เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 915 คนขนศพ
หรงถงอี้ได้แต่ยกโทรศัพท์ ถ่ายทั้งห้องนอนตัวเอง ห้องนอนลูก ๆ
ทั้งสอง ห้องรับแขก ห้องครัว ห้องน้า…
จนทั่ว
ชายวัยกลางคนจึงหันมาถามผ่านโทรศัพท์ “จัดการได้ไหม?”
เธอบอก “ขึ้นอยู่กับว่าคุณเต็มใจให้จัดการหรือเปล่า”
“ทำไมจะไม่ตั้งใจล่ะ?” หรงถงอี้มองฉู่ลั่วอย่างข้องใจ “ปรมาจารย์
ถ้าเธอแก้ไขไม่ได้จะถือว่าหลอกลวง มันผิดกฎหมายนะ! ฉันให้ทนาย
ฟ้องเธอได้!”
“ฉันบอกไปแล้ว ขอแค่คุณเต็มใจให้ทำ ฉันก็แก้ไขได้ค่ะ”
หรงถงอี้แค่นยิ้ม
ทำไมเขาต้องไม่เต็มใจด้วย?!
หรือมีใครอยากโดนของพรรนี้ตามรังควานไปทั้งชีวิตเหรอ
“ไม่ขนศพเดินได้ ไม่ขนคนเป็น ไม่ขนร่างไม่เน่าเปื่อย”
หลังฉู่ลั่วพูดสี่ประโยคนี้จบก็เอาแต่จดจ้องชายวัยกลางคน
หรงถงอี้มีสีหน้างงงวย “อะไรน่ะ หมายความว่ายังไง”
คราวนี้สายตาฉู่ลั่วทอแววสับสน “คุณไม่รู้เรื่องนี้เหรอคะ?”
หรงถงอี้ส่ายหน้า “รู้อะไร? ที่ว่ามาคืออะไร ทำไมฉันต้องรู้ด้วย”
“คุณไม่รู้กฎของคนขนศพ แต่ไปเป็นคนขนศพอย่างนั้นเหรอ”
ฉู่ลั่วขมวดคิ้วเล็กน้อย “คนขนศพมีกฎ สามอย่างที่ไม่ขน ห้าอย่างที่
ไม่แตะ คุณไม่รู้เลยเหรอคะ?”
เมื่อได้ยินคำว่าคนขนศพ สีหน้าหรงถงอี้เปลี่ยนไปเล็กน้อย
หรงอวี่ชวนสงสัยขึ้นมา “คนขนศพเหรอครับ?”
“สมัยก่อน ในสถานการณ์คับขันบางครั้ง ถ้ามีคนตายต่างถิ่น
ต้องให้คนส่งศพช่วยส่งศพของคนในครอบครัวกลับบ้านเกิด”
“แต่ถ้าตายในภูมิลำเนา ทว่าไม่ได้ตายในบ้าน จะเชิญคนขนศพ
ไปขนศพของคนในครอบครัวกลับมาฝังที่บ้าน”
“คนขนศพเป็นอาชีพที่ค่อนข้างลึกลับสำหรับลัทธิเต๋า”
อย่าว่าแต่หรงอวี่ชวนเลย แม้แต่หรงอวี่ซีและคุณนายหรงปลาย
สายยังผงะไป
พวกเขาต่างหันมองหรงถงอี้ โดยเฉพาะคุณนายหรงที่ไม่รู้ทำไม
ถึงมีสีหน้าย่าแย่ลง
สีหน้าหรงถงอี้ไม่สู้ดีเท่าไร “นั่นมันเรื่องหลายสิบปีก่อนแล้ว”
เกี่ยวอะไรกับตอนนี้?
“ฉันไม่รู้เรื่องด้วยหรอก!” หรงถงอี้ชักหงุดหงิด “ที่ฉันเชิญคุณมา
ก็เพื่อจัดการแก้ไขปัญหาในบ้านฉัน ไม่ได้ให้คุณมาป่าวประกาศ
อดีตของฉัน”
ฉู่ลั่วเงียบไปหลายวินาที
แล้วถึงปริปาก “แต่วิญญาณในบ้านคุณล้วนเป็นศพที่คุณเคย
ขนนะ?”
