เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 479 แผนการสั่งสอน
บทที่ 479 แผนการสั่งสอน
วินาทีที่ต้นไม้เซียนสูญสิ้นพลัง ภาพลวงตาพลันหายไป
ฉู่ลั่วมองดูต้นไม้เซียนที่เหี่ยวเฉาพลางถอนหายใจอย่างเงียบงัน ภาพลวงตานั้นเกิดจากต้นไม้เซียนจริง ๆ แต่ถึงกระนั้น พลังวิญญาณของเธอก็ยังไม่ฟื้นคืน
พูดได้ว่าค่ายกลยังไม่ถูกทำลาย
เธอหันหลังเดินจากไป แต่หลังจากเดินไปเพียงสองสามก้าว พลังหยินอันแข็งแกร่งปรากฏขึ้นด้านหลังอย่างกะทันหัน
ฉู่ลั่วหันหน้ากลับมาทันใด
“ฮะ ๆๆ ผู้บำเพ็ญ… นี่มันผู้บำเพ็ญ”
เมื่อฉู่ลั่วเห็นวิญญาณชั่วร้ายคอหัก มือและเท้าหักเป็นท่อน ๆ หัวใจพลันกระชับแน่น
กงป๋อชี!
นี่คือวิญญาณของกงป๋อชี!
เขากลายเป็นผีร้าย… ผีร้ายผู้บำเพ็ญที่ทรงพลานุภาพยิ่งกว่าผีร้ายธรรมดาทั่วไป
“ผู้บำเพ็ญ! ฮี่ ๆ นี่มันผู้บำเพ็ญนี่”
กงป๋อชียังคงพูดประโยคนี้ซ้ำ ๆ
พลังหยินอันแข็งแกร่งพุ่งเข้าหาฉู่ลั่ว แต่เจ้านิกายหญิงเบี่ยงตัวหลบด้วยความว่องไว
แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไร ที่กระดูกบิดเบี้ยวปรากฏขึ้นจากพื้นดินและคว้าข้อเท้าของเธอไว้
กงป๋อชีรวบรวมพลังหยินอันแข็งแกร่ง จากนั้นพุ่งเข้าหาเธอ
…
“ภาพลวงตาหายไปแล้ว” เย่อวิ๋นชูลุกขึ้นยืนทันใดและมองดูสภาพแวดล้อมโดยรอบกลับคืนสู่สภาพเดิมเหมือนตอนพวกเขาเดินเข้ามา
หางเจียซิ่นเองก็รู้สึกมีความสุขมาก “จะต้องเป็นพี่ลั่วอย่างแน่นอน พี่ลั่วทำลายค่ายกลได้แล้ว วู้ฮู่ว”
พวกเขาดีใจกันยกใหญ่
จี้ไจ่เองก็ทอดถอนหายใจ “พวกเราไปหาฉู่ลั่วกันเถอะ”
เหยียนอันอี้เองก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน “ค่ะ!”
ฉู่จิงมองดูบริเวณโดยรอบ แต่ไม่เห็นฉู่หร่านกับฝางไคจี้ จากนั้นถอนหายใจแผ่วเบา “ผมจะไปหาทั้งคู่ พวกคุณรอหน่อย”
เขาเดินไปห้องขนาดเล็กที่อยู่ด้านข้าง เห็นฝางไคจี้กำลังปลอบฉู่หร่านอยู่
พวกเขาทั้งสองคนเห็นภาพลวงตาหายไปแล้ว ความกังวลภายในใจเองก็หายไปด้วย
ฉู่หร่านยิ้มบาง “ลั่วลั่วเก่งกาจจริง ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ภาพลวงตาก็คงไม่หายไป”
ฝางไคจี้เอ่ยปลอบโยน “นี่มันงานของเธอ ถ้าไม่เก่ง ก็คงบกพร่องต่อหน้าที่”
“ถ้าให้เปรียบเทียบทักษะการแสดงของหร่านหร่านกับฉู่ลั่วสิ คาดว่าฉู่ลั่วคงถูกทำให้กลายเป็นตัวตลกในทันที”
ฉู่หร่านขบขัน เธอปิดปากและชำเลืองมองฝางไคจี้
“ยังไงก็ตาม ลั่วลั่วเก่งกาจมากจริง ๆ นะคะ”
ฝางไคจี้ยิ้มจนปากแห้งเพราะรอยยิ้มละไมของฉู่หร่าน เขาพูดโดยไม่รู้ตัว “ไม่ใช่ว่าเธอเก่งหรอก เธอแค่บ้าเกินไปหน่อย”
“เธอเป็นแค่คนที่ทางรายการเชิญให้มาปกป้องพวกเรา แต่กลับแสดงท่าทีเหมือนว่าพวกเราจะต้องเชื่อฟัง”
“เธอไม่เข้าใจสถานะของตัวเอง!”
