เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 493 เล่นอีกรอบได้หรือไม่ ?
หลังจากเจี้ยนอู๋เหินเดินจากไป เย่ฉางชิงก็อดรู ้สึกหนักใจขึ้นมา มิได้
ก่อนหน้านี้เพราะมิมีทางเลือก เขาจึงบอกบรรพจารย์ของนิกาย กระบี่สวรรค์ท่านนี้ไปว่าเขาชอบบุรุษ
ถ้าหากขณะต้องนั่งเผชิญหน้ากันจริง ๆ ขณะที่ช่วยชี้แนะนาง นั้น อีกฝ่ ายใช ้สายตาแปลก ๆ มองเขา เช่นนี้จะมิอึดอัดกันไปใหญ่ หรอกหรือ ?
อีกอย่างก่อนหน้านี้ ตอนตามหาสระน้าศักดิ์สิทธิ์ เขายังได้ใช ้ กระแสจิตและบังเอิญไปเห็นภาพอันยั่วยวน ขณะที่อีกฝ่ ายกาลังแช่ น้าอยู่ โดยมิได้ตั้งใจอีกด้วย
ต้องยอมรับว่าแม้อีกฝ่ ายจะบ าเพ็ญเพียรมานานแล้ว ทว่ามิ เพียงแต่ใบหน้าจะถูกบ ารุงเป็ นอย่างดี ทุกอณูบนร่างกายก็ยังมิมี
ความเหี่ยวย่นให้เห็นแม้แต่นิดเดียว กลับกันผิวของนางกลับละเอียด และเปล่งประกายราวกับหยกเนื้อดี ถึงขนาดที่ว่าเรืองแสงได้อีกด้วย
ส่วนเขาแม้จะถูกผู้บาเพ็ญเพียรชั้นนาเหล่านี้คิดไปเองว่าเขาเป็ น ยอดฝี มือที่ไร ้เทียมทานอันใดนั่น ทว่านับตั้งแต่มายังโลกบาเพ็ญ เพียรใบนี้ เวลาก็เพิ่งจะผ่านไปแค่เพียงสิบกว่าปีเท่านั้น
แน่นอนว่าจนถึงวันนี้ เขายังคงมิเคยมีประสบการณ์ในเรื่องทาง โลก และทาเรื่องอย่างว่ามาก่อน
หากเจอนางซึ่ง ๆ หน้าอีกครั้ง ภายในหัวจะปรากฏภาพที่มิควร คิดขึ้นมาหรือไม่ ?
หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก เย่ฉางชิงก็ยกสุราชิงอี่ที่อยู่ในมือขึ้น ดื่มจนหมดจอก ก่อนจะลูบหน้าลูบตาของตนเอง
“ควรจะอธิบายให้นางเข้าใจดีหรือไม่ ว่าแท้จริงแล้วข้ามิได้ชอบ บุรุษ ก่อนหน้านี้เพียงแค่ทาตัวมิถูกจึงได้เอ่ยออกไปเช่นนั้น ? ”
“แต่หากอธิบายเช่นนั้น นางจะคิดว่าความจริงแล้ว ข้าเองก็มีใจ ให้นางหรือไม่ ? ”
หลังจากเย่ฉางชิงไตร่ตรองดีแล้ว คิ้วเรียวยาวก็ขมวดน้อย ๆ อด มิได้ที่จะชั่งน้าหนักว่า
“แม้บรรพจารย์ของนิกายกระบี่สวรรค์ท่านนี้จะบาเพ็ญเพียรมา หลายปีแล้ว แต่ดูจากรูปลักษณ์และท่าทางภายนอก ล้วนงามล่มเมือง อย่างยิ่ง”
“หากอีกฝ่ ายบาเพ็ญเพียรมาจนถึงวันนี้ และยังมิเคยมีความรู ้สึก เช่นนี้ให้ผู้ใดมาก่อน แต่กลับมีใจให้ข้าตั้งแต่แรก เช่นนั้นข้าควรจะ ให้โอกาสนางหรือว่าให้โอกาสตนเองอีกสักครั้งดีหรือไม่ ? ”