หรงถงอี้ “…”
คนตระกูลหรง “…”
หัวหว่านที่อยากรู้เรื่องของตระกูลหรงตาโตอ้าปากค้างอย่างคุม
ตัวเองไม่อยู่ แต่ไม่นานหล่อนก็จัดการสีหน้าตัวเองได้
หรงถงอี้รีบหันกลับไปมองรอบ ๆ ทั้งที่ไม่เห็นอะไรแต่อย่างหนาว
ไปทั้งสันหลัง
“พวก… พวกเขามาหาฉันทำไม”
ฉู่ลั่วตอบ “ล้างแค้น!”
ล… ล้างแค้น!
สีหน้าคนตระกูลหรงซีดเผือดกันหมด
“มาล้างแค้นอะไรกับฉัน พวกเขา… พวกเขาต่าง…” หรงถงอี้กลัว
จนพูดไม่เป็นประโยค
ชายวัยกลางคนมองรอบ ๆ อย่างแตกตื่น
ทั้งที่เป็นพื้นที่เปิดโล่ง แต่เขายังรู้สึกเหมือนมีสายตาคู่แล้วคู่เล่า
จับจ้องมา
โดยเฉพาะหลังเขาพูดประโยคนี้จบ ก็รู้สึกถึงกลิ่นอายเย็นยะ
เยือกที่ถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทาง
ซึ่งช่วงคอรู้สึกเป็นพิเศษ
“คุณแหกข้อปฏิบัติของคนขนศพ พวกเขาต้องมาหาคุณเป็น
ธรรมดาค่ะ”
หรงถงอี้เอ่ย “ฉันรู้กฎของคนขนศพดี! ฉันทำตามทุกข้อ ไม่จุด
ตะเกียงตอนกลางคืน ไม่เหลียวกลับตอนขนศพ ไม่ขนศพหลังเที่ยง”
ฉู่ลั่วส่ายหน้า “นี่เป็นกฎข้อห้ามของคนขนศพ ไม่ใช่ข้อปฏิบัติ
ของคนขนศพ”
“คุณทำหน้าที่เป็นคนขนศพ แต่ไม่มีใครเคยสอนข้อปฏิบัติของ
คนขนศพกับคุณเลยเหรอคะ”
หรงถงอี้ส่ายหัว “พ่อฉันก็เป็นคนขนศพ เขารู้สึกว่าอาชีพนี้ไม่
เป็นมงคล เลยไม่อยากให้ฉันทำด้วย”
“ถึงไม่ได้เคยบอกเรื่องกฎของคนขนศพให้ฉันฟัง”
ฉู่ลั่วถาม “…แต่คุณก็ยังเลือกรับหน้าที่คนขนศพ?”
“ครั้งแรกเป็นเพราะเกิดเรื่องกับเพื่อนบ้าน หาคนขนศพไม่ได้เลย
มาหาฉัน ฉันคิดว่าบ้านใกล้เรือนเคียงกันก็เลยยอมช่วยสักครั้ง”
“หลังจากหนนั้น ก็มีคนมาขอให้ฉันขนศพมากขึ้นเรื่อย ๆ”
“แล้วก็มีค่าตอบแทนตลอดด้วย”
“ยุคนั้นหาเงินลำบาก ฉันสั่งสมเงินทองได้จำนวนหนึ่งจากการ
ขนศพ”
“หลังจากนั้นฉันก็ไปต่างประเทศ”
สีหน้าเขาลนลานนิดหน่อย “ถึงแม้ฉันเก็บเงินจากการขนศพ แต่
ก็เป็นเรื่องที่เต็มใจกันทั้งสองฝ่าย”
“ปัญหาครั้งนี้เป็นเพราะคุณไม่ยอมปฏิบัติตามกฎของคนขนศพ
ค่ะ”