เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน - ตอนที่ 501 ข้าคงช่วยเจ้าได้เพียงเท่านี้
ตอนที่ 501 ข้าคงช่วยเจ้าได้เพียงเท่านี้
ทันใดนั้นเหล่าบรรพบุรุษของเผ่าปีศาจก็ถูกฝีมืออันเก่งกาจของผู้เฒ่าชุดดำ ทำให้ตื่นตระหนกภายในพริบตา
เพราะตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอพวกเขาต่างก็มิสามารถสัมผัสได้ถึงไอพลังบนกายของผู้เฒ่าชุดดำแม้แต่น้อย หรือแม้แต่ขณะที่อีกฝ่ายมาปรากฏกายอยู่ตรงหน้าของพวกเขา
อีกทั้งจ้าวปีศาจไก่ฟ้าเขียวมิเพียงมีสายเลือดมังกรเขียวอันสูงส่ง แต่ยังเป็นผู้ที่มีพลังแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาพวกเขาอีกด้วย
ทว่าสุดท้ายแค่อีกฝ่ายดีดเบา ๆ เขาข้างหนึ่งของจ้าวปีศาจไก่ฟ้าเขียวกลับแตกเป็นผุยผงอย่างง่ายดาย
อีกทั้งเขาทั้งสองข้างของจ้าวปีศาจไก่ฟ้าเขียวนั้น เป็นสิ่งที่สามารถเอาไว้สู้กับอาวุธเซียนขั้นต่ำได้ด้วยซ้ำ แต่กลับถูกทำลายง่ายดายเพียงนี้
เห็นได้ชัดว่าพลังของอีกฝ่ายนั้น แท้จริงแล้วน่ากลัวเพียงใด !
น่าเหลือเชื่อ !
ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก !
ตอนนั้นเอง
“ข้าเป็นผู้ใด พวกเจ้ามิจำเป็นต้องรู้ และมิมีสิทธิ์ที่จะรู้ด้วย”
ผู้เฒ่าชุดดำปรายตามองจ้าวปีศาจที่แลดูอายุน้อยผู้นี้ แล้วเอ่ยต่ออีกว่า “หากพวกเจ้ามอบสมบัติเซียนเจิ้นหยวนของเผ่ามังกรเขียวให้แต่โดยดี ข้ารับปากว่าเมื่อไปจากสวรรค์บูรพา จะคืนให้อย่างแน่นอน”
“มิเช่นนั้นก็อย่าได้โกรธแค้น หากวันนี้ข้าต้องสังหารพวกเจ้าก็แล้วกัน”
สิ้นเสียง
สูด !
เหล่าจ้าวปีศาจพลันสูดหายใจเข้าด้วยความหวาดหวั่น ก่อนจะลอบส่งสายตาสื่อสารกัน
หลังจากเงียบอยู่สักพัก จ้าวปีศาจคิ้วแดงก็ฉีกยิ้มจืดเจื่อนออกมา พลางประสานมือคารวะและเอ่ยถามอย่างหยั่งเชิงว่า “ผู้อาวุโส หากพวกข้ามอบสมบัติเซียนเจิ้นหยวนของเผ่ามังกรเขียวให้แล้ว ต่อไปมิว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น ขอท่านอย่าได้ยื่นมือเข้าแทรกอีกจะได้หรือไม่ขอรับ ? ”
มุมปากของผู้เฒ่าชุดดำหยักโค้งขึ้นและปรากฏรอยยิ้มหยันออกมา “เจ้ากำลังต่อรองกับข้าอยู่เยี่ยงนั้นหรือ ? ”
จ้าวปีศาจคิ้วแดงพลันมีสีหน้าตื่นตระหนก ก่อนจะถอยหลังไปครึ่งก้าวในทันทีอย่างหวาดหวั่น
