เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 457 มีใครหยิบอะไรมาอีกไหม
บทที่ 457 มีใครหยิบอะไรมาอีกไหม
หางเจียซิ่นแอบกัดฟัน
เขาคาดเดาความเป็นไปได้มาหลายทาง แต่คิดไม่ถึงว่าฉู่หร่านจะเอาชื่อพวกเขาไปผูกต้นไม้แปลก ๆ
เขาพยายามหลบทุกทาง แต่ก็หนีไม่พ้น!
โชคชะตาเล่นตลกอะไรกันเนี่ย?
เหยียนอันอี้เบิกตากว้าง “เสี่ยวหร่าน ปรมาจารย์จี้ไจ่บอกแล้วไม่ใช่เหรอ? ว่าพวกเราห้ามแตะต้องอะไรที่นี่เด็ดขาด”
ฉู่หร่านทำหน้าไม่เข้าใจ “ฉันไม่ได้แตะต้องอะไรนะคะ”
ว่าแล้วก็หันไปอีกทาง “ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ริบบิ้นอันนี้แน่นอน ไม่ใช่ฉันคนเดียวที่ผูกมันนะคะ ก่อนหน้านี้ก็มีคนอื่นผูกเอาไว้”
เธอชี้ริบบิ้นเส้นอื่น
แน่นอนว่า นอกจากริบบิ้นที่เธอผูกเอาไว้ใหม่ ก็ยังมีริบบิ้นเส้นอื่น ๆ ของคนที่มาล่าท้าผีผูกอยู่ด้วย
ฉู่ลั่วกับจี้ไจ่เดินเข้าไปสำรวจ ก่อนสีหน้าของทั้งสองคนเคร่งขรึมขึ้น
เมื่อฉู่หร่านเห็นแบบนี้ “ฉันก็แค่อยากขอพรให้ทุกคนเท่านั้นเอง ถ้าพวกคุณไม่ชอบ ถ้าอย่างนั้นฉันแกะออกก็ได้”
เธอยืนบนก้อนหิน และเริ่มแกะริบบิ้นออก
ฉู่หร่านแกะริบบิ้นออกทีละเส้นด้วยท่าทางดื้อดึง
ฝางไคจี้มองเย่อวิ๋นชูด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะเดินเข้าไป และเริ่มแกะริบบิ้นออก
“ของฉันไม่ต้องแกะ ฉันเชื่อว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ริบบิ้น” ฝางไคจี้เหลือบมองฉู่หร่าน ก่อนจะหันไปหาฉู่จิง
ฉู่จิงเม้มปากไม่พูดอะไร แต่สายตาของเขามองไปที่ฉู่ลั่ว เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่แสดงสีหน้าอะไร จึงออกปากว่า “ของฉันก็ไม่ต้องแกะ”
ฝางไคจี้พอใจแล้ว เขาแกะริบบิ้นเส้นอื่นลงมา ก่อนจะส่งให้พวกเขา “หร่านหร่านหวังดีจริง ๆ นะครับ”
เย่อวิ๋นชู “…”
หางเจียซิ่น “…”
เหยียนอันอี้ “…”
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าตอนนี้ชาวเน็ตกำลังด่าทอกันยกใหญ่
ฉู่ลั่วรับริบบิ้นของตนเองมาเช่นกัน เธอตรวจสอบเล็กน้อย และพบว่าริบบิ้นไม่ได้มีปัญหาอะไร จึงเก็บมันเอาไว้
จี้ไจ่ก็ตรวจดูเช่นกัน เขาพูดว่า “ริบบิ้นไม่มีปัญหาอะไร แต่ยังต้องเก็บเอาไว้ก่อน อย่างไรที่นี่ก็เป็นสถานที่ของหยิน ทุกสิ่งทุกอย่างไม่สามารถมองในมุมมองปกติได้”
คนอื่น ๆ จึงพากันเก็บริบบิ้นเอาไว้
ฉู่ลั่วปรายตามองต้นไม้ใหญ่ “ไปต่อกันเถอะ”
พวกเขาเดินตามเส้นทางของฉู่หร่านกับฝางไคจี้ต่อไป
ทั้งสองคนเดินไปพลาง พูดคุยเรื่องเมื่อเย็นวานนี้ไปพลาง
ฝางไคจี้หัวเราะ “หร่านหร่าน เธอยังจำเรื่องที่พวกเราคุยกันเมื่อวานนี้ได้ด้วย”
ฉู่หร่านยิ้มน่ารัก “แน่นอนสิคะ”
เย่อวิ๋นชูเลี่ยงสายตาออกมาจากกล้องของทุกคน เธออดกลอกตาไม่ได้ ก่อนจะกลับเข้ามาในกล้องอีกครั้ง พร้อมรอยยิ้มเป็นมิตร
พวกเขาเดินผ่านสถานที่ที่มีโต๊ะเก้าอี้ที่ผุพังเพราะโดนลมโดนฝนมานาน แค่แตะเบา ๆ ก็พังลงกับพื้นได้แล้ว
ฝางไคจี้พูดด้วยความดีใจ “ฉันเห็นว่าสถาปัตยกรรมที่นี่เหมือนกับโรงเรียนเอกชนในสมัยก่อน ก็เลยเข้าไปดู คิดไม่ถึงเลยว่า จะยังมีพู่กันที่สภาพสมบูรณ์ขนาดนี้อยู่ด้วย”
ว่าแล้วก็หยิบเอาพู่กันด้ามหนึ่งออกมาจากกระเป๋าสะพายหลัง
ด้ามพู่กันทำจากงาช้าง ปลายขอเรียบลื่น มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นพู่กันที่ทำขึ้นมาอย่างดี
ฝางไคจี้หยิบพู่กันออกมา “ฉันคิดดีแล้วล่ะ หลังจากออกไปได้ฉันจะเอาให้ผู้เชี่ยวชาญดู หากเป็นวัตถุโบราณที่มีคุณค่าให้สะสม ฉันจะบริจาคให้พิพิธภัณฑ์”
เขาพูดจบ ก็มีท่าทางภาคภูมิใจ
สมัยนี้ผู้ชมมีความคาดหวังในตัวศิลปินสูงมาก ไม่เพียงแต่อยากให้ศิลปินมีทักษะการแสดง แต่ยังคาดหวังให้ศิลปินมีความประพฤติที่ดีด้วย
ข้อบกพร่องเล็กน้อยของศิลปิน หลังจากได้รับการขยายให้ใหญ่ขึ้นโดยผู้ชมและชาวเน็ต ก็อาจจะส่งผลต่อเส้นทางการแสดงเป็นอย่างมาก
แม้ว่าฝางไคจี้จะเข้าร่วมรายการเรียลลิตีน้อยมาก แต่เขาก็อยู่ในวงการบันเทิงมาหลายปี ย่อมต้องรู้ว่าทำอย่างไรถึงจะเอาชนะใจผู้ชมได้
การเห็นคุณค่าของวัตถุทางวัฒนธรรม สามารถทำให้ผู้ชมพอใจได้เป็นจำนวนมาก
แต่หลังจากเขาหยิบพู่กันออกมา ก็เห็นว่ามีบางคนสีหน้าเปลี่ยนไป
ฉู่ลั่วมองจี้ไจ่
เขาแสดงสีหน้าออกมาเล็กน้อย น้ำเสียงค่อนข้างที่จะเหนื่อยใจ “ผมเคยบอกพวกคุณแล้ว ว่าอย่าแตะต้องอะไรที่นี่ตามใจ”
อิ๋งเซียงมีพลังหยินเข้มข้นมาก ตอนที่พวกเขามาถึงก็รับรู้ได้แล้ว
ที่นี่พลังหยินแข็งแกร่งกว่าที่โรงเรียนอย่างเห็นได้ชัด
ทันทีที่พวกเขามาถึง เขาก็เตือนทีมงานกับแขกรับเชิญทุกคน บอกให้พวกเขาอย่าแตะต้องของอะไรก็ตามในนี้เป็นอันขาด
เขาเคยกำชับแล้วกำชับอีก ว่าของสิ่งไหนก็ห้าม
แต่ว่า…
ฉู่หร่านผูกริบบิ้น ฝางไคจี้หยิบพู่กันมา
จี้ไจ่สูดลมหายใจเข้าลึก “ไม่ต้องตามรอยเส้นทางของพวกเขาแล้ว พูดมาตามตรงเลยว่าพวกคุณทำอะไรในนี้บ้าง หยิบอะไรมา แล้วยังเจอสถานการณ์พิเศษอะไรอีกไหม?”
ที่จริงเขาไม่อยากฟังเรื่องไร้สาระของฉู่หร่านกับฝางไคจี้ซ้ำไปซ้ำมาอีกแล้ว
ฝางไคจี้สีหน้าไม่ดีเอามาก ๆ
เขาได้รับความนิยมในวงการบันเทิง มีผลงาน มีหน้าตา และมีแฟนคลับมากมาย หลายปีมานี้เขาไม่เคยถูกใครชักสีหน้าใส่มาก่อน
เจ้าจี้ไจ่คนนี้…
“ไม่มีแล้ว! พวกเราเดินตรงไปข้างหน้า แล้วก็กลับไปที่พัก”
แน่นอนว่า แค่เงยหน้าพวกเขาก็เห็นอาคารที่พักแล้ว
“แล้วก็มีซองแดงที่ฉู่หร่านหยิบมาอีก” จี้ไจ่เอ่ย
ทุกคน “…”
กระทั่งฉู่จิงก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