เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 509 คุณตายื่นคำขาด
บทที่ 509 คุณตายื่นคำขาด
“พ่อแม่ พวกคุณ…” เสี่ยวเอ๋อร์ยิ้มอย่างร้อนตัว “วันเกิดจะเริ่มแล้วเหรอคะ? หนูกำลังจะลงไปแล้วค่ะ”
หญิงสาวลุกขึ้นยืนจะเดินออกไปข้างนอก แต่เมื่อถึงหน้าประตู พ่อแม่กลับไม่ยอมหลีกทางให้
“พ่อคะ แม่คะ?” เธอร้องเรียกอย่างไม่สบายใจ
“เพื่อผู้ชายคนเดียว แม้แต่การเรียนแกก็ไม่เอา มีโอกาสได้รางวัลที่หาไม่ได้ง่าย ๆ บอกไม่เอาก็ไม่เอาได้เหรอ”
“เพื่อผู้ชายคนเดียว แกไม่สนใจหน้าที่การงานของตัวเอง วัน ๆ อยู่แต่ในบ้าน เอาแต่สงสัยว่าเขารักแกหรือเปล่า?”
“ฉันให้แกรับช่วงต่อกิจการของครอบครัว แกบอกว่าตัวเองไม่มีความสามารถ เลยส่งต่อให้เจิ้งเซียนดูแล”
คุณตาของเจียวเจียวโกรธจนสีหน้าดูไม่ได้ “ตอนนี้ เพื่อผู้ชายคนเดียว แม้แต่พ่อแม้ของตัวเองก็ไม่สนใจ แม้แต่เจียวเจียวก็ไม่สนใจแล้วใช่ไหม?”
เขาชี้ไปที่เจียวเจียว “เจียวเจียวเป็นลูกสาวของพวกแก เป็นลูกเพียงคนเดียว”
“เธอไม่ใช่เครื่องมือเอาไว้จดจำรักแรก!”
“และไม่ใช่เครื่องมือพิสูจน์การทุ่มเทในความรักของแก”
เจิ้งเซียนรีบพูด “คุณพ่อ ผมไม่ได้หมายความแบบนั้นครับ ผมแค่คิดว่าชื่อเจียวเจียวเพราะดีก็เท่านั้น ผมไม่คิดเลยว่า…”
“แกหุบปากไป!”
เจิ้งเซียน “…”
คุณตาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ “แกไม่ได้รักลูกสาวของฉันไม่ใช่เหรอ? ได้! ต่อไปของในบ้านของพวกเรา แกไม่ต้องมายุ่งแล้ว”
“พ่อคะ!” เสี่ยวเอ๋อร์ร้อนใจ “หนูไม่หย่ากับเจิ้งเซียนนะคะ หนูรักเจิ้งเซียน พ่อกับแม่ก็รู้ดี ทำไมพ่อกับแม่ต้องบังคับหนูด้วย? ตอนนี้หนูเจ็บปวดมากพอแล้ว ทำไมพ่อกับแม่ยังทำแบบนี้กับหนูอีก!”
แค่เจิ้งเซียนไม่รักเธอก็แย่แล้ว
ทำไมพ่อกับแม่ถึงต้องบังคับให้เธอเลิกกับเขาด้วย?
คุณตาเดินตรงเข้าไปคว้าโทรศัพท์มือถือมา “แกวางใจได้ พวกเราไม่บังคับแก”
“จริงเหรอคะ?” เสี่ยวเอ๋อร์ไม่สังเกตเลยว่าท่าทางของพ่อตนเองมีอะไรแปลกไป
คุณตาไม่ได้สนใจอยู่แล้ว เขาถือโทรศัพท์มือถือเอาไว้ และพาคุณยายกับเจียวเจียวมาที่ห้องรับแขก
เขามองโทรศัพท์มือถือ พร้อมกับข่มความโกรธและความเสียใจบนใบหน้าไว้ พยายามใช้น้ำเสียงสงบคุยกับกล้อง “ขอโทษนะครับ! ให้ทุกคนเห็นเรื่องน่าขำแล้ว เพราะพวกเราไม่สั่งสอนลูกสาวให้ดีเอง ถึงทำให้เธอ…”
“ขอโทษนะครับ”
เขาเอื้อมมือจะกดตัดการเชื่อมต่อ
ฉู่ลั่วจึงถามว่า “คุณจะเลี้ยงเจียวเจียวเอาไว้เองหรือเปล่าคะ?”
คุณตาพยักหน้า “พวกเขาเป็นพ่อแม่ที่ใช้ลูกเป็นเครื่องมือ เลี้ยงลูกให้ดีไม่ได้หรอกครับ มีแต่พวกเราสองตายายเท่านั้นแหละที่จะเลี้ยงได้”
“พ่อคะ พ่อพูดอะไร!” เสี่ยวเอ๋อร์ตกใจ
เจิ้งเซียนก็รีบออกความเห็น “คุณพ่อครับ พวกเราผิดไปแล้ว ต่อไปพวกเราจะเลี้ยงเจียวเจียวให้ดี พวกเราเป็นพ่อแม่แท้ ๆ ของเธอ เด็กต้องอยู่กับพ่อแม่สิครับ ถึงจะโตมาอย่างมีความสุข!”
คุณตาเงียบไปแล้ว
แน่นอน…
ครอบครัวที่มีความสุขพร้อมหน้าพร้อมตา เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับเด็ก
เจิ้งเซียนเห็นพ่อภรรยาส่ายหน้า ก็พูดอีกว่า “ครั้งนี้พวกเรารู้แล้วจริง ๆ ครับว่าพวกเราผิด ต่อไป…”
เสียงของฉู่ลั่วพึมพำดังแทรกขึ้นมา “คุณมีดาวสือซางรุ่งเรืองจนกลบรัศมีดาวกวานซา ตามดวงชะตาของผู้ชาย ดาวกวานซาแสดงถึงบุตรธิดา หลักยามเวลาตกตรง ‘ที่อยู่อาศัย’ …หากภายใน ‘บ้าน’ ยับยั้งดาวกวานซาละก็…”
เธอคำนวณก่อนอธิบายให้ฟังเข้าใจง่ายมากขึ้น “บุตรธิดาย่อมไม่สามารถอยู่ในบ้านได้ เมื่อไหร่ที่กลับบ้านก็จะถูกควบคุม ดาวสือซางทำให้คุณมีชีวิตราบเรียบ แต่หากรุ่งเรืองเกินไปย่อมเป็นการยับยั้งลูกของตน”
เจิ้งเซียน “…”
สีหน้าคุณตาเปลี่ยนไป
ลมหายใจของเจิ้งเซียนสะดุด เขาขมวดคิ้ว ครุ่นคิดอยู่สักพักหนึ่ง ก่อนจะมองไปที่เสี่ยวเอ๋อร์
เสี่ยวเอ๋อร์เข้าใจความหมายของเขาทันที “พ่อคะ หนูเป็นแม่ของเจียวเจียว ขอแค่เจียวเจียวเปลี่ยนชื่อ หนูต้องกลับไปรักเธอเหมือนเมื่อก่อนแน่นอนค่ะ!”
เธอเกลียดลูกสาวของตัวเอง เพราะชื่อเท่านั้น
เมื่อก่อนเธอเคยคิดจะเปลี่ยนชื่อให้ลูก แต่กลัวสามีจะโกรธ จึงไม่เคยพูดเรื่องนี้
คุณตาของเจียวเจียวมองไปที่เธอ
หลานสาวต้องการความรักจากผู้เป็นแม่มาตลอด หากแม่สามารถรักเธอได้เหมือนเมื่อก่อน…
เขาก็อาจจะสามารถสั่งสอนลูกสาวได้ บอกให้ลูกสาวอย่าเอาใจไปผูกเอาไว้กับผู้ชาย
ให้ลูกสาวรับช่วงต่อบริษัท ให้เธอเอาใจไปคิดถึงหน้าที่การงาน
ไม่รอให้เขาคิดจบ เสียงของฉู่ลั่วก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง