เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 740 สิงร่าง
บทที่ 740 สิงร่าง
“ดังนั้น หลังจากผีร้ายตนนี้เข้าสิงร่างคุณ บางทีอาจจะต้องรบกวนให้คุณไปช่วยอีกสองคนที่เหลือด้วยนะคะ”
“!?” เย่อวิ๋นชูเบิกตากว้างกว่าเดิม “ให้ฉันช่วยพวกเขาเหรอคะ?”
ฉู่หร่านคิดจะแทรกขึ้นมาอีก แต่ถูกหางเจียซิ่นที่อยู่ด้านข้างดึงแขนไว้ “พี่หร่าน พวกเราเป็นผู้ชมที่ดีเถอะนะครับ”
ฝานจื้อที่อยู่ข้างกันก็พูดว่า “ใช่ครับ! เป็นแค่ผู้ชมก็พอ พวกเราไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ พูดแทรกเข้าไปไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะครับ”
ฉู่หร่าน “…”
สองคนนี้ไม่สนใจยอดวิวของตัวเองกันเลยหรือไง?
เท่ากับว่าตอนนี้ต้องปล่อยให้ฉู่ลั่วกับเย่อวิ๋นชูแย่งซีนไปเหรอ?
หล่อนปรายตามองหางเจียซิ่นกับฝานจื้ออย่างรังเกียจ
ก่อนจะสะบัดแขนของหางเจียซิ่นออก แล้วเอ่ยถามฉู่ลั่วว่า “ลั่วลั่ว! เธอปล่อยให้อวิ๋นชูตกอยู่ในอันตรายได้ยังไง! อวิ๋นชูเป็นแค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เป็นคนที่ต้องการการปกป้องต่างหาก”
“จะให้อวิ๋นชูไปปกป้องพวกผู้ชายได้ยังไงล่ะ?”
ตอนแรกเย่อวิ๋นชูยังลังเลอยู่บ้าง แต่หลังจากได้ยินคำพูดของฉู่หร่าน เสียงเธอก็ยิ่งดังขึ้นอีกแปดระดับ “ทำไมฉันจะปกป้องคนอื่นไม่ได้! แค่หล่อนบอกไม่ได้ ก็คือไม่ได้เหรอ? รูู้กาลเทศะบ้างไหม เวลาแบบนี้ยังจะมาแบ่งแยกชายหญิงอยู่อีก! ฉันเป็นคนประเภทให้คนอื่นปกป้องอย่างเดียวหรือไง?”
ฉู่หร่านหน้าเสีย “ฉันก็แค่หวังดีกับเธอ”
“งั้นช่วยหุบปากที!”
ประโยคนี้ไม่ไว้หน้าฉู่หร่านอย่างมาก ขณะที่ฉู่หร่านกำลังจะร้องไห้ออกมา ก็ได้ยินฉู่ลั่วพูดขึ้นว่า
“ใช่ค่ะ มีแค่คุณที่มีด้ายแดง และในตอนนี้ก็มีแค่คุณที่สามารถควบคุมผีร้ายในห้องของตัวเองได้” น้ำเสียงของฉู่ลั่วสงบนิ่ง นำพลังที่ไม่สิ้นสุดมาให้ “เย่อวิ๋นชู คุณทำได้ไหม?”