ผู้เฒ่าชุดดำจึงเอ่ยเตือนอีกครั้งว่า “ความอดทนของข้ามีจำกัด ข้าจะให้เวลาพวกเจ้าอีกสามอึดใจ”
เมื่อได้ยินดังนั้น พวกจ้าวปีศาจคิ้วแดงต่างก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป ก่อนจะก้มมองจ้าวปีศาจไก่ฟ้าเขียวที่อยู่ด้านล่าง ที่ตอนนี้มีสภาพเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ดวงตาแดงก่ำดูเกรี้ยวกราดเป็นอย่างมาก
“พี่ไก่ฟ้า พวกเรามอบสมบัติเซียนเจิ้นหยวนให้เขาไปเถอะ”
“ใช่แล้วพี่ไก่ฟ้า ในเมื่อผู้อาวุโสท่านนี้เอ่ยปากแล้ว เช่นนั้นพวกเราก็ทำตามคำสั่งเถอะ หากยังดึงดันมิยอมมอบสมบัติเซียนเจิ้นหยวนให้เขา เกรงว่าการบำเพ็ญเพียรอย่างยากลำบากของพวกเราตลอดหลายปีมานี้คงจะสูญเปล่าเป็นแน่”
“ไก่ฟ้า เวลานี้เจ้าจะบุ่มบ่ามมิได้อย่างเด็ดขาด เจ้าเองก็คงสัมผัสถึงความน่ากลัวของคนผู้นี้ได้แล้วใช่หรือไม่ ? ”
“หากเจ้าคิดสู้จนตายตอนนี้ พวกเราที่เหลือก็คงต้องตายอยู่ที่นี่เช่นกัน เขาอยากได้สมบัติเซียนเจิ้นหยวนมิใช่หรือเช่นนั้นก็ให้เขาไปเถอะ”
“เจ้าอย่าได้ลืมเป้าหมายที่เรามาในครั้งนี้ซะล่ะ หากได้ตำหนักเทพวาสนามา พวกเราก็สามารถอาศัยตำหนักเทพวาสนาไปยังเส้นทางโบราณ และค้นหาโอกาสในการขึ้นไปยังแดนเซียนโบราณได้”
“……”
“……”
หลังจากผู้แข็งแกร่งระดับจ้าวปีศาจทั้งหลายเอ่ยปากเกลี้ยกล่อม และส่งกระแสจิตออกไปก็ทำให้จ้าวปีศาจไก่ฟ้าเขียว ที่กำลังเตรียมจะลงมือจำต้องหยุดลงทันที
มิกี่อึดใจต่อมา
ในที่สุดจ้าวปีศาจไก่ฟ้าเขียวก็มีท่าทีอ่อนลง ก่อนจะถอนหายใจออกมาหนัก ๆ ขณะเพ่งกระแสจิตหยิบกล่องผ้าไหมใบหนึ่งออกมาจากแหวนเก็บสมบัติ
“ขอท่านอย่าได้ลืมคำสัญญาของตนเองก็แล้ว”
จ้าวปีศาจไก่ฟ้าเขียวเอ่ยออกมาเรียบ ๆ แล้วจึงสะบัดแขนเสื้อโยนกล่องผ้าไหมขึ้นไปให้
เห็นดังนั้นผู้เฒ่าชุดดำก็ค่อย ๆ ยืนฝ่ามือออกไปอย่างมิสะทกสะท้าน ก่อนที่กล่องผ้าไหมที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์โบราณจะลอยลงมากลางฝ่ามือของเขา ราวกับมีชีวิตก็มิปาน
วินาทีต่อมา เมื่อเขาปล่อยพลังออกไปเล็กน้อย กล่องผ้าไหมก็กลายเป็นผุยผงภายในพริบตา
จากนั้นมุกวิเศษที่อบอวลไปด้วยไอพลังและแสงระยิบระยับเม็ดหนึ่งก็ปรากฏสู่สายตา
ขณะเดียวกัน ไอพลังจำนวนมหาศาลก็ได้แผ่ออกมา
ถูกต้อง !
มุกเม็ดนี้ ก็คือ สมบัติประจำเผ่ามังกรเขียว
สมบัติเซียนเจิ้นหยวนนั่นเอง !
หากพกมุกเม็ดนี้ติดกายเอาไว้เป็นเวลานาน จะช่วยหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณกายเนื้อและให้ผลลัพธ์ที่อัศจรรย์ยิ่ง และหากใช้พลังวิญญาณกระตุ้นจะสามารถสะกดจิตวิญญาณของคู่ต่อสู้ได้อีกด้วย ดังนั้นจึงถือเป็นสมบัติเซียนที่หาได้ยากยิ่ง
“ใช่สมบัติชิ้นนั้นจริง ๆ ด้วย”
ผู้เฒ่าชุดดำพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ และระหว่างที่เขากำลังจะหมุนกายจากไป ก็ชะงักลงพลางเอ่ยขึ้นอีกครั้งว่า “เห็นแก่ที่พวกเจ้ายอมมอบสมบัติวิเศษให้โดยมิอิดออด ข้ารับปากพวกเจ้าว่าจะมิยื่นมือเข้าไปยุ่งเรื่องใด ๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับพวกเจ้าอีก”
สิ้นเสียงร่างของผู้เฒ่าชุดดำก็ค่อย ๆ เลือนรางลง ก่อนจะหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
ฟู่ !
เหล่าบรรพบุรุษปีศาจเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกในทันที ก่อนจะเผยสีหน้าสับสนออกมา
ต้องบอกว่าการปรากฏตัวของผู้เฒ่าชุดดำในครั้งนี้ พวกเขาตั้งรับมิทันจริง ๆ เพราะมิเคยคิดมาก่อนว่าที่ห่างไกลเช่นนี้ จะมีผู้แข็งแกร่งที่น่ากลัวเช่นนี้อยู่ด้วย
ทว่าตบะบารมีของอีกฝ่ายแท้จริงแล้วอยู่ระดับใดกันแน่ ถึงทำให้พวกเขาที่เป็นสุดยอดผู้แข็งแกร่งที่สามารถขึ้นแดนเซียนโบราณได้ตลอดเวลา แทบหยุดหายใจได้ ?
น่ากลัว !
ช่างน่ากลัวยิ่งนัก !
ในตอนนั้นเอง เมื่อเกราะป้องกันที่ไร้รูปร่างหายไป นกสีเลือดตัวนั้นก็ออกบินอีกครั้ง
“รีบตามไป ! ” จ้าวปีศาจคิ้วแดงคำรามลั่น ทุกคนจึงแปลงร่างเป็นลำแสงอีกครั้งและติดตามไปทันที
“บัดซบ ข่าวที่เจ้าเด็กนั่นให้มามิถูกต้องนี่นา คิดมิถึงว่าดินแดนห่างไกลเช่นนี้จะมีผู้ที่น่ากลัวเช่นนี้อยู่”
“ใช่แล้ว ข้าว่าเจ้าเด็กพวกนั้นควรถูกขังอยู่ที่นี่ตลอดไป มิควรได้กลับไปอีกตลอดชีวิต”
“ทุกท่าน เรื่องนี้จะโทษเด็กคนนั้นก็มิได้ การปรากฏตัวของผู้แข็งแกร่งลึกลับท่านนี้ แม้แต่พวกเราก็ยังมิสามารถสัมผัสได้ แล้วนับประสาอันใดกับเด็กพวกนั้น”
“พี่ไก่ฟ้า ท่านยังไหวหรือไม่ ? ”
“ข้ามิเป็นอันใด แต่สิ่งที่ข้าคาดมิถึงก็คือ อีกฝ่ายจะน่ากลัวถึงเพียงนี้”
“แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นเพื่อเกียรติของเผ่ามังกรเขียวของข้า หากมิใช่เพราะทุกท่านเกลี้ยกล่อมเอาไว้ ต่อให้ต้องสู้ตายข้าก็คงมิยอมเป็นแน่”
