เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 625 เป็นครอบครัวเดียวกันตลอดไป
บทที่ 625 เป็นครอบครัวเดียวกันตลอดไป
ปล่อยตัวเขาผู้มีสถานะสูงส่งในวงการไป แล้วเลือกฉู่ลั่ว!
ฝางไคจี้เตรียมจะพูดอีก แต่เฉียวโจวกลับไปนั่งด้วยความโกรธ พร้อมออกคำสั่งให้คนขับรถขับรถไปที่โรงพยาบาลแล้ว
ทั้งรถเงียบราวเป็นเป่าสาก ทุกคนพากันก้มหน้าก้มตาโดยไม่กล้าพูดอะไร
ปกติเฉียวโจวเป็นคนอารมณ์ดีมาก แต่ถ้าโกรธขึ้นมา ใครก็ไม่กล้าห้าม
ถึงอย่างไรฉู่จิงกับฝางไคจี้ก็เป็นเพื่อนกัน ฉู่จิงจึงพาเขากลับไปนั่งที่ “นายกับหร่านหร่านกำลังสร้างปัญหาอะไรกันแน่?”
ฝางไคจี้ชี้หน้าผากของตนเอง พร้อมกับตั้งคำถาม “ฉันสร้างปัญหาเหรอ? เป็นความผิดของฉู่ลั่วชัด ๆ พวกนายตาบอดจนมองไม่เห็นกันหรือไง?”
“ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ฉันจะบาดเจ็บแบบนี้ไหม ตอนนี้หร่านหร่านจะต้องนอนอยู่ในโรงพยาบาลไหม!”
“ฉู่จิง ทำไมนายถึงกลายเป็นแบบนี้”
น่าจะเพราะกลัวเฉียวโจวโกรธ ฝางไคจี้ถึงได้ถามเสียงเบา แต่ก็เต็มไปด้วยอารมณ์คุกรุ่น
ฉู่จิงมองฝางไคจี้ที่อยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าประหลาดใจ
ใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด ร่างกายเต็มไปด้วยฝุ่น ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายสัมผัสบรรยากาศอึดอัดบนรถไม่ได้เลย
ในใจของอีกฝ่ายมีแต่หร่านหร่าน
คิดแต่จะทวงคืนความยุติธรรมให้ฉู่หร่านจนไม่สนใจอะไรเลย
ฉู่จิงหน้าซีดเผือดเหมือนเห็นคนถูกผีเข้า ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ในสมองของเขานึกถึงเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
เรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้ว… เรื่องที่ไม่เคยหวนกลับมานึกถึงอีก ในตอนนี้เหมือนถูกงัดขึ้นมาจากความทรงจำทันที มันกลับมาปรากฏชัดเจนอีกครั้งในสมองของตนเอง
สีหน้าของฉู่จิงซีดลงเรื่อย ๆ รูม่านตาสั่นไหวระริก
“ฉู่จิง ฉู่จิง…”
ได้ยินเสียงเรียก ฉู่จิงได้สติกลับมา
ทีมงานของรายการมองเขาด้วยความเป็นห่วง “เป็นอะไรไปน่ะ? เหงื่อออกเต็มไปหมด ถึงโรงพยาบาลแล้วนะ คุณเองก็ไปตรวจหน่อยดีไหม”
ฉู่จิงถึงสังเกตเห็นว่า รถขับมาถึงโรงพยาบาลแล้ว บนรถเหลือเพียงทีมงานหนึ่งคนกับเขา
“…ไม่ ไม่ต้องครับ”
ฉู่จิงยกมือขึ้นมาเช็ดหน้าผากของตนเองที่เต็มไปด้วยเหงื่อ
เขายืนขึ้นเหมือนคนมือไม้อ่อน แต่ถูกทีมงานประคองเอาไว้ได้ทัน “ไม่ต้องไปให้หมอตรวจจริง ๆ เหรอ?”
“ไม่ต้องครับ ผมไม่เป็นอะไร อาจจะ… เพราะภาวะเลือดจางครับ”
ฉู่จิงกับทีมงานมาถึงหน้าห้องพักผู้ป่วย ยังไม่ทันได้เข้าไปก็ได้ยินเสียงดังโวยวายของฝางไคจี้
“หร่านหร่าน ทำไมเท้าของเธอบาดเจ็บหนักขนาดนี้?”
“หร่านหร่าน เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม!”
“หร่านหร่าน…”
ฝีเท้าของฉู่จิงชะงัก ความรู้สึกขนลุกที่ไม่ทราบสาเหตุกลับมาอีกครั้ง
เขายืนอยู่หน้าห้องพักผู้ป่วย ก่อนจะผลักประตูออกเบา ๆ
แกร๊ก!
ทั้งสองในห้องพักผู้ป่วยหันมามองเขาพร้อมกัน
ทั้งที่เป็นภาพธรรมดาทั่วไปเหมือนเวลาปกติ แต่ฉู่จิงกลับรู้สึกอยากจะวิ่งหนีออกไปเดี๋ยวนี้
เขาพยายามบังคับความคิดของตัวเอง และเดินเข้าไปอย่างเป็นธรรมชาติ “นายจัดการแผลของตัวเองก่อนเถอะ”
ฝางไคจี้เยาะเย้ยอย่างเย็นชา “ทำไม ตอนนี้รู้แล้วเหรอว่าต้องเป็นห่วงพวกเรา? เมื่อกี้ตอนอยู่บนรถไม่เห็นพูดอะไรสักคำ”
“หร่านหร่าน ฉันคิดไม่ถึงเลยว่าเธอจะมีชีวิตแบบนี้ในบ้านตระกูลฉู่ ถ้ารู้แต่แรก… ตั้งแต่ตอนที่ตามหาฉู่ลั่วกลับมาได้ ฉันควรจะพาเธอออกมาแล้ว”
ฉู่หร่านยิ้มขมขื่น “หนูใช้ชีวิตในบ้านตระกูลฉู่มานานขนาดนี้ ก็คิดว่าบ้านตระกูลฉู่เป็นบ้านของตัวเองแล้วล่ะค่ะ”
“ต่อให้คุณพ่อคุณแม่ไม่คิดว่าหนูเป็นลูกสาวแท้ ๆ พวกพี่ชายไม่คิดว่าหนูเป็นน้องสาวแท้ ๆ หนูก็เห็นพวกเขาเป็นครอบครัวอยู่ดีค่ะ”
“พี่รอง พวกเราจะเป็นครอบครัวเดียวกันตลอดไปดีไหมคะ?”
เมื่อคำพูดนี้ดังเข้ามาในหู ร่างกายของฉู่จิงก็สั่นสะท้านอย่างไม่สามารถอธิบายได้ เขารู้สึกว่าหนาวเย็นขึ้นมาตั้งแต่ฝ่าเท้าจรดแผ่นหลัง
ฉู่จิงออกมาจากห้องด้วยใบหน้าขาวซีด หัวใจเต้นระรัว ความเย็นเยียบที่น่าสะพรึงกลัวไม่หายไปเสียที
จนกระทั่งเห็นทีมงานรายการที่กำลังโทรศัพท์อยู่ตรงหน้า เขาก็รีบพุ่งตัวเข้าไปหาทันทีพร้อมออกแรงคว้าแขนของอีกฝ่าย “ฉู่ลั่วล่ะครับ?”
ทีมงานถามกลับ “ฉู่จิง ทำไมสีหน้าคุณย่ำแย่ขนาดนั้น?”
“ผมถามว่าฉู่ลั่วอยู่ไหน?”
“พวกปรมาจารย์ฉู่กำลังเตรียมตัวกลับไปที่หมู่บ้านเหลี่ยงโถวอีกครั้ง ผู้กำกับเฉียวพาทีมงานตามไปถ่ายทำด้วย พวกเขาเตรียมจะออกไปแล้วล่ะ”
เมื่อรู้ว่าฉู่ลั่วอยู่ที่ไหน ฉู่จิงก็วิ่งออกไปทันที
“พวกคุณตามไปก็ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ แต่ไลฟ์สตรีมไม่ได้ และต้องติดตามพวกเราอย่างใกล้ชิด หลังถ่ายทำแล้ว ภาพที่จะออกอากาศ ต้องได้รับการตรวจสอบก่อน”
เฉียวโจวพยักหน้ารัว “เข้าใจแล้วครับ เข้าใจแล้วครับ”
คนกลุ่มหนึ่งขึ้นไปบนรถ
“ออกเดินทาง”
ตึง ตึง ตึง
ประตูรถถูกตีอย่างแรง
ผู้กำกับเฉียวเปิดประตูรถ “ฉู่จิง คุณ…”
ฉู่จิงเห็นฉู่ลั่วอยู่บนรถ จึงเบียดตัวเข้าไปข้างใน “ฉู่ลั่ว ฉันมีเรื่องจะพูดกับเธอ”
ฉู่ลั่วเหลือบมองพี่ชายรอง …จ้องหน้าเขาอยู่หลายวินาที “ออกเดินทางกันก่อนค่ะ”
รถทั้งสองคันขับไปบนถนนอย่างรวดเร็ว ฉู่จิงเตรียมจะเอ่ยปาก แต่น้องสาวก็ดันกดใส่ชุดหูฟังเรียบร้อยแล้ว ทั้งยังแค่นน้ำเสียงจริงจัง “ตอนนี้พวกเรากำลังไปค่ะ พวกคุณที่อยู่ทางนั้นล่ะคะ?”
“ดีค่ะ ดำเนินการตามแผนที่วางไว้”