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เมื่อประโยคนี้ดังขึ้นมา เย่อวิ๋นชูที่ตอนแรกยังคงลังเลใจก็เริ่มแน่วแน่ขึ้นมาแล้ว
ยิ่งคิดถึงคำพูดนั้นของฉู่หร่าน เธอยังมีอะไรต้องลังเลอีก
เย่อวิ๋นชูพูดกับกล้อง
“ฉันทำได้ค่ะ! ฉันทำได้แน่นอน! ฉันจะทำให้ผู้หญิงทุกคนได้เห็น ว่าพวกเราไม่ต้องรอรับการปกป้องเสมอไป แต่เป็นฝ่ายช่วยคนอื่นได้เหมือนกัน”
ทันทีที่คำพูดนี้ดังออกมา ทั้งช่องไลฟ์สตรีมก็ดุเดือด
คนอื่นมองไม่เห็นผีร้ายในห้องเย่อวิ๋นชู แต่ฉู่ลั่วกลับเห็นชัดเจนมาก อีกฝ่ายเป็นชายหนุ่มอายุยี่สิบกว่าปี กำลังจ้องเย่อวิ๋นชูท่าทางน่ากลัวมาก
มันคิดจะรอจนพลังหยางบนตัวเย่อวิ๋นชูอ่อนแอลง และสิงร่างเธอ
ฉู่ลั่วเอ่ย “เพื่อป้องกันไม่ให้มันหนี หลังจากคุณเบิกเนตรหยินหยางแล้ว คุณต้องรีบจับมันให้เร็ว แต่หยินหยางแยกจากกัน ยกเว้นในสถานการณ์พิเศษ นอกเหนือจากนั้น คุณจะไม่สามารถแตะต้องมันได้ตามใจ”
“ดังนั้น ตอนที่คุณเบิกเนตร คุณต้องพนมมือขึ้นร่ายมนต์” ฉู่ลั่วทำท่าประสานมือให้ดู “จากนั้นก็ท่องคาถา”
อาจจะเป็นเพราะนำเสียงของฉู่ลั่วสงบเกินไป จิตใจของเย่อวิ๋นชูถึงได้ผ่อนคลายลงด้วย
“ตอนนี้ฉันจะสอนคาถาให้คุณ”
“กฎแห่งสวรรค์กระจ่างล้ำ กฎแห่งนรกเที่ยงธรรม เชื่อมโยงหยินหยาง จิตวิญญาณแห่งสายธารปรากฏ พลังวิญญาณถูกตรึงไว้ เชื่อมต่อสวรรค์และโลกตามครรลอง ด้วยคันฉ่องแห่งหยินหยาง จงปรากฏรูปร่างแท้จริงโดยพลัน ในนามแห่งซานเหมาเจินจวิน*[1] จงน้อมนำคำบัญชา!”
“นี่เป็นคาถาปรากฏกายที่ง่ายที่สุด คนไม่เคยบำเพ็ญก็สามารถใช้คาถานี้ได้!”
“แต่ว่า…”
ทันใดนั้นฉู่ลั่วก็พูดขึ้น “ถ้าคนธรรมดาเบิกเนตรตามใจชอบแล้วเจอผีร้าย จะถูกพวกมันติดตามได้ง่าย หากถูกวิญญาณตามติด อย่างเบาคือเจ็บป่วย ในกรณีร้ายแรงคือถึงแก่ชีวิต”
“ดังนั้น อย่าคิดจะลองนะคะ”
หลังพูดเตือนแล้ว ฉู่ลั่วก็ให้เย่อวิ๋นชูนั่งสมาธิ มือประสานกัน ปากท่องคาถา
เย่อวิ๋นชูทำตามคำแนะนำของฉู่ลั่ว
ไม่รู้ว่าเป็นผลทางจิตใจหรือเปล่า เมื่อท่องคาถาเสร็จ เธอถึงสัมผัสได้ว่ามีสายตาเพิ่มมาคู่หนึ่งในห้อง
เย่อวิ๋นชูเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาของเธอพลันเบิกกว้าง
และเพราะเย่อวิ๋นชูท่องคาถา กล้องที่อยู่ภายในห้องถ่ายให้เห็นวิญญาณที่ปรากฏตัวได้อย่างชัดเจน
ตรงมุมห้อง ศีรษะของผีร้ายเผยออกมาจากช่องว่างระหว่างผ้าม่าน มันจ้องเย่อวิ๋นชูเขม็ง ทั้งยังส่งเสียงหัวเราะทุ้มต่ำออกมาเป็นครั้งคราว
[นี่… เอฟเฟกต์พิเศษนี่.. พูดได้แค่สองคำว่า สุดยอด!]
[1] ซานเหมาเจินจวิน (三茅真君) หรือสามปรมาจารย์แห่งเหมาซาน ได้แก่ ต้าเหมาจวิน จงเหมาจวิน และซานเหมาจวิน ผู้คิดค้นวิชาเหมาซาน หรือวิชาคืนชีพผีดิบ หรือผีเจียงซือ ที่ถูกยันต์แปะหน้าผากและเคลื่อนไหวด้วยการกระโดดในหนังจีน เป็นหนึ่งในวิชาของลัทธิเต๋า