“พี่ไก่ฟ้า สิ่งใดปล่อยได้ก็ปล่อยไปเถอะ ขอเพียงได้ตำหนักเทพวาสนามา ความอัปยศอดสูใด ๆ ล้วนแต่คุ้มค่า อีกอย่างฝ่ายนั้นก็รับปากแล้วมิใช่หรือ ว่าต่อไปจะมิยื่นมือเข้ามายุ่งเรื่องของเราอีก”
“ขอให้เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ก็แล้วกัน มิเช่นนั้นต่อให้ข้าต้องดับสูญก็จะต้องสู้กับเขาสักตั้ง”
“ไก่ฟ้า ทางที่ดีเจ้าอย่าได้บุ่มบ่ามจะดีกว่า เพราะข้ารู้สึกมีลางสังหรณ์มิดีเยี่ยงไรก็มิรู้”
“ลางสังหรณ์มิดี ? ”
“หรือว่าที่ห่างไกลเช่นนี้ จะยังมีผู้ที่น่ากลัวยิ่งกว่านี้อยู่อีกเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“……”
“……”
อีกด้านหนึ่ง
ระหว่างที่เหล่าจ้าวปีศาจกำลังปรึกษาหารือและตามนกสีเลือด ที่กำลังมุ่งหน้าไปทางนิกายกระบี่สวรรค์อยู่นั้น
หลังจากได้รับสมบัติเซียนเจิ้นหยวนมาแล้ว
ผู้เฒ่าชุดดำก็ได้มาที่เรือนอันห่างไกลและเงียบสงบหลังหนึ่งในนิกายกระบี่สวรรค์อย่างรวดเร็ว
เวลานี้หนิงซู่ซู่กำลังนั่งสมาธิอยู่กลางอากาศ รอบกายเปล่งแสงออกมา และแผ่คลื่นแสงเป็นชั้น ๆ
ส่วนบนศีรษะของนางนั้น มีกระดานหมากเฉียนคุนที่หมุนอยู่ช้า ๆ แผ่ไอหมอกสีดำออกมาปกคลุม และส่องลำแสงสีขาวดำมากมายลงมา เพื่อสะกดนางเอาไว้
ผู้เฒ่าชุดดำปรากฏกายขึ้นด้านหน้าของหนิงซู่ซู่อย่างเงียบเชียบ จากนั้นก็ได้สะบัดแขนเสื้อเพื่อเก็บกระดานหมากเฉียนคุน
หนิงซู่ซู่เหมือนสัมผัสได้ จึงลืมตาคู่งามขึ้น
“ผู้อาวุโส……”
หนิงซู่ซู่เผยสีหน้าสงสัยออกมา ก่อนจะเปล่งเสียงออกมาเบา ๆ
ผู้เฒ่าชุดดำยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ก่อนจะค่อย ๆ แบมือออกเผยให้หนิงซู่ซู่ได้เห็นสมบัติเซียนเจิ้นหยวน
“ของสิ่งนี้ ก็คือ ของวิเศษที่ข้าเคยบอกไปก่อนหน้านี้”
เอ่ยเพียงเท่านั้นผู้เฒ่าชุดดำก็ชูนิ้วชี้และนิ้วกลางขึ้นทันที จากนั้นก็เพ่งสมาธิแล้วผสานรอยตราโบราณรอยหนึ่งเข้าไปในสมบัติเซียนเจิ้นหยวน
ทันใดนั้นรอบสมบัติเซียนเจิ้นหยวนมีไอพลังบางอย่างหมุนวน จากนั้นหมอกแสงเกิดการผกผัน สัญลักษณ์มหามรรคาโบราณมากมายปรากฏขึ้น
ขณะเดียวกัน ไอพลังที่สงบเยือกเย็นและลึกลับกลุ่มหนึ่งก็แผ่ออกมาช้า ๆ
“เจ้าพกของสิ่งนี้ติดกายเอาไว้ มันจะช่วยให้เจ้าสามารถสะกดตบะบารมีและจิตวิญญาณได้ และจะมิได้รับผลกระทบของพลังมหามรรคาด้วย ส่วนต่อจากนี้เจ้าและนายท่านจะสามารถไปได้ไกลถึงขั้นไหนนั้น ก็คงขึ้นอยู่กับวาสนาของเจ้าแล้ว”
หลังจากที่ผู้เฒ่าชุดดำอธิบายเสร็จ ก็ได้ถอนหายใจออกมาเบา ๆ พลางเอ่ยว่า “เด็กน้อย ข้าคงช่วยเจ้าได้เพียงเท่านี้”