เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 587 ให้มันดึงดูดวิญญาณชั่วร้ายมา
บทที่ 587 ให้มันดึงดูดวิญญาณชั่วร้ายมา
ยามราตรีที่มืดสนิท
กิ่งก้านริมสองข้างทางบิดเบี้ยวอย่างน่าประหลาด
เมื่อลมเย็นพัดผ่านมา มันดูราวกับแขนขานับไม่ถ้วนที่โบกไหวส่งเสียงดัง ‘แซกแซก’
รถสีดำคันหนึ่งขับอยู่บนถนน
แสงไฟจากรถยนต์ส่องผ่านไปในความมืด ตอนที่เลี้ยวโค้ง ไฟรถก็สาดส่องไปในสุสาน สามารถมองเห็นป้ายหลุมศพเรียงรายอยู่บนภูเขา
เดิมทีร่างกายและจิตวิญญาณของซ่งอวิ๋นไท่ก็ได้รับการโจมตีอย่างหนักมาถึงสองครั้ง ตอนขับรถไปบนถนน ใบหน้าของเขาจึงมีแต่เหงื่อเย็น
จนกระทั่งเขาหันรถขับออกจากสุสาน เมื่อถึงหัวมุมทางโค้งหนึ่ง แสงไฟก็วูบไหว
ภาพตรงหน้าคือเด็กห้าคนยืนรวมกันอยู่ริมถนน กำลังกวักมือเรียกรถ
เสียงของพวกเขาดังเข้ามาในโสตประสาทอย่างชัดเจนทุกคำ ราวกับมากระซิบอยู่ข้างหูอย่างไรอย่างนั้น “คุณลุง คุณลุง พวกเราจะกลับบ้าน ช่วยไปส่งพวกเราได้ไหม!”
ซ่งอวิ๋นไท่เลือกจะจอดรถสนิทอยู่ริมถนน เขาเปิดประตูรถ แล้วเดินลงไป
ผีเด็กทั้งห้าตนที่อยู่ภายใต้แสงไฟ ใบหน้าขาวซีด รูม่านตาขนาดเท่าเมล็ดข้าว ทุกคนมีรอยยิ้มแบบเดียวกัน
ซ่งอวิ๋นไท่รู้สึกว่าตัวเองแทบจะเป็นลมล้มลงไปอยู่แล้ว แต่ก็ยังประคองสติไว้ได้ “ขึ้นรถสิ”
ผีเด็กทั้งห้าตนปีนขึ้นไปบนรถ ก่อนจะพูดคุยกระซิบกระซาบกัน
ทั้งที่อยู่ใกล้กว่าเมื่อครู่ แต่ครั้งนี้ซ่งอวิ๋นไท่กลับได้ยินคำพูดของพวกเขาไม่ชัดเสียแล้ว
เมื่อขับรถไปได้สักพักหนึ่ง ซ่งอวิ๋นไท่ก็พูดขึ้นว่า “ดูเหมือนถนนด้านหน้าจะมีสุนัขอยู่หลายตัว ท่าทางดุมาก พวกหนูกลัวหรือเปล่า?”
“กลัว!”
“กลัวครับ!”
“พวกเรากลัวหมาที่สุด!”
ซ่งอวิ๋นไท่ส่งถุงกระสอบใบหนึ่งไปที่เบาะหลัง “ถ้าเกิดว่ากลัว ก็เข้าไปหลบในกระสอบสิ!”
“ในกระสอบทั้งปลอดภัยทั้งอบอุ่น”
ผีเด็กทั้งห้าได้ยินก็มุดเข้าไปในกระสอบอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เมื่อผีเด็กทั้งห้าเข้าไปในกระสอบหมดแล้ว ซ่งอวิ๋นไท่จึงนำยันต์ที่ฉู่ลั่วให้ไว้ติดลงบนถุง!
เขาเหยียบคันเร่งจนรถพุ่งออกไปตามถนนอย่างรวดเร็วราวกับลูกศรถูกปล่อยจากคันธนู!
ทันใดนั้นถุงกระสอบที่อยู่ตรงที่นั่งข้างคนขับก็ขยับ เสียงแปลก ๆ น่าสยดสยองของเด็กน้อยดังออกมาจากข้างใน “คุณลุง ถึงแล้ว พวกเราจะลงรถแล้ว…”
“คุณลุง พวกเราจะลงแล้ว…”
“ยังไม่ถึงเลย ข้างหน้ายังมีหมาตัวใหญ่ตั้งหลายตัว” ซ่งอวิ๋นไท่พูดด้วยความหวาดกลัว
แต่เสียงผีเด็กในกระสอบกลับควบคุมไม่ได้แล้ว พวกมันเริ่มดิ้นรนอย่างรุนแรง
“ปล่อยฉันออกไป!”
