เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 528 อดีตของตระกูลเฉิน
บทที่ 528 อดีตของตระกูลเฉิน
เฉียวโจวพูดอย่างลังเล “ถ้าอย่างนั้น พวกเราปิดไลฟ์ก่อนไหมครับ?”
เฉินอันอี้ก็คิดแบบนี้เช่นกัน
“ทำไมล่ะคะ?” เสียงหวานเอ่ยขึ้นมา ฉู่หร่านเอ่ยถามด้วยใบหน้าไร้เดียงสา “พ่อของคุณเฉินมาแล้ว เราก็จะได้ถามเขาพอดีไงคะ ว่าคำตอบของลั่วลั่วถูกหรือเปล่า?”
ฝางไคจี้ก็พูดขึ้นมาเช่นกัน “ปรมาจารย์ฉู่ยืนกรานว่าคำตอบของตัวเองถูก เราถามหน่อยก็ดีนะ”
แม้ว่าเฉินอันอี้จะไม่อยากถูกสั่งสอนต่อหน้ากล้อง แต่เมื่อนึกได้ว่าสามารถทำให้ฉู่ลั่วอับอายได้ เขาก็กัดฟันพูดออกมา “ผู้กำกับเฉียวครับ ไลฟ์ต่อเถอะครับ!”
ว่าแล้วก็มองไปทางฉู่ลั่ว “ปรมาจารย์ฉู่ ว่าต่อเลย”
เขาก็อยากจะดูว่าฉู่ลั่วจะพูดอะไรออกมา!
ฉู่ลั่วไม่ได้คัดค้านอะไร แต่จ้องที่เฉินอันอี้สักพักหนึ่ง จากนั้นก็ล้วงเอาเหรียญทองแดงออกมาสามเหรียญวางไว้บนโต๊ะ
“บอกวันเดือนปีเกิดของคุณได้ไหมคะ?”
เฉินอันอี้ชี้ตัวเอง เธอก็พยักหน้ายืนยัน
เฉินอันอี้ขมวดคิ้ว “ถามทำไม?”
“เพื่อการพยากรณ์ค่ะ”
เฉินอันอี้บอกวันเดือนปีเกิดของตัวเองไปอย่างไม่สนใจ ฉู่ลั่วคำนวณไปสามครั้ง หลังจากนั้นเธอก็มีท่าทีเคร่งขรึม
“คุณเกิดในดวงสามหยาง กล่าวคือ ชะตาเกิดอยู่ในไม้ ไฟ ทอง มีพลังแข็งแกร่งมาก คนที่มีหยางและธาตุทั้งห้าปรากฏขึ้นมาจะถูกเรียกว่าสามหยาง”
“คนที่เป็นพวกสามหยางจะใช้ชีวิตด้วยความจดจ่อในความยุติธรรมและความเท่าเทียม จะแสดงความไม่พอใจอย่างมากต่อเรื่องที่ผิดต่อกฎหมายและไม่ยุติธรรมต่อสังคม และจะดำเนินการอย่างแข็งขันในการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม”
เฉินอันอี้ยิ้ม “ปรมาจารย์ฉู่ ทำไมจู่ ๆ ถึงมาทำนายชะตาของผมล่ะ?”
“ในดวงชะตา มีหยางและธาตุทั้งห้าแข็งแกร่งก็อาจจะนำมาซึ่งผลกระทบบางอย่าง เช่น บางคนเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความอยุติธรรมก็จะเกิดพฤติกรรมแข็งกร้าวได้ง่าย ถึงขั้นที่อาจจะตัดสินผิดพลาดด้วยความหุนหันพลันแล่นได้”
พูดถึงตรงนี้ ท่าทีของเฉินอันอี้ก็เปลี่ยนแล้ว และที่ฝ่ามือของเขาก็มีเหงื่อออก
ฉู่ลั่วพูดถูก
เขาให้ความสนใจพวกเรื่องอยุติธรรมที่สุด ทุกครั้งที่เห็นก็จะต้องพุ่งตัวเข้าไปทุกที
แต่เพราะว่าเขามีนิสัยอารมณ์ร้อน ในบางเรื่องก็บุ่มบ่ามออกหน้าไปในตอนที่ยังไม่ได้รู้เรื่องแน่ชัดดีจนปล่อยไก่ไปมากมาย
ฉู่ลั่วเก็บเหรียญทองแดงสามเหรียญนั้นไป “ดังนั้น เมื่อกี้คุณโกหกค่ะ”
เฉินอันอี้เอ่ย “คุณ …คุณพูดไร้สาระอะไร?”