“แม้ว่าข้าจะเคยพบหน้านางเพียงมิกี่ครั้ง อีกทั้งตบะบารมีของอีก ฝ่ ายคงจะเหนือกว่าข้ามาก แต่เวลานี้ข้ามีสุดยอดอาวุธสังหารอย่าง ตาหนักเทพวาสนาอยู่ในมือแล้ว อีกทั้งความแตกฉานในวิถีกระบี่ก็ยัง มิได้ด้อยไปกว่าผู้ใด……”
ผ่านไปสักพัก
เย่ฉางชิงก็ตบลงบนต้นขาตนเองฉาดใหญ่ พลางเอ่ยอย่าง ตัดสินใจแล้วว่า “สิ่งที่ควรอธิบายก็ต้องอธิบายให้ชัดเจน ส่วนต่อไป จะสามารถพัฒนาไปได้เพียงใดนั้น ก็คงต้องปล่อยไปตามวาสนาก็ แล้วกัน”
นอกลาน
เจี้ยนอู๋เหินเข้าไปด้านในเรือนได้มินาน ก็วิ่งกลับออกมาอย่างยิ้ม แย้ม
ศิษย์เอกของนิกายกระบี่สวรรค์เช่นเขาหาได้โง่งมไม่
การที่ท่านเย่ตอบรับรวดเร็วเช่นนี้ ก็หมายความว่าท่านเย่และ ท่านบรรพจารย์หนิงที่มีนิสัยเย็นชาผู้นี้ บางทีอาจจะมีบางอย่างเกิด ขึ้นกับพวกเขาก็เป็ นได้
ส่วนเขาอีกมินานก็จะได้เข้าพิธีแต่งตั้งเป็ นประมุขน้อยของนิกาย กระบี่สวรรค์แล้ว
เรื่องดีเช่นนี้เขาย่อมรู ้สึกปลื้มปีติเป็ นอย่างยิ่ง
ทว่าสิ่งที่ทาให้เขารู ้สึกงงงวย ก็คือ เมื่อเขาบอกท่านบรรพจารย์ ว่าท่านเย่ให้เข้าพบได้ อีกฝ่ ายกลับมีท่าทางลังเล เพียงแค่ยืนหันหลัง ให้เขาพลางทอดสายตามองทิวเขาที่บดบังไปด้วยหมู่เมฆที่ไกล ออกไปนิ่ง ๆ
“ท่านบรรพจารย์หนิง ท่านมิต้องการเข้าพบท่านเย่แล้วหรือ ขอรับ ? ”
ทั้งสองเงียบกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเป็ นเจี้ยนอู๋เหินที่เอ่ยทาลาย ความเงียบออกมาเสียก่อนอย่างอดมิได้
ได้ยินดังนั้นหนิงซู่ซู่จึงได้ถอนสายตากลับมา ก่อนจะถอนหายใจ น้อย ๆ แล้วเอ่ยเรียบ ๆ ว่า “พาข้าไปพบเขาที”
เจี้ยนอู๋เหินชะงักไป ก่อนจะยิ้มกว้างพลางหมุนกายเดินน าเข้าไป
มินานเจี้ยนอู๋เหินก็พาหนิงซู่ซู่ก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไปด้วย ความรู ้สึกที่หนักอึ้ง
เวลานี้เมื่อเย่ฉางชิงที่ชาเลืองไปทางประตูใหญ่อยู่ตลอดเห็น ดังนั้น ก็แสร ้งทาเป็ นดื่มสุราด้วยท่าทีสงบนิ่ง พลางถอนหายใจ ออกมาเล็กน้อย ก่อนหันหน้าไปมอง
“เข้ามานั่งเถอะ”
เย่ฉางชิงเอ่ยเชื้อเชิญด้วยใบหน้าที่แฝงรอยยิ้มสุภาพอ่อนโยน
หนิงซู่ซู่ใจลอยไปชั่วขณะ ก่อนจะพยักหน้ารับน้อย ๆ แล้วจึงเดิน เข้ามาภายในศาลา
“หนิงซู่ซู่คารวะท่านเย่เจ้าค่ะ”
เมื่อมาถึงหน้าศาลา หนิงซู่ซู่ก็ย่อตัวลงคานับน้อย ๆ
“ที่เรือนของข้ามิได้มีกฎระเบียบอันใด เข้ามานั่งเถอะ” เย่ฉางชิง โบกมือปัดเบา ๆ พร ้อมกับเอ่ยขึ้น
ทว่าแม้ใบหน้าของเขาจะเรียบนิ่ง อีกทั้งสายตาที่หนิงซู่ซู่มองเขา ก็มิได้มีสิ่งใดแปลกไป แต่ภายในใจของเขาก็ยังรู ้สึกฟุ้ งซ่านอยู่ดี
มิเพียงเท่านั้น แวบแรกที่เขาเห็นหนิงซู่ซู่ภายในสมองก็มีภาพ วาบหวิว ที่ได้เห็นก่อนหน้านี้ปรากฎขึ้นมาอีกครั้งอย่างห้ามมิได้
หนิงซู่ซู่ลังเลเล็กน้อย ก่อนจะย่างกรายเข้ามาในศาลาอย่าง สารวมกิริยา พร ้อมกับนั่งลงตรงข้ามกับเย่ฉางชิง
“ก่อนหน้านี้ได้ยินเสี่ยวเจี้ยนบอกว่า เจ้าต้องการมาขอคาชี้แนะ ด้านดนตรีเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
เย่ฉางชิงปรายตามองเจี้ยนอู๋เหินเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยทาลาย ความเงียบพร ้อมยกยิ้มออกมา
เจี้ยนอู๋เหินที่เพิ่งได้สติขึ้นมา จึงรีบประสานมือคารวะให้แก่เย่ฉาง ชิง ก่อนจะออกไปจากศาลาหลังนั้นในทันที
ขณะเดียวกันเมื่อเห็นเจี้ยนอู๋เหินออกไป
หนิงซู่ซู่จึงได้ลอบถอนหายใจกับตนเอง ก่อนจะเพ่งสมาธิหยิบ ตาราเพลงเล่มหนึ่งออกมาจากแหวนเก็บสมบัติ จากนั้นก็ใช ้มือทั้ง สองข้างส่งให้แก่เย่ฉางชิง
“ท่านเย่ เพลงที่ท่านเล่นก่อนหน้านี้ข้าได้ลองฟังอย่างละเอียด แล้ว มีหลายจุดที่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ข้าก็ยังมิเข้าใจ ดังนั้นจึง ต้องการมาขอคาชี้แนะเจ้าค่ะ”
หนิงซู่ซู่ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนคู่ นั้นจับจ้องไปที่เย่ฉางชิง
เย่ฉางชิงจึงรับตาราเพลงเล่มนั้นมา
บนตาราเพลงมีหลายจุดที่หนิงซู่ซู่ทาเครื่องหมายเอาไว้จริง ๆ
“ตาแหน่งที่เจ้าทาครื่องหมายล้วนมิมีปัญหา เพลงนี้ถือว่ามิเลว เลย เพียงแต่บางจุดยังมีข้อบกพร่องอยู่ก็เท่านั้น”
เย่ฉางชิงกวาดตามองคร่าว ๆ ก่อนจะเอ่ยอย่างเรียบ ๆ “เอาเช่นนี้ เจ้าลองเล่นให้ข้าฟังอีกสักรอบสิ ข้าจะได้ชี้แนะเจ้าได้”
เอ่ยเพียงเท่านั้นเย่ฉางชิงก็ลุกขึ้นยืนพร ้อมกับเก็บไหและจอก สุราอย่างลวก ๆ เพื่อยกที่นั่งให้กับหนิงซู่ซู่ ก่อนส่งสัญญาณในอีก ฝ่ายใช ้พิณโบราณของตนเองในการบรรเลงเพลงนี้
หนิงซู่ซู่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน
สุดท้ายทั้งสองก็สบตากันเป็ นสัญญาณ ให้หนิงซู่ซู่เริ่มเล่นเพลง นั้นได้
ส่วนเย่ฉางชิงก็น าต าราเพลงไปวางไว้บนโต๊ะ พร ้อมกับหันหลัง ให้หนิงซู่ซู่ เพื่อตั้งใจฟังเสียงพิณของนาง
ทันใดนั้นเสียงพิณอันไพเราะนุ่มนวลราวกับเสียงสวรรค์ก็ดังขึ้น ทันทีที่ได้ฟังก็ทาให้จิตใจสงบลงโดยมิรู ้ตัว
เย่ฉางชิงมองว่าแม้ว่าหลายวันมานี้ตนจะมิได้รู ้แจ้งถึงเคล็ดวิชา อันใดในวิถีดนตรีจากเพลง ๆ นี้ ทว่าเมื่อหนิงซู่ซู่ดีดเพลงนี้อีกครั้ง นางกลับก้าวหน้าขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ดังนั้นเขาจึงรู ้ได้ทันทีว่าหนิงซู่ซู่นั้นคอยฟังเสียงพิณของเขามา โดยตลอด
อีกทั้งยังตั้งใจอย่างมากอีกด้วย
คิดถึงตรงนี้เย่ฉางชิงก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น และหันกลับไปมองหนิง ซู่ซู่ที่มีคิ้วโก่งดังคันศร เครื่องหน้าชัดเจน ผิวพรรณผุดผ่องราวกับ หยกเนื้อดี
โบราณกล่าวเอาไว้ว่า ดนตรีนั้นลึกล้า ยากจะหาผู้ที่เข้าใจ
ดังนั้นเวลานี้เมื่อเขามองไปทางหนิงซู่ซู่อีกครั้ง ใบหน้าของเย่ฉาง ชิงจึงปรากฏร่องรอยของความสับสนขึ้นมา
เพียงพริบตา เมื่อหนิงซู่ซู่บรรเลงเพลงจบลง พลันนางก็มีสีหน้า ประหลาดใจขึ้นมาทันที ก่อนจะลืมตาทั้งสองข้างขึ้น และพิจารณา พิณโบราณตัวนี้ใหม่อีกครั้ง
ต้องบอกว่าพิณโบราณตัวนี้แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะดูธรรมดา ทว่าเสียงของสายพิณทุกสายล้วนแต่สมบูรณ์แบบ
อีกทั้งระหว่างที่ดีด พิณโบราณตัวนี้ยังแผ่ไอพลังอันบริสุทธิ์ที่หา ได้ยากออกมาอีกด้วย
สาหรับหนิงซู่ซู่แล้ว นี่ถือเป็ นครั้งแรกที่นางได้สัมผัสกับพิณ โบราณเช่นนี้
คุณสมบัติของพิณโบราณตัวนี้เหนือกว่าพิณของนางมากจริง ๆ แม้ว่าพิณโบราณของนางจะนับว่าเป็ นอาวุธเซียนขั้นต่าที่หาได้ยาก ตัวหนึ่งแล้วก็ตาม
ดังนั้นคุณสมบัติของพิณโบราณตัวนี้ย่อมอยู่เหนือกว่าที่นางเคย รับรู ้มา มีความเป็ นไปได้สูงว่าจะเป็ นของวิเศษต้องห้ามชิ้นหนึ่งเลย ทีเดียว
หากนางใช ้พิณตัวนี้ต่อกรกับเซียนทุรชนก่อนหน้านี้ นางมั่นใจ ว่าสามารถสู้ได้อย่างแน่นอน
ตอนนั้นเองระหว่างที่หนิงซู่ซู่กาลังจะเอ่ยปาก
เย่ฉางชิงเอามือไพล่หลัง แล้วเอ่ยขึ้นอีกครั้งว่า “เล่นอีกรอบได้ หรือไม่ ? ”