวหมิงพาเธอมาดูภาพยนตร์ เพราะอยากให้แสดงความคิดเห็นว่าภาพยนตร์ที่ตระกูลฮั่วให้ทุนสนับสนุนมีคุณภาพเป็นอย่างไรบ้าง
ฮั่วเซียวหมิงกำพวงมาลัยแน่นขึ้นเล็กน้อย วินาทีต่อมาก็คลายออก “ตี้จิงมีร้านอาหารร้านหนึ่งรสชาติใช้ได้เลย ผมจองเอาไว้แล้ว ทานเสร็จค่อยไปส่งคุณดีไหม?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
ร้านอาหารที่ฮั่วเซียวหมิงพาไปเป็นร้านที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งในเมืองตี้จิง คุณภาพร้านอยู่ในระดับสูง
หลังจากทานข้าวเสร็จแล้ว ฮั่วเซียวหมิงก็ขับรถพาฉู่ลั่วไปส่งที่บ้านเดี่ยวแถบชานเมือง
บ้านวิลล่าหลังนี้ เป็นบ้านที่ฉู่ลั่วซื้อหลังจากมาที่ตี้จิง พื้นที่ของบ้านมีขนาดใหญ่กว่าบ้านที่เมืองเจียง
เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์จีนร่วมสมัย ภายในวิลล่ามีสะพานเล็ก ๆ มีน้ำไหล มีสวนหินและภูเขาจำลอง ราวกับบ้านในบทกวี
บ้านหลังนี้เป็นของตะกูลฮั่ว หลังจากฉู่ลั่วมาที่ตี้จิง ฮั่วเซียวหมิงก็เอาอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ภายใต้ชื่อของตนเอง มาให้ฉู่ลั่วเลือก
เพื่อซื้อยอดเขาลูกนี้ ฉู่ลั่วใช้เงินเก็บเกือบทั้งหมดของตัวเองมาจ่าย
เธอลงจากรถ กำลังจะบอกลาฮั่วเซียวหมิง แต่ก็เห็นเขาเดินไปท้ายรถ และหยิบช่อดอกไม้ออกมา
จะบอกว่าเป็นช่อดอกไม้ก็ไม่ถูกต้องนัก ในนั้นไม่ใช่ดอกไม้สดแต่เป็นเหรียญทองแดง
เป็นการนำเหรียญทองแดงมาทำเป็นช่อดอกไม้ ด้านนอกห่อด้วยกระดาษห่อดอกไม้สีดำ ตรงกลางมีริบบิ้นสีแดงผูกเป็นโบว์ขนาดใหญ่
ฮั่วเซียวหมิงกอดช่อดอกไม้เหรียญทองแดงเอาไว้ ก่อนจะวางลงในอ้อมแขนของฉู่ลั่ว “ไม่รู้ว่าจะให้อะไรคุณดี ให้ดอกไม้จริง ก็กลัวคุณจะคิดว่าผมทำลายสิ่งมีชีวิต”
สาว ๆ ต่างก็ชอบดอกไม้ สาวที่บำเพ็ญพลังวิญญาณในหัวจะคิดอะไรอยู่ ฮั่วเซียวหมิงคาดเดาไม่ถูกเลยจริง ๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงคนนั้นคือฉู่ลั่ว เขายิ่งไม่อยากให้เธอรู้สึกไม่พอใจเลยแม้แต่นิดเดียว
ฉู่ลั่วรับช่อเหรียญทองแดงมา ก้มมองเล็กน้อย ก่อนจะมองฮั่วเซียวหมิงอีกครั้ง “ขอบคุณค่ะ”
ภายใต้แสงจันทร์ และไฟสีเหลืองนวลที่ติดอยู่บนกำแพงตรงประตูทางเข้าบ้าน
มันส่องสว่างไปทั่วทุกสารทิศ ทำให้บรรยากาศรอบตัวอ่อนโยนและเป็นใจหลายเท่า
ฮั่วเซียวหมิงก้มหน้าลงเล็กน้อย มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋า น้ำเสียงติดเย็นชาเล็กน้อย เอ่ยถามอย่างประหม่าว่า “ชอบไหม?”
“ชอบ”
ฮั่วเซียวหมิงเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ริมฝีปากของเขาเม้มเป็นเส้นตรง แววตาของเขาอ่อนโยนเหมือนกับแสงไฟที่อยู่รอบ ๆ
“ชอบก็ดีแล้ว กลับเข้าบ้านไปเถอะ”
ฉู่ลั่วกอดช่อดอกไม้เดินเข้าบ้านไป ทันทีที่เธอเดินเข้ามาในห้องโถงใหญ่
เฉิงยวนก็ออกมาจากมุมห้อง “ว้าว! ไปเดตมาเหรอ!”