“ไอ้ชั่ว แกมันคนเลว!”
“แม่เคยบอกแล้ว ถ้าเจอคนไม่ดีพวกเราต้องฆ่าเขา”
“ฆ่าเขาเลย!”
“ฆ่าเขาเลย! ฆ่าเขาเลย!”
“คนเลว คนเลว!”
ถุงกระสอบขยับแรงขึ้นแล้ว ทั้งมือ ทั้งเท้าหลายต่อหลายคู่ ราวกับจะแทงทะลุกระสอบออกมา
และด้านในยังมีเสียงกรีดร้องดังออกมา เสียงนั้นเสียดแทงเข้ามาในหูของผู้คน
เอี๊ยด!
รถจอดนิ่งสนิท ซ่งอวิ๋นไท่ลงมาจากรถด้วยสองขาอ่อนแรง ไม่นานก็ถูกคนตระกูลซ่งเข้ามารับตัวไป
ซ่งอวิ๋นไท่ชี้ไปยังตำแหน่งที่นั่งข้างคนขับ “อยู่นั่นครับ”
คนตระกูลซ่งต่างก็มองไปยังถุงกระสอบที่ขยับอย่างแรงตรงที่นั่งข้างคนขับ ก่อนจะพากันถอยหลังด้วยความหวั่นสะพรึง
ฉู่ลั่วเดินเข้าไปเปิดประตูรถฝั่งที่นั่งคนขับ และหยิบกระสอบจากด้านในออกมา
ถุงกระสอบที่ตอนแรกขยับอย่างแรง เมื่ออยู่ในมือเธอกลับสงบลงทันที
เจ้าสำนักหยวนเจียเดินเข้ามา “พลังหยินของผีเด็กทั้งห้าตนไม่รุนแรงจริง ๆ”
“ไม่รุนแรงจริง ๆ ด้วยครับ” นักพรตผิงหยางเห็นตรงกัน “เอาละ กลับกันเถอะ!”
คนกลุ่มใหญ่ขับรถกลับเข้าไปในเขตเมืองของตี้จิง
…
คฤหาสน์ตระกูลซ่ง
คนตระกูลซ่งที่ผ่านค่ำคืนอันยาวนาน แต่ละคนต่างจิตใจอ่อนล้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งซ่งอวิ๋นไท่ ใบหน้าของเขาขาวซีด สติเพียงเล็กน้อยที่ฟื้นคืนมาได้อย่างยากลำบาก ก็ค่อย ๆ หมดลง
เขานั่งอยู่บนรถเข็นที่ลูกชายนอกสมรสอย่างซ่งเฉินจุ่นเข็นอยู่
“ท่านปรมาจารย์ ของในกระสอบนี้จะจัดการยังไงเหรอครับ?”
ตอนนี้กระสอบถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะ คนตระกูลซ่งทุกคนต่างก็อยู่ห่างจากมัน
“ให้มันดึงดูดวิญญาณชั่วร้ายมาค่ะ”
ซ่งอวิ๋นไท่พยักหน้า มองถุงกระสอบแบน ๆ ก่อนจะตั้งคำถามอย่างระมัดระวัง “พวกเขายังอยู่ในนี้จริงเหรอครับ? ก่อนหน้านี้พวกเขาดิ้นกันแรงมาก…”
น่าแปลก ทั้งกระสอบถูกจุจนเต็มแล้ว แต่ตอนนี้ข้างในนอกจากเสียงตึงตังเบา ๆ ก็ไม่ได้มีเสียงดังรุนแรงอย่างก่อนหน้านี้แล้ว
“อยู่ข้างในค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีครับ”
คนตระกูลซ่งใช้เวลาสั้น ๆ ที่มีอยู่นี้ กลับไปพักผ่อนที่ห้อง
ฉู่ลั่วก็ถือถุงกระสอบกลับไปที่ห้องของเธอ ส่วนนักพรตผิงหยางก็ไปคุ้มครองซ่งอวิ๋นไท่แล้ว
เธอหลับตานั่งสมาธิอยู่ในห้อง ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก