เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 718 ค่ายกลของยมโลก
บทที่ 718 ค่ายกลของยมโลก
ฉู่ลั่วเข้ามาที่องค์กรศักดิ์สิทธิ์ไม่บ่อยนัก ซู่เซี่ยงหยางจึงรีบรายงานเรื่องสำคัญทั้งหมดในครั้งเดียว
“ซางหัวนี่ปากแข็งมาก ตอนนี้พวกเรายังไม่มีวิธีกำจัดค่ายกลที่ภูเขาเฟิงหนิงครับ”
ฉู่ลั่วตอบรับว่าอืมคำเดียว
เธอผลักประตูเปิดออกแล้วเดินเข้าไป
ทันใดนั้น จักรพรรดิภูตผีซางหัวที่หลับตามาตลอดก็เงยหน้าขึ้น “เจ้ามาแล้ว!”
ทันทีที่เขาขยับก็จะเกิดเสียงโซ่กระทบกันดังลั่น แต่ขยับครั้งเดียว อักขระบนโซ่จะเปล่งแสงสีทองออกมา และทิ่มแทงเข้าไปในร่างกายของซางหัว
ใบหน้านั้นซีดขาวด้วยความเจ็บปวด ดวงตาสองข้างแดงก่ำ แต่สีหน้ายังคงเป็นปกติ
ฉู่ลั่วเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ด้านข้าง พลางมองด้วยสายตาเย็นชา “เมื่อก่อนฉันสงสัยมาตลอด ว่าค่ายกลที่ภูเขาเฟิงหนิงไม่ใช่ค่ายกลธรรมดา ต่อให้เป็นนาย ก็สร้างค่ายกลแบบนี้ไม่ได้”
“สามารถแบ่งแยกหยินยหยาง ขับไล่วิญญาณปกป้องผี”
“ลัทธิเต๋าก็ไม่มีบันทึกเกี่ยวกับค่ายกลประเภทนี้”
ซางหัวไม่สนใจโซ่ที่กักขังเอาไว้ เขาเงยหน้าหัวเราะเสียงดัง “ข้าบอกแล้ว นี่ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะเข้าใจให้ทะลุปรุโปร่งได้ ฉู่ลั่ว เจ้ากับข้าเป็นสามีภรรยากันแล้ว เจ้าถูกข้าตีตราแล้ว… เจ้าหนีไม่พ้นหรอก”
ฉู่ลั่วไม่ได้สนใจเสียงหัวเราะของซางหัว เธอพูดเพียงว่า “แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้ว”
ซางหัวชะงัก
ฉู่ลั่วพูดต่อไป “สาเหตุที่ค่ายกลของภูเขาเฟิงหนิง ไม่สามารถตรวจพบได้ เพราะค่ายกลนั้นลัทธิเต๋าไม่ได้สร้างขึ้น”
สีหน้าของซางหัวเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“เป็นค่ายกลของยมโลก”
แม้กระทั่งรอยยิ้มที่มุมปากของซางหัวก็ไม่มีแล้ว ปากเขาเม้มเป็นเส้นตรง ดวงตามืดมนจ้องไปที่ฉู่ลั่ว
แต่ในตอนนี้เองฉู่ลั่วกลับลุกขึ้นมา “ดูเหมือนว่า ฉันจะเดาถูกแล้ว”
พูดจบ เธอก็หันหลังจะเดินออกไปข้างนอก
ความร้อนอกร้อนใจเผยให้เห็นบนใบหน้าของซางหัว เขาพยายามจะพุ่งเข้าไปหาฉู่ลั่ว “เจ้ารู้ได้ยังไง? เจ้า… เจ้าติดต่อพวกเขาได้แล้วหรือ? หรือว่าพวกเขาติดต่อมาหาเจ้า? ฉู่ลั่ว เป็นเพราะข้า เป็นเพราะข้าพวกเขาถึงเห็นความสำคัญของเจ้า เจ้า…”
ฉู่ลั่วยืนอยู่ตรงประตู เธอโบกมือหนึ่งครั้ง หนังสือที่มีไอหยินแข็งแกร่งปรากฏขึ้นในมือของเธอ
มีเพียงตัวอักษรด้านบนเท่านั้นที่เปล่งแสงสีทองจาง ๆ
เสียงคำรามของซางหัวหยุดชะงักไป เขามองหนังสือบนมือของฉู่ลั่วอย่างตกตะลึง “นี่คือ…”
“หนังสือจ้างวานที่สิบวังยมราชส่งมาด้วยตัวเอง ตอนนี้ฉันสามารถเข้าออกยมโลกได้อย่างอิสระ”
ซางหัวมองฉู่ลั่วด้วยความตกใจ “เจ้า… เจ้า…”
มุมปากของฉู่ลั่วยกยิ้มเยาะเย้ย เธอเก็บหนังสือไปแล้ว “แต่ก็ต้องขอบคุณนายมาก ที่ให้เบาะแสมาหนึ่งอย่าง”
เธอหันหลังเดินออกไปแล้วปิดประตู ภายในห้องมีเสียงคำรามอันโกรธเกรี้ยวของซางหัวดังลอดออกมา
ซู่เซี่ยงหยางเดินมาหาฉู่ลั่วท่าทางตื่นเต้น “เมื่อกี้ซางหัวพูดว่า ‘พวกเขา’ ใช่ไหม?”
จักรพรรดิภูตผีซางหัวถูกจับมานานมากแล้ว แต่ไม่เคยให้เยาะแสที่ระบุได้อย่างแน่ชัดเลย
“ไม่นับเป็นหลักฐานที่มีประโยชน์เท่าไหร่” ซางหัวระมัดระวังมาก แม้แต่ในสถานการณ์ที่น่าตกใจ ก็ยังควบคุมตัวเองได้
แต่ซู่เซี่ยงหยางกลับพูดว่า “ยังดีกว่าไม่มีเบาะแสอะไรเลย”
“ใช่แล้ว คนของแผนกเรา ค้นพบตำแหน่งของมันแล้ว ผ่านทางพิษกู่ที่หลงเหลือในที่เกิดเหตุ”
ซู่เซี่ยงหยางพาฉู่ลั่วไปยังแผนกวิเคราะห์และติดตาม
ทันทีที่คนในแผนกเห็นฉู่ลั่ว ดวงตาก็เป็นประกายแล้ว
“หัวหน้าแผนก!”
หญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่งตื่นเต้นจนแก้มแดง ลอบมองฉู่ลั่วเป็นครั้งคราว แต่พอเจ้านิกายมองกลับมา หล่อนจะรีบหันหน้าหนีอย่างรวดเร็ว ราวกับมองคนที่ตัวเองแอบชอบอย่างนั้น
ซู่เซี่ยงหยาง “…”
ลูกน้องในกลุ่มนี้แต่ละคนล้วนเป็นหัวกะทิ นักวิชาการ ปกติจะหยิ่งยโสจนจมูกแทบชี้ขึ้นไปบนฟ้า
ตอนนี้เมื่อเห็นฉู่ลั่ว กลับไม่มีความถือตัวอยู่เลย
“รีบบอกกับหัวหน้าแผนกสิ ว่าพวกคุณตามหาพิษกู่เจอได้ยังไง”
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเดินออกมาข้างหน้า ถือขวดแก้มาหนึ่งใบ ในนี่นบรรจุก๊าซสีแดงเอาไว้
“นี่คือพิษกู่ที่พวกเราพบในสถานที่เกิดเหตุ พวกเรารวบรวมเอาก๊าซที่เหลือมาได้”
“วิเคราะห์ส่วนประกอบของก๊าซเหล่านี้แล้ว พบว่าทั้งหมดมีความเป็นพิษสูง แต่เพราะโมเลกุลของมันเคลื่อนไหวรวดเร็วเกินไป ทำให้การกระตุ้นต่างกัน และเกิดผลกระทบที่ไม่เหมือนกัน”
“บางชนิดกระตุ้นที่สมองส่วนกลาง บางชนิดอาจทำให้หัวใจล้มเหลว และบางชนิดทำให้เกิดพิษ…”
“จนถึงตอนนี้ พวกเราสามารถกำจัดพิษได้แค่บางส่วนเท่านั้น ยังไม่สามารถกำจัดพิษได้ทั้งหมด”
พูดไป คนในที่นี้ต่างพากันถอนหายใจด้วยความผิดหวัง
มีเพียงฉู่ลั่วที่แววตาไหววูบ
นี่คือกู่ต้นกำเนิดของผู้คิดค้นพิษกู่เหมิ่งหยวนลี่ เป็นพิษที่สร้างขึ้นอย่างเหนือธรรมชาติ
เธอคาดเดาได้นานแล้วว่าวิทยาศาสตร์สมัยใหม่จะนำผลมาให้ลัทธิเต๋า แต่คิดไม่ถึงเลยว่าผลกระทบจะใหญ่กว่าที่เธอจินตนาการ
บางที…
จุดจบของเทววิทยา อาจจะเป็นวิทยาศาสตร์จริง ๆ !
“แต่ว่าจากการศึกษาก๊าซชนิดนี้ พวกเราได้ทำการสำรวจก๊าซในเมืองอวิ๋นเป็นวงกว้าง ในที่สุดก็จำกัดเป้าหมายได้ว่าพิษกู่มีการเคลื่อนไหวในพื้นที่นี้”
“หลังจากทำการยืนยันหลายครั้ง พวกเราจึงคาดการณ์ว่าพิษกู่อยู่ที่นี่…”
ตามคำอธิบายของเจ้าหน้าที่ ภาพแผนที่บนหน้าจอเคลื่อนไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมีบ้านหลังหนึ่งปรากฏบนหน้าจอ