เธอกล่าวต่อ “คุณทำเพื่อปกป้องความยุติธรรมของตัวเอง พอคุณคิดว่าฉันทำสิ่งผิดและควรจะได้รับการลงโทษ คุณก็เลยเลือกที่จะพูดโกหก”
เขาเม้มปากมองฉู่ลั่วอย่างค่อนข้างกังวลและประหลาดใจ
ริมฝีปากของเขากระตุกก่อนจะเม้มแน่น
[คุณเฉินพูดโกหกอะไร?]
[หรือว่าคำตอบผิด?]
[ไม่น่าจะใช่นะ! คุณเฉินเขียนคำตอบไว้ก่อนหน้านี้แล้วนี่?]
ไม่เพียงแต่มีการพูดคุยกันในที่นั้น ในช่องไลฟ์เองก็แสดงความคิดเห็นกันไม่หยุด
เฉินอันอี้กำลังคิดจะโต้แย้งกลับไป แต่ก็ได้ยินเสียงตะคอกดังมาก่อน “คำตอบไม่ได้ผิด แต่ที่ปรมาจารย์ฉู่พูดก็ถูกเช่นกัน!”
ชายวัยกลางคนใส่สูทผูกเนกไทเดินเข้ามา เขามองฉู่ลั่วด้วยสีหน้าตื่นเต้น แล้วจ้องลูกชายตัวเองอย่างขุ่นเคือง
เฉินอันอี้ “…พ่อ!”
เขาแสดงออกแค่เล็กน้อย ด้วยรู้ว่ายังอยู่ต่อหน้ากล้อง
พ่อเฉินสีเก็บสีหน้าโกรธเกรี้ยวไว้แล้วแนะนำตัวเองกับกล้อง
เขาเป็นพ่อของเฉินอันอี้ และเป็นเจ้าของที่แท้จริงของบ้านพักหลังนี้
“ตั้งแต่เกิดอันอี้ก็ไม่เคยอยู่ที่นี่เลย จึงมีหลายอย่างที่เขาไม่เข้าใจ แต่ผมเคยอยู่…”
เขามองบ้านพักด้วยสายตาคิดถึง
เมื่อสี่สิบกว่าปีก่อน เขายังอยู่ในบ้านพักหลังนี้
ในตอนนั้น ตระกูลเฉินเป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองหนาน
ปู่ย่าของเขา พ่อแม่ของเขา รวมถึงน้องสาวที่น่ารักของเขาก็อยู่ที่บ้านหลังนี้
แต่ในวันเกิดครบรอบหนึ่งขวบของน้องสาวเขา น้องสาวพลัดตกลงไปในสระน้ำที่สวนดอกไม้ ตอนถูกเอาตัวขึ้นมาก็หมดสติไปแล้ว ยังไม่ทันถึงโรงพยาบาลเธอก็เสียชีวิตไป
ต่อมาพอไปตรวจดูกล้องวงจรปิดถึงได้รู้ว่าวันนั้นผู้ใหญ่ต่างยุ่งอยู่กับการเข้าสังคม คนรับใช้ที่ดูแลน้องสาวก็ถูกแขกเรียกไปหยิบของ และในเวลาไม่กี่นาทีนั้นเอง ผ้าคลุมผมชุดเจ้าหญิงของเธอก็ถูกลมพัดปลิวไปในสระ
น้องสาวที่เพิ่งจะหัดเดินก็ทั้งคลานทั้งเดินโซเซไปหยิบผ้าคลุมผม แล้วจึงตกลงไป
พอน้องสาวเสียชีวิต แม่เขาก็เอาแต่โทษตัวเองอยู่ตลอด และในคืนหนึ่งหลังจากเหตุการณ์นั้นสองเดือน แม่ก็กระโดดหน้าต่างห้องนอน
พ่อเขาก็ประสบอุบัติเหตุขณะที่ขับรถยนต์
พอย่ารู้ข่าวก็เส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิตคาที่
ส่วนปู่ของเขาฝืนร่างกายทำพินัยกรรมแล้วก็ป่วยตายในกลางดึกคืนหนึ่ง
เวลาสั้น ๆ เพียงแค่สองปี ตระกูลเฉินที่เคยมีชื่อเสียงโดดเด่นก็ตายกันไปจนเหลือเขาเพียงคนเดียว
พอฟังสิ่งที่พ่อเฉินเล่าแล้ว ผู้ชมในช่องไลฟ์ก็ตกตะลึงกันหมด