ฝางไคจี้หัวเราะเยาะ “หร่านหร่าน เธอวางใจได้ เมื่อฉันกลับไป ฉันจะจัดการมอบความสนุกเล็กน้อยให้กับฉู่ลั่วเอง”
ฉู่หร่านผงะ พลางมองเขาด้วยท่าทีประหลาดใจ “พี่ไคจี้ พี่จะทำอะไรงั้นเหรอ?”
ฝางไคจี้ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “ก่อนหน้าที่จะเข้าร่วมรายการนี้ ฉันได้เสิร์ชหาข้อมูลเรื่องลัทธิเต๋าบนอินเทอร์เน็ต”
“พอฉู่ลั่วขอให้พวกเราออกมา ฉันก็หยดเลือดของตัวเองไว้ภายในแท่นบูชา”
“ถ้าหากว่าใช้ได้ผล ก็จะมอบบทเรียนเล็กน้อยให้กับฉู่ลั่วได้ แต่ถ้าไม่ได้ผลก็ช่างมัน!”
ปึง!
เมื่อคำพูดอันน่าภาคภูมิใจของเขาจบลง ประตูพลันถูกเปิดออกจากด้านนอก
ฉู่จิงยืนอยู่ด้านหน้าประตูด้วยสีหน้าโกรธเคือง สายตาเย็นยะเยือกมองมาทางเพื่อนสนิท
ฝางไคจี้มองกลับมาด้วยสีหน้าน่าเกลียดเป็นอย่างมาก “ฉู่จิง นายจะทำอะไร?”
ฉู่จิงพุ่งเข้ามาและคว้าคอเสื้อของฝางไคจี้ “แกเข้าไปยุ่งกับแท่นบูชา”
“ก็แค่หยอกเล่นเท่านั้น นายจะกังวลอะไรขนาดนั้น แม้ว่าจะมีปัญหาจริง ๆ แต่ฉู่ลั่วเก่งจะตาย เธอจัดการปัญหาได้อยู่แล้ว”
เปรี้ยง!
ฉู่จิงกำหมัดต่อยฝางไคจี้อย่างแรง “ฉันเคยพูดไปแล้ว ไม่ว่าฉู่ลั่วจะเป็นยังไง แต่ก็เป็นคนของตระกูลฉู่ คนนอกอย่างแกไม่มีสิทธิ์รังแก”
เขาปล่อยฝางไคจี้และหันไปมองน้องสาวตัวปลอม
ฉู่หร่านส่ายหน้า “พี่รอง… หนูไม่รู้ หนูไม่รู้จริง ๆ ว่าฝางไคจี้เข้าไปยุ่งกับแท่นบูชา”
ฉู่จิงเดินมาด้านหน้าของเธอพลางเหยียดมือออกมา “ส่งหยกแดงมาให้พี่”
ฉู่หร่านผงะ “พี่รองคะ…”
เขากดเสียงต่ำ “ส่งมันมา”
“แต่… นี่เป็นของที่คุณแม่ไปขอมาให้หนู”
“ฉู่ลั่วไม่มีพลังวิญญาณ หยกแดงสามารถช่วยเธอได้”
“แต่หนูกลัว!” ฉู่หร่านจ้องมองกลับมาด้วยขอบตาแดงก่ำ
ฉู่จิงพลันผงะ ภายในใจรู้สึกหมดความอดทน แต่ความรู้สึกนั้นก็ถูกระงับไว้อย่างรวดเร็ว “พี่รู้ แต่ว่าฉู่ลั่วยังอยู่ที่แท่นบูชาเพื่อคอยช่วยพวกเรา พวกเราเมินเธอไม่ได้”
“หร่านหร่าน พี่รู้ว่าเธอจิตใจดี รู้ว่าเรื่องที่ฝางไคจี้ทำนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับเธอ”
“แต่ฉู่ลั่วเองก็เป็นคนตระกูลฉู่และเป็นน้องสาวของเธอ เป็นลูกสาวของพ่อกับแม่…” เขาหยุดชะงักชั่วขณะ “เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของพี่ด้วย”
สีหน้าของฉู่หร่านเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ก่อนจะพยักหน้า “พี่รอง หนูเข้าใจแล้ว”
เธอถอดหยกแดงแล้วมอบให